ไม่ทราบเหมือนกันว่ารู้สึกไปเองคนเดียวหรือเปล่า ที่คนอายุมัชฌิมวัยขึ้นไปมักจะโหยหาอดีต ทั้งในเรื่องของการฟังเพลงยุคซิตี้ เซเว่นตี้
สถานที่ที่เคยไป
สถานที่ท่องเที่ยว
ร้านค้า ตึกแถวที่เคยเป็นร้านทอง ร้านตัดผม ร้านโชห่วย ร้านขายยา ร้านครื่องเสียง และอีกมากมาย ที่ทำให้รู้สึกว่าสิ่งต่างๆ ที่เห็นจากร้านเหล่านี้จะช่วยย้อนความทรงจำวัยเด็กให้กลับคืนมาได้
เพราะวัยเด็กเป็นวัยที่สดใสบริสุทธิ์
อยู่ท่ามกลางความสนุกสนาน
ของผองเพื่อน

สำหรับบางคนเป็นความทรงจำที่ดี แต่สำหรับบางคนอาจไม่อยากรื้อฟื้นอดีตขึ้นมา เพราะเขาอาจมีความเจ็บปวดในเรื่องต่างๆ
ซึ่งก็เป็นช่วงจังหวะชีวิตของแต่ละคน
ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่หนังย้อนยุค เพลงย้อนยุค หรือสถานที่ย้อนยุคที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาใหม่ จึงกลายเป็นสิ่งที่คนรุ่นผม รุ่นก่อนหน้า หรือรุ่นหลังผมเล็กน้อย จึงมีความสุขทุกครั้งเมื่อได้ดู ฟัง และเข้าไปยังสถานที่เหล่านั้น
เพราะนอกจากจะทำให้เรานึกถึงอดีต ยังช่วยเตือนความจำด้วยว่าเมื่อสัก 40-50 ปีผ่านมามีอะไรเกี่ยวข้องกับชีวิตเราบ้าง
มีอะไรที่เราชอบกินบ้าง
มีอะไรที่เราต้องขี่จักรยานไปซื้อให้พ่อแม่บ้าง
หรือมีอะไรที่เราชอบไปป้วนเปี้ยนอยู่ตามสถานที่ต่างๆ เหล่านั้นบ้าง
เพราะร้านค้า ตึกแถว ตลาดสมัยอดีตมีทุกอย่างให้เลือกพร้อมสรรพ ขอให้จดจำให้ได้ว่าร้านนี้อยู่ตรงซอกไหน มุมไหน เราก็จะหาเจอโดยไม่ยาก
ทั้งแต่ละร้านยังมีเอกลักษณ์ในการตกแต่งร้านเฉพาะตัว และไม่ว่าจะเป็นต่างจังหวัด หรือมหานครกรุงเทพก็จะตกแต่งร้านไปในทำนองเดียวกัน
เพราะเป็นสมัยนิยม
ผลเช่นนี้เอง เมื่อนักธุรกิจคนใดแปรรูปความทรงจำในอดีตให้กลายเป็นสถานที่ที่รวบรวมสิ่งต่างๆ เหล่านี้มาอยู่ในที่เดียวกัน พร้อมกับเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม จึงทำให้มีผู้คนเข้ามาชมอย่างล้นหลาม

ตัวอย่างหนึ่งของความสำเร็จคือ “เพลินวาน” หัวหิน ซึ่งใครๆ ก็รู้จักเพลินวาน แต่กระนั้น เพลินวานก็ไม่ได้ทำให้นักท่องเที่ยวอย่างผมรู้สึกอยากไปเป็นครั้งที่สอง
เพราะไม่เห็นมีอะไรเลย
ซิเคด้า มาร์เก็ตหัวหินยังมีอะไรมากกว่า และยังทำให้ผมรู้สึกอยากไปเป็นครั้งที่ 2-3-4 เพราะเสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่สถานที่ และบรรยากาศแบบวินเทจ
สิ่งสำคัญอีกอย่างคือร้านขายของที่ทำให้ตลาดแห่งนี้มีชีวิต
รวมไปถึงผู้คนหลากหลายวัยที่มาเดินเตร็ดเตร่
ที่ล้วนต่างต้องการมาสโลว์ไลฟ์ ปล่อยชีวิตสบายๆ ในช่วงของวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่กระนั้น ซิเคด้า มาร์เก็ตก็เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะไปหัวหินเท่านั้น
แต่ถ้าเราอยู่กรุงเทพฯ หรือจังหวัดแถบปริมณฑล มักไม่ค่อยจะมีสถานที่เหล่านี้ให้เห็น นอกเสียจากสถานที่จริงรอบๆ เกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งก็ไม่มีร้านค้าเก่าๆ สมัยอดีตอีก
จนเมื่อไม่กี่วันผ่านมา ผมไปเห็นเฟซบุ๊กของเพื่อนคนหนึ่งรีวิวร้านชมเฌย สตูดิโอ แอนด์ คาเฟ่ ซึ่งอยู่แถวๆ พุทธมณฑลสาย 3 เชื่อมกับพุทธมณฑลสาย 4 ทางไปถนนศาลาธรรมสพน์
ตกแต่งสถานที่เป็นตึกโบราณสไตล์ชิโนโปรตุกิส ที่รวบรวมร้านค้าทุกอย่างในสมัยอดีตเมื่อสัก 40-50 ปีก่อน หรืออาจจะมากกว่านั้นให้มาอยู่ภายในสถานที่เดียวกัน
อาทิ โรงหนัง, ปั๊มน้ำมันสามทหาร, สถานีรถไฟจำลอง, โรงรับจำนำ, ร้านถ่ายรูป, ร้านเครื่องเขียน, ร้านทำฟัน, ร้านตัดผมสุภาพบุรุษ, ร้านขายวิทยุ โทรทัศน์, ร้านขายยา, ร้านตัดเสื้อ ดัดผม, ร้านนาฬิกา, ร้านขายของเล่น, ร้านขายทอง, ร้านโชวห่วย, ร้านขายผ้า และอื่นๆ อีกมากมาย
แต่ละร้านมีของเก่าบ่งบอกถึงลักษณะของการขายของเฉพาะแต่ละร้านอย่างชัดเจน ซึ่งถ้าใครอยู่ในช่วงวัยเดียวกันกับผม มักจะคุ้นเคยกับของเก่าเหล่านี้ดี

วันที่ผมไป คนหนุ่มสาวเยอะมาก แต่ละคนแอ๊กท่าถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน เพราะชมเฌย สตูดิโอ แอนด์ คาเฟ่ มีมุมถ่ายรูปเยอะมาก
ผมคาดเดาเอาว่าสถานที่แห่งนี้น่าจะมีอาณาบริเวณประมาณสัก 4-5 ไร่ แบ่งฟังก์ชั่นออกเป็นสัดส่วนชัดเจน ทั้งในส่วนของเมืองเก่า และร้านกาแฟที่แยกออกจากกัน
โดยในส่วนของร้านกาแฟ ตกแต่งแบบสมัยใหม่ และมีกาแฟ เครื่องดื่มให้เลือกอย่างหลากหลาย ถามว่าแพงไหม ไม่แพงหรอก เพราะเขาไม่ได้คิดค่าเข้าชม
ผมพยายามเสิร์ชหาข้อมูลดูว่าใครเป็นเจ้าของ แต่หาไม่เจอ แต่กระนั้น ก็แอบคิดในใจว่าคนที่เป็นเจ้าของน่าจะชอบสะสมของเก่ามาก่อน และคงชอบแบบเดียวกันกับเรา ที่อยากให้ผู้คนมาย้อนยุคหาอดีต
ที่นี่นอกจากจะเป็นสถานที่ถ่ายแบบ ถ่ายหนังได้แล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งสำหรับคนกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล
ลองไปดูนะครับ
บางทีอาจทำให้เรากลับไปมีความสุขกับอดีตอีกครั้ง

