หน้าแรก ประชาชื่น แท็งก์ความคิด...

แท็งก์ความคิด : ทบทวนตัวเอง

2.05.26 | 11:05 น.

แท็งก์ความคิด : ทบทวนตัวเอง

ในกระบวนการบริหาร การทบทวนตัวเองถือเป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญ

ไม่ว่าการทบทวนตัวเองจะใช้ชื่ออื่น เช่น การประเมินผล หรือคำอื่นใด หากหมายรวมถึงการนำเอาสิ่งที่เคยกระทำหรือไม่ได้กระทำมาพิจารณาเพื่อปรับปรุงตัวเองแล้ว ก็น่าจะอยู่ในความหมาย “ทบทวนตัวเอง” เช่นกัน

ช่วงนี้ได้เห็นพรรคการเมืองหลายพรรค เรียกประชุมใหญ่พรรค

เป็นการเรียกประชุมหลังจากผลการเลือกตั้งล่าสุดเพิ่งออกมา

Advertisement

และเป็นการประชุมใหญ่ในขณะที่ประเทศไทยเพิ่งมีรัฐบาลใหม่เข้ามาทำงานแบบอำนาจเต็ม

การประชุมใหญ่ของแต่ละพรรค มีทั้งการทบทวนตัวเอง และการวางแผนเดินไปข้างหน้า

หนังสือ “เปลี่ยน(ไม่)ผ่านการเมืองไทย 2566-2569” ที่สำนักพิมพ์มติชนจัดขึ้นเป็นพิเศษ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในกระบวนการทบทวนตัวเอง

เป็นหนังสือที่บันทึกเหตุการณ์สำคัญตั้งแต่สมัยรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย แล้วต่อด้วยรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทยเช่นกัน

จนมาถึงเหตุการณ์หักเหลี่ยมเฉือนคมทางการเมือง

สุดท้าย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยได้เป็นนายกรัฐมนตรี

เป็นทั้งนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคประชาชนสนับสนุน

และเป็นนายกรัฐมนตรีปัจจุบันที่เกิดจากพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้ง

การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาก็เต็มไปด้วยสีสัน มีการต่อสู้กันระหว่างฝ่ายหนุนเสรีนิยม และฝ่ายหนุนอนุรักษนิยม

มีทั้งการปลุกกระแสให้ฟีเวอร์ และแปรความนิยมให้เป็นคะแนนเสียง

มีทั้งการตั้งป้อมและวางกลยุทธ์อย่างรอบคอบของกลุ่มบ้านใหญ่ เพื่อช่วงชิงเอาอำนาจที่เสียไปจากการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้านั้นกลับคืนมา

ผลการต่อสู้มีตัวละครอย่างองค์กรอิสระเข้ามาสอดแทรกเป็นพักๆ

กระทั่งถูกมองว่าเป็นตัวละครสำคัญของการเมืองไทยในยุคนี้

ในคำนำสำนักพิมพ์ที่เขียนถึงหนังสือ “เปลี่ยน(ไม่)ผ่านการเมืองไทย” สะท้อนเนื้อหาภายในเล่ม เป็นไกด์ไลน์ก่อนอ่าน

หนึ่ง สะท้อนให้เห็นว่า ส.ส.ฝ่ายประชาธิปไตยที่ได้คะแนนอย่างท่วมท้น ทำให้ใครหลายคนรู้สึกว่าการเมืองไทยกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยแท้จริง

สอง ได้เห็นความจริงที่เกิดขึ้นที่ไม่ตรงกับความรู้สึก หรือความคาดหวังในการเปลี่ยนผ่าน

สาม สะท้อนถึงการใช้อำนาจของกฎหมาย อำนาจของวุฒิสภา และองค์กรอิสระจนกลุ่มการเมืองฝ่ายขวาได้กลับคืนสู่อำนาจ

ความจริงที่ปรากฏ ทำให้หลายคนที่รู้สึกมีความหวัง กลับรู้สึกผิดหวัง

รู้สึกไปว่าในที่สุดการเมืองไทยคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

หากแต่สุดท้ายแล้ว ความจริงที่แท้กลับเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม

นั่นคือ ไม่มีสิ่งใดสามารถยับยั้งความเปลี่ยนแปลงได้

แม้การเมืองไทยในภาพใหญ่จะยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่ความคิดและอุดมการณ์ทางการเมืองของคนในสังคมกลับเริ่มปรากฏการเปลี่ยนแปลง

เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

เปลี่ยนไปจนสุดจะทัดทานความเปลี่ยนแปลงนี้ได้

หากใครสนใจการเมืองไทย การเก็บรวบรวมหนังสือที่บันทึกเหตุการณ์ทางการเมืองเอาไว้ย่อมมีประโยชน์

เพราะเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในเล่ม ชวนให้พวกเราต้องทบทวนตัวเอง

ทบทวนตั้งแต่จุดยืน ความเชื่อ ความหวัง รวมไปถึงความร่วมมือ

เชื่อว่าการทบทวนตัวเองจะทำให้มองเห็นการเมืองไทยในปัจจุบันอย่างเข้าใจ

เมื่อเข้าใจแล้ว ย่อมปรับตัวได้ไวมากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเห็นพ้องที่เข้าใจและเอื้อมมือไปช่วยเหลือ

หรือฝ่ายที่เห็นต่างที่เข้าใจแล้ว แต่มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

ส่วนคนที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ยังไม่มีความเห็นพ้องหรือเห็นต่าง

ความเข้าใจความเป็นไปทางการเมือง อาจช่วยทำให้การดำรงชีวิตมีความสุขขึ้น

หนังสือชื่อ “เปลี่ยน(ไม่)ผ่าน การเมืองไทย” เป็นอีกเล่มที่อยากนำเสนอ

อ่านไว้เพื่อทบทวนเหตุการณ์และสถานการณ์ของบ้านเมือง

ได้สัมผัสอุดมการณ์การเมือง การต่อสู้บนวิถีประชาธิปไตย การชิงไหวชิงพริบ เล่ห์เหลี่ยมและกลยุทธ์

ได้รับทราบพลังทางการเมือง

ทราบเบื้องหน้า รู้เบื้องหลัง เห็นอานุภาพของกฎกติกา และอื่นๆ

เพื่อให้ทุกคนเท่าทัน และมีบทสรุปก่อนที่จะเดินหน้าเปลี่ยนขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความรุ่งเรืองต่อไป

นฤตย์ เสกธีระ