คอลัมน์ ประสานักดูนก : เหยี่ยวกิ้งก่าสีดำ

28.05.17 | 16:20 น.

เหยี่ยวกิ้งก่าสีดำเป็นเหยี่ยว 2 สถานภาพ กลุ่มหนึ่งมากกว่าแสนตัวอพยพมาจากประเทศจีน ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยในฤดูผสมพันธุ์ อีกกลุ่มเป็นเหยี่ยวประจำถิ่นในบ้านเรา จำนวนน้อย มีรายงานทำรังวางไข่ในภาคเหนือ ตะวันตก และอีสาน

ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูฝน เป็นฤดูผสมพันธุ์ของเหยี่ยวขนาดเล็ก เจ้ากะปอมขาวดำชนิดนี้ก็เช่นกัน บ้านของมันอยู่ในป่าเต็งรัง เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มีรายงานพบรังของเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำที่ จ.เพชรบุรี ในป่าเต็งรังผืนเล็กๆ ติดกับไร่ของชาวบ้าน ขณะนี้มีนิสิตกำลังเฝ้าเก็บข้อมูล (สนับสนุนโดยนกองทุนวิจัยนกนักล่า คณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์) ด้านนิเวศวิทยาการเลี้ยงลูกของเหยี่ยวไปจนกว่าลูกจะออกจากรัง

รังนี้พิเศษเพราะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญของการแพร่กระจายอาณาเขตการผสมพันธุ์ของเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำประจำถิ่นในประเทศไทยว่าได้แพร่กระจายลงมาถึงภาคตะวันตกตอนล่างแล้ว จากเดิมที่จะพบทำรังในผืนป่าตะวันตก เช่น ป่าห้วยขาแข้ง

เหยี่ยวทำรังบนต้นเต็ง ใช้กิ่งไม้สานขัดกันเป็นตะกร้าบนคาคบไม้ใต้เรือนยอด สูงจากพื้นดินประมาณ 8 เมตร สัปดาห์นี้ ลูกเหยี่ยวมีอายุสัปดาห์ที่ 3 แล้ว น่าจะพร้อมออกจากรังอีกไม่กี่วันข้างหน้า

จากข้อมูลที่นิสิตบันทึกได้ พบว่าพ่อและแม่เหยี่ยวช่วยกันล่าเหยื่อมาป้อนลูกพอๆ กัน เพราะในเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำมีความแตกต่างระหว่างชุดขนของเพศผู้และเพศเมีย ทำให้จำแนกเพศของเหยี่ยวที่เข้าป้อนเหยื่อได้ชัดเจน แม่เหยี่ยวไม่ได้ปล่อยให้หน้าที่หาอาหารมาเลี้ยงลูกนี้ ตกอยู่กับพ่อเหยี่ยวเพียงลำพัง ต่างจากนกนักล่าชนิดอื่นๆ นอกจากนั้นเมนูอาหารของลูกเหยี่ยว ประกอบด้วย หนอนแมลง เขียด และกิ้งก่า ซึ่งพบได้มากในฤดูฝนที่ป่าเต็งรัง

Advertisement

เมื่อมีพายุฝน ลมแรง ในขณะที่ลูกเหยี่ยวยังตัวเล็กมีแต่ขนอุยปกคลุมลำตัว แม่เหยี่ยวจะบินเข้ามากกลูกน้อยที่มีจำนวน 3 ตัว ไว้ในปุยขนใต้ท้องเพื่อให้ความอบอุ่น แต่เมื่อลูกเหยี่ยวมีขนลำตัวและขนปีกขึ้นแทนที่ขนอุยแล้ว ทำให้มีฉนวนป้องกันความหนาวเย็น แม่เหยี่ยวก็เลิกการเข้ามากกลูกขณะฝนตกหรือในเวลากลางคืน มักจะเกาะยอดไม้ ใกล้รัง คอยสอดส่องเฝ้าระวังภัยอื่นๆ เช่น เหยี่ยวรุ้ง ที่อาจจะจับลูกเหยี่ยวกิน ในระหว่างที่พ่อเหยี่ยวบินไปหาอาหาร

ถ้าเป็นเหยี่ยวขนาดใหญ่ พ่อแม่จะหมอบลงไม่ให้เป็นเป้าสายตา แต่เมื่อมีเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำตัวอื่นๆ บินเข้ามาใกล้รัง พ่อกะปอมจะบินไปไล่ทันที เพื่อแสดงความหวงอาณาเขตใกล้รัง แสดงว่าเหยี่ยวมีการประเมินสถานการณ์ของภัยและมีความคิดเลือกการตอบสนองต่อภัยนั้นๆ มิได้แสดงออกอย่างใดอย่างหนึ่งเหมือนกันตลอดเวลา

การป้อนอาหารจะเกิดขึ้นบ่อยๆ ในช่วงเช้าและยามเย็น ช่วงกลางวันอากาศร้อน การป้อนจะน้อยลง ลูกเหยี่ยวจะหอบหายใจและกางปีก เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวให้ความร้อนภายในลำตัวระบายออกโดยมีลมพัดช่วยพาความร้อนออกไป เนื่องจากเหยี่ยวเช่นเดียวกับนกทุกชนิดในโลกนี้ที่ไม่มีต่อมเหงื่อช่วยระบายความร้อนเหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม

ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ลูกเหยี่ยวเริ่มซนมากขึ้น เมื่อมีแรงกางปีก เดินไปมา ก็ไต่ออกนอกรังแต่ยังคงกลับเข้ามาในรังเพื่อรอรับอาหารจากพ่อแม่ เมื่อลูกเหยี่ยวบินออกจากรังอย่างสมบูรณ์ จะทำให้เรารู้ว่าระยะการเลี้ยงลูกนกของเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำในอาเซียน นานกี่วันกันแน่ เพราะในปัจจุบันยังไม่มีใครทราบหรือมีบันทึกไว้ในตำราเล่มใดมาก่อน