หน้าแรก ประชาชื่น ‘วัดอรุณฯ’ สู...

‘วัดอรุณฯ’ สู่พื้นที่แสดงอัตลักษณ์ ความเป็นไทยยอดนิยม ในสายตานักท่องเที่ยว

27.04.26 | 12:31 น.

ยามที่แสงแดดเริ่มทอดตัวเหนือริมน้ำเจ้าพระยา ประกายความเด่นชัดของกระเบื้องเคลือบและถ้วยชามเบญจรงค์ที่ประดับประดาอยู่บนองค์พระปรางค์วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร

ภาพที่คุ้นตาของวัดอรุณฯ หรือที่รู้จักกันว่าวัดแจ้งในฐานะสัญลักษณ์แห่งรุ่งอรุณของกรุงรัตนโกสินทร์ ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่เพียงแค่การเป็นศาสนสถานอีกต่อไป ปัจจุบันพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ได้ถูกปลุกให้ตื่นจากผู้คนด้วยมิติทางวัฒนธรรมที่มีชีวิตผ่านการเดินทางมาเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นเอเชีย ยุโรป หรืออเมริกา หรือแม้กระทั่งนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ไม่ได้มาเยือนเพียงเพื่อการบันทึกภาพความงามทางสถาปัตยกรรม แต่เลือกที่จะเปลี่ยนสถานะตนเองมาเป็นผู้มีส่วนร่วมทางวัฒนธรรม ผ่านการสวมใส่ “ชุดไทย” หลากหลายสีสัน

กลุ่มนักท่องเที่ยวหลากหลายถ่ายรูปในชุดไทยหลากสีสันบนพระปรางค์วัดอรุณฯ

วัดอรุณฯกลายเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร อาจจะถือเป็นพื้นที่ทดลองทางวัฒนธรรมที่เปิดกว้าง นักท่องเที่ยวที่มาเยือนในที่แห่งนี้รู้สึกว่าการใส่ชุดไทยคือสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสม เนื่องจากสภาพแวดล้อมทางกายภาพของวัดอรุณฯ ช่วยสนับสนุนให้อัตลักษณ์ไทยที่สวมใส่โดดเด่นขึ้นมาอย่างเด่ดชัดจากองค์ประกอบด้านสถาปัตยกรรม ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เพียงแค่แฟชั่นกระแสความนิยมชั่วข้ามคืนบนโซเชียลมีเดีย แต่วัดอรุณฯได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์หรือศาสนสถานที่สำคัญและมีชื่อเสียงของประเทศไทย ไปสู่การเป็นพื้นที่การแสดงออกทางอัตลักษณ์ไทยที่นักท่องเที่ยวสัมผัสได้จริง วัฒนธรรมไทยที่เคยเป็นเพียงการได้มองเห็น กลับถูกนำมาสวมใส่โดยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ เพิ่มพื้นที่การเล่าเรื่องจากพื้นที่ศาสนสถานสำคัญเป็นแหล่งแสดงอัตลักษณ์ความเป็นไทย 

พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต เมื่อสถาปัตยกรรมปูนปั้น เอื้อนเอ่ยด้วยภาษาสากล

เทรนด์การเดินทางท่องเที่ยวในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะไม่ได้ต้องการเพียงการพักผ่อนหย่อนใจ แต่ตามหา “ประสบการณ์ที่แท้จริง” และ “ความหมาย” ที่เชื่อมโยงกับสถานที่ท่องเที่ยว การสวมชุดไทยเดินชมวัดอรุณฯจึงตอบโจทย์ความต้องการด้านสุนทรียะแห่งการสัมผัส เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้าไปในร้านเช่าชุดไทยที่อยู่บริเวณโดยรอบของวัดอรุณฯ สิ่งแรกที่พวกเขาจะได้สัมผัสคือผ้านุ่งสีสันสวยงาม จีบสไบที่พลิ้วไหว และเครื่องประดับที่สามารถเลือกลวดลายได้ด้วยตนเอง การสวมใส่ชุดไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือแม้กระทั่งนักท่องเที่ยวชาวไทยอาจจะไม่ใช่ความคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน แต่การได้ลองสวมใส่กลับสร้างความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย เป็นการเปิดรับอัตลักษณ์ของความเป็นไทย เมื่อนักท่องเที่ยวสวมใส่ชุดไทย ไม่ได้เพียงแค่เปลี่ยนเสื้อผ้า แต่กำลังสวมใส่เรื่องราวของผ้าไทยที่สร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับวัดอรุณฯ ที่เป็นสื่อกลางให้นักท่องเที่ยวเสมือนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของของความเป็นไทย แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่ง สร้างความประทับใจได้อย่างชัดเจน

Advertisement
ยอดพระปรางค์ลวดลายกระเบื้องเคลือบในวัดอรุณฯ เป็น highlight ที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายภาพ

จากการลงพื้นที่สังเกตการณ์ รอยยิ้มและแววตาของนักท่องเที่ยวขณะที่พวกเขาสวมใส่ชุดไทยในพื้นที่ที่มีความสอดคล้องทางสถาปัตยกรรมไทย ช่วยเติมเต็มจินตนาการและประสบการณ์ ทำให้วัดอรุณฯกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการแสดงออกทางอัตลักษณ์ข้ามวัฒนธรรมที่ทุกคนสามารถเข้ามาร่วมได้ ชุดไทยทำหน้าที่เสมือนเป็นหนังสือเดินทางทางวัฒนธรรมที่ให้นักท่องเที่ยวรู้สึกถึงความกลมกลืนและเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ การก้าวเดินบนสถาปัตยกรรมในบริเวณต่างๆ ของวัดรวมถึงองค์พระปรางค์วัดอรุณฯ ทำให้เกิดความทรงจำกว่าการถ่ายภาพแลนด์มาร์กทั่วไป วัดอรุณฯคือการรวมตัวของรหัสทางวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นกระเบื้องเคลือบที่ประดับประดาด้วยลวดลายดอกไม้และเครื่องถ้วย ที่สามารถทำให้นักท่องเที่ยวสร้างคอนทราสต์ที่งดงามกับสีสันสดใสของชุดไทย ภาพของนักท่องเที่ยวในชุดไทยที่มีฉากหลังเป็นพระปรางค์จึงกลายเป็นภาษาสากลที่สื่อสารความเป็นไทยโดยไม่ต้องมีคำบรรยาย

วัดอรุณฯเป็นศาสนสถานสำคัญอีกแห่งหนึ่งที่ก้าวข้ามข้อจำกัดของการเป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ ด้วยการอนุญาตให้มีกิจกรรมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตร่วมสมัย การถ่ายภาพของนักท่องเที่ยวที่สวมใส่ชุดไทยและมีลวดลายปูนปั้นและกระเบื้องเคลือบเป็นฉากหลัง น่าจะเป็นองค์ประกอบที่ทำให้สถาปัตยกรรมดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น การแต่งชุดไทยทำให้สถาปัตยกรรมที่เคยหยุดนิ่งกลับมามีลมหายใจ ยิ่งในเฉพาะในยุคดิจิทัลการบันทึกภาพและการแบ่งปันผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น TikTok, Instagram หรือ Facebook มีอิทธิพลอย่างมาก เครื่องแต่งกายเมื่อผสมผสานกับเอกลักษณ์ของวัดอรุณฯ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์และศาสนสถานที่สำคัญของประเทศไทย จึงทำให้อัตลักษณ์ความเป็นไทยสามารถสร้างคอนเทนต์ที่มีมูลค่าในการสื่อสาร นักท่องเที่ยว จึงแปรสภาพเป็นตัวแทนสื่อสารวัฒนธรรมที่ส่งต่อเรื่องราวเหล่านี้ออกไปสู่สายตาชาวโลกและยังเป็นการยกระดับคุณค่าทางความรู้สึกของนักท่องเที่ยว

เมื่อ ‘ชุดไทย’ คือสื่อกลาง ในการสื่อความหมายทางมรดกวัฒนธรรม

เราจะพบว่าสิ่งที่เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวต่างชาติกับแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ของไทย ไม่ใช่เพียงแค่ภาพถ่าย แต่คือ “ผืนผ้า” หรือ “ชุดไทย” ที่พวกเขาสวมใส่ ผ้าไทยไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงเครื่องนุ่งห่ม แต่ในมิติของการจัดการวัฒนธรรมถือเป็นจดหมายเหตุที่สวมใส่ได้ ไม่ว่าจะเป็น ลวดลาย สีสัน วิธีการจับจีบสไบ ล้วนเป็นรหัสทางวัฒนธรรมที่บันทึกภูมิปัญญาของความเป็นไทย การที่นักท่องเที่ยวเลือกสวมใส่ชุดไทย จึงเป็นการเปิดพื้นที่สำหรับการสื่อความหมายทางมรดกวัฒนธรรมไทยในรูปแบบใหม่ให้กลายเป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจข้ามพรมแดน

รูปของนักท่องเที่ยวต่างชาติแต่งชุดไทยในวัดอรุณฯ

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ณ วัดอรุณราชวรารามฯ ได้ยกระดับ “ผ้าไทย” ให้กลายเป็นเครื่องมือสื่อสารมรดกวัฒนธรรมความเป็นไทยอีกรูปแบบหนึ่ง ผ่านประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว และยังจะทำหน้าที่เป็น “ทูตวัฒนธรรม” ทั้งในการจัดระเบียบเครื่องแต่งกายขณะถ่ายภาพเพื่อให้เกิดความสวยงาม หรือแม้แต่การระมัดระวังในการก้าวเดินเมื่อสวมใส่ผ้านุ่ง ล้วนเป็นการแสดงความเคารพและการซึมซาบวิถีแห่งวัฒนธรรมไทยให้เป็นธรรมชาติ ความงามของสถาปัตยกรรมพระปรางค์และบริเวณโดยรอบของวัดอรุณฯที่เป็นฉากหลัง ผสมผสานกับลวดลายและสีสันของผ้าไทยของนักท่องเที่ยว ได้สร้างการสื่อความหมายที่ส่งให้เห็นถึงภาพลักษณ์ความเป็นไทย ถึงแม้นักท่องเที่ยวจะไม่เข้าใจประวัติศาสตร์เชิงลึก ไม่ได้อ่านป้ายนิทรรศการ หรือฟังคำบรรยายความเป็นไทย แต่ “ตัวตน” ของพวกเขาในชุดไทย ณ วัดอรุณฯ ได้กลายเป็นพื้นที่สื่อความหมายที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดในการทำ Branding

ภาพของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สวมใส่ชุดไทยอย่างภาคภูมิใจ เดินเคียงคู่ไปกับลวดลายปูนปั้นและกระเบื้องเคลือบถูกบันทึกและส่งต่อผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ไป ผ้าไทยที่ปรากฏในภาพกำลังสื่อสารว่าประเทศไทยคืออะไร สร้อยสังวาล สไบเฉียง และผ้านุ่ง กลายเป็นรหัสภาพ ที่ทำให้โลกรับรู้ว่าประเทศไทยในฐานะดินแดนแห่งความประณีต รุ่มรวยด้วยมรดกทางวัฒนธรรม และเป็นสังคมที่เปิดกว้างต้อนรับความหลากหลาย ภาพถ่ายเพียงหนึ่งใบที่ถูกบันทึกและส่งออกต่อไป จึงเสมือนการทำหน้าที่เป็นทูตสันถวไมตรีทางวัฒนธรรมที่สื่อสารสาระสำคัญว่าวัฒนธรรมไทยเป็นสิ่งที่สัมผัสได้ เข้าถึงได้ และงดงามในระดับสากล

บรรยากาศหน้าร้านเช่าชุดไทย ราวแขวนผ้าสีสันสดใสเรียงราย และช่างแต่งตัวกำลังติดเครื่องประดับให้นักท่องเที่ยว

เมื่อนักท่องเที่ยวเหล่านี้เดินทางกลับ พวกเขาไม่ได้นำเพียงของที่ระลึกจากประเทศไทยกลับไปเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้นำพาสถานะ ประสบการณ์ จากการสวมใส่ผ้าไทยในพื้นที่ประวัติศาสตร์ ไปถ่ายทอดผ่านคำบอกเล่าแห่งความประทับใจ การสื่อสารผ่านชุดไทยจึงเสมือนสะพานเชื่อมโยงความเข้าใจข้ามวัฒนธรรม ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกเกิดความปรารถนาที่จะเดินทางมาสัมผัส “ความสุขที่สัมผัสได้จริง” ด้วยตนเองสักครั้ง ปรากฏการณ์นี้จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าอัตลักษณ์และภูมิปัญญาไทย มีศักยภาพที่จะยืนหยัดอย่างสง่างามบนเวทีการท่องเที่ยวระดับโลก

ผ้าไทยในฐานะทูตวัฒนธรรม Soft Power ที่สร้างการรับรู้ระดับสากล

“ชุดไทย” สู่การเป็นอัตลักษณ์ของไทยที่มีอานุภาพในการสร้างภาพจำของประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก พร้อมใจกันสวมใส่ชุดไทย ณ วัดอรุณฯก่อให้เกิดปรากฏการณ์ทางสังคมระดับสากลในการยกระดับภาพจำจากจุดหมายปลายทางยอดนิยมสู่ศูนย์กลางทางวัฒนธรรมไทย ภาพจำของประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวอยู่กับความสวยงามของทะเลหรือสีสันของสตรีทฟู้ด และเทรนด์การสวมชุดไทยเที่ยววัดอรุณฯได้ทำหน้าที่รีแบรนด์ประเทศไทยที่สื่อสารให้โลกรับรู้ถึงความประณีตของความเป็นไทยที่จับต้องได้ 

การสร้างการรับรู้ให้กับประเทศผ่านชุดไทย เป็นรูปแบบของ Soft Power ที่มูลค่า เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวบันทึกภาพตนเองในชุดไทยและเผยแพร่ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ พวกเขาได้เปลี่ยนสถานะจากนักท่องเที่ยวกลายเป็น “ผู้ผลิตซ้ำทางวัฒนธรรม” ภาพรอยยิ้มภายใต้ชุดไทยที่สะท้อนความสุขที่ส่งตรงถึงผู้คนอีกนับล้านในต่างประเทศ โดยมีชุดไทยเป็นสะพานเชื่อมที่ทำให้ชาวโลกได้รู้จักและสัมผัสประเทศไทยในมุมมองที่งดงามและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ 

โครงร่างพระปรางค์วัดอรุณฯ ยามค่ำคืน ณ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

บทส่งท้ายวัดอรุณราชวรารามฯสู่การเป็นพื้นที่การแสดงออกทางวัฒนธรรม 

โดยมี ‘ชุดไทย’ เป็น ‘อวัจนภาษา’ อันงดงาม

ปรากฏการณ์ที่นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลมาสวมชุดไทย ณ วัดอรุณราชวรารามฯ ไม่ใช่เพียงกระแสการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชั่วครู่ชั่วยาม หากแต่เป็นผลลัพธ์ “ชุดไทย” ซึ่งเป็นความงามของวัฒนธรรมไทยกับความต้องการประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวในยุคใหม่ วัดอรุณฯทำให้เห็นแล้วว่าการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการปิดกั้นหรือการมาเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว แต่คือการบูรณาการคุณค่าทางประวัติศาสตร์เข้ากับวิถีชีวิตร่วมสมัย ความสำเร็จของวัดอรุณฯไม่ได้วัดจากการที่มีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปมากเพียงใด แต่วัดจากการที่รอยยิ้ม ความงดงามของผ้าไทย และเรื่องราวที่จะประทับใจของนักท่องเที่ยว และแปรเปลี่ยนเป็นแรงบันดาลใจให้รู้สึกรัก เคารพ และส่งต่อคุณค่าของมรดกวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่สืบไป 

ในท้ายที่สุดปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ณ วัดอรุณราชวรารามฯ ได้ก้าวข้ามขอบเขตของการเป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ สู่การเป็นพื้นที่แห่งการแสดงออกทางวัฒนธรรมความเป็นไทยสู่ระดับสากล สิ่งที่ทำให้พื้นที่แห่งนี้โดดเด่น คือการทำให้กลายเป็นสิ่งที่มีชีวิตซึ่ง “สัมผัสได้” ผ่านลวดลายวิจิตรของสถาปัตยกรรมและชุดไทย “สวมใส่ได้” และเป็นพื้นที่ที่สามารถ “มีความสุขร่วมกันได้” 

ความมหัศจรรย์ของปรากฏการณ์นี้ คือความเป็นสากลที่ทำลายอุปสรรคทางภาษา นักท่องเที่ยวจากหลากหลายประเทศ ไม่จำเป็นต้องพูดหรือเข้าใจภาษาไทย แต่พวกเขาได้ใช้ “ชุดไทย” เป็นอวัจนภาษาในการสื่อสาร รอยยิ้ม ท่วงท่าการเดิน เมื่อสวมชุดไทย 

วัดอรุณฯจึงพิสูจน์ให้เห็นเมื่อความงดงามของสถาปัตยกรรมสอดรับกับชุดไทยบนตัวนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อัตลักษณ์ของไทยก็ได้รับการยกระดับสู่เวทีโลก 

คือ Soft Power ที่เป็นภาษาสากลที่คนทั้งโลกเข้าใจ และเป็นมิติใหม่ของการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมให้ดำรงอยู่

กัญญารินทร์ ไชยจันทร์

นักวิจัยชำนาญการพิเศษ สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์