แท็งก์ความคิด : ทบทวนตัวเอง
ในกระบวนการบริหาร การทบทวนตัวเองถือเป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญ
ไม่ว่าการทบทวนตัวเองจะใช้ชื่ออื่น เช่น การประเมินผล หรือคำอื่นใด หากหมายรวมถึงการนำเอาสิ่งที่เคยกระทำหรือไม่ได้กระทำมาพิจารณาเพื่อปรับปรุงตัวเองแล้ว ก็น่าจะอยู่ในความหมาย “ทบทวนตัวเอง” เช่นกัน
ช่วงนี้ได้เห็นพรรคการเมืองหลายพรรค เรียกประชุมใหญ่พรรค
เป็นการเรียกประชุมหลังจากผลการเลือกตั้งล่าสุดเพิ่งออกมา
และเป็นการประชุมใหญ่ในขณะที่ประเทศไทยเพิ่งมีรัฐบาลใหม่เข้ามาทำงานแบบอำนาจเต็ม
การประชุมใหญ่ของแต่ละพรรค มีทั้งการทบทวนตัวเอง และการวางแผนเดินไปข้างหน้า
หนังสือ “เปลี่ยน(ไม่)ผ่านการเมืองไทย 2566-2569” ที่สำนักพิมพ์มติชนจัดขึ้นเป็นพิเศษ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยในกระบวนการทบทวนตัวเอง
เป็นหนังสือที่บันทึกเหตุการณ์สำคัญตั้งแต่สมัยรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน จากพรรคเพื่อไทย แล้วต่อด้วยรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร จากพรรคเพื่อไทยเช่นกัน
จนมาถึงเหตุการณ์หักเหลี่ยมเฉือนคมทางการเมือง
สุดท้าย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยได้เป็นนายกรัฐมนตรี
เป็นทั้งนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคประชาชนสนับสนุน
และเป็นนายกรัฐมนตรีปัจจุบันที่เกิดจากพรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้ง
การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาก็เต็มไปด้วยสีสัน มีการต่อสู้กันระหว่างฝ่ายหนุนเสรีนิยม และฝ่ายหนุนอนุรักษนิยม
มีทั้งการปลุกกระแสให้ฟีเวอร์ และแปรความนิยมให้เป็นคะแนนเสียง
มีทั้งการตั้งป้อมและวางกลยุทธ์อย่างรอบคอบของกลุ่มบ้านใหญ่ เพื่อช่วงชิงเอาอำนาจที่เสียไปจากการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้านั้นกลับคืนมา
ผลการต่อสู้มีตัวละครอย่างองค์กรอิสระเข้ามาสอดแทรกเป็นพักๆ
กระทั่งถูกมองว่าเป็นตัวละครสำคัญของการเมืองไทยในยุคนี้
ในคำนำสำนักพิมพ์ที่เขียนถึงหนังสือ “เปลี่ยน(ไม่)ผ่านการเมืองไทย” สะท้อนเนื้อหาภายในเล่ม เป็นไกด์ไลน์ก่อนอ่าน
หนึ่ง สะท้อนให้เห็นว่า ส.ส.ฝ่ายประชาธิปไตยที่ได้คะแนนอย่างท่วมท้น ทำให้ใครหลายคนรู้สึกว่าการเมืองไทยกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยแท้จริง
สอง ได้เห็นความจริงที่เกิดขึ้นที่ไม่ตรงกับความรู้สึก หรือความคาดหวังในการเปลี่ยนผ่าน
สาม สะท้อนถึงการใช้อำนาจของกฎหมาย อำนาจของวุฒิสภา และองค์กรอิสระจนกลุ่มการเมืองฝ่ายขวาได้กลับคืนสู่อำนาจ
ความจริงที่ปรากฏ ทำให้หลายคนที่รู้สึกมีความหวัง กลับรู้สึกผิดหวัง
รู้สึกไปว่าในที่สุดการเมืองไทยคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
หากแต่สุดท้ายแล้ว ความจริงที่แท้กลับเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้าม
นั่นคือ ไม่มีสิ่งใดสามารถยับยั้งความเปลี่ยนแปลงได้
แม้การเมืองไทยในภาพใหญ่จะยังไม่เปลี่ยนแปลง แต่ความคิดและอุดมการณ์ทางการเมืองของคนในสังคมกลับเริ่มปรากฏการเปลี่ยนแปลง
เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
เปลี่ยนไปจนสุดจะทัดทานความเปลี่ยนแปลงนี้ได้
หากใครสนใจการเมืองไทย การเก็บรวบรวมหนังสือที่บันทึกเหตุการณ์ทางการเมืองเอาไว้ย่อมมีประโยชน์
เพราะเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในเล่ม ชวนให้พวกเราต้องทบทวนตัวเอง
ทบทวนตั้งแต่จุดยืน ความเชื่อ ความหวัง รวมไปถึงความร่วมมือ
เชื่อว่าการทบทวนตัวเองจะทำให้มองเห็นการเมืองไทยในปัจจุบันอย่างเข้าใจ
เมื่อเข้าใจแล้ว ย่อมปรับตัวได้ไวมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเห็นพ้องที่เข้าใจและเอื้อมมือไปช่วยเหลือ
หรือฝ่ายที่เห็นต่างที่เข้าใจแล้ว แต่มีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
ส่วนคนที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ยังไม่มีความเห็นพ้องหรือเห็นต่าง
ความเข้าใจความเป็นไปทางการเมือง อาจช่วยทำให้การดำรงชีวิตมีความสุขขึ้น
หนังสือชื่อ “เปลี่ยน(ไม่)ผ่าน การเมืองไทย” เป็นอีกเล่มที่อยากนำเสนอ
อ่านไว้เพื่อทบทวนเหตุการณ์และสถานการณ์ของบ้านเมือง
ได้สัมผัสอุดมการณ์การเมือง การต่อสู้บนวิถีประชาธิปไตย การชิงไหวชิงพริบ เล่ห์เหลี่ยมและกลยุทธ์
ได้รับทราบพลังทางการเมือง
ทราบเบื้องหน้า รู้เบื้องหลัง เห็นอานุภาพของกฎกติกา และอื่นๆ
เพื่อให้ทุกคนเท่าทัน และมีบทสรุปก่อนที่จะเดินหน้าเปลี่ยนขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความรุ่งเรืองต่อไป
นฤตย์ เสกธีระ

