บรรพชน‘คนศรีเทพ’
กินอยู่อย่างไร?
อัพเดตใหม่จากโกดังและหลุมขุดค้น
จากแหล่งโบราณคดีที่แทบจะอันซีน กลายเป็นดาวจรัสแสงขึ้นมาในชั่วข้ามคืน เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก (World Heritage Committee) สมัยสามัญ ครั้งที่ 45 ณ กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย มีมติให้ขึ้นทะเบียน ‘เมืองโบราณศรีเทพ’ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นมรดกโลก เมื่อ 19 กันยายน 2566
ภาพจำของคนไทยในช่วง 3 ปีมานี้ไม่พ้น ‘เขาคลังนอก’ อันงดงามแปลกตา
ทว่า นอกจากโบราณสถานดังกล่าว อีกทั้ง ‘เขาคลังใน’ ที่มีกิมมิกคือ ‘คนแคระ’ สไตล์ทวารวดีแบกฐาน และเหล่าปรางค์ศิลปะเขมร อย่างปรางค์ศรีเทพ ปรางค์สองพี่น้อง ปรางค์ฤาษี ยังมีหลักฐานมากมายใต้ผืนปฐพีที่ค่อยๆ ถูกขุด ถูกค้น ถูกคิด วิเคราะห์ แยกแยะอย่างลุ่มลึก
ทั้งโบราณวัตถุที่พบจากการดำเนินงานทางโบราณคดีเนิ่นนานมาแล้ว เก็บรักษาไว้ในคลังเป็นอย่างดี
ทั้งนิเวศวัตถุที่พบใหม่จากการขุดค้นครั้งล่าสุดที่ยังคงดำเนินอยู่ ณ บริเวณที่เป็น ‘ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว’
ชวนให้ค้นคำตอบที่นอกเหนือไปกว่าศาสนา ความเชื่อ รูปแบบศิลปะ และอารยธรรมรุ่งโรจน์
หากแต่เป็นอีกประเด็นสำคัญ คือ ปากท้องของกิน และการอยู่อาศัย สรุปง่ายๆ คือ บรรพชนคนที่เคยมีชีวิตอยู่ในเมืองโบราณแห่งนี้ เขากินอยู่กันอย่างไรในแต่ละยุคสมัยของห้วงประวัติศาสตร์อันสืบเนื่องยาวนาน
ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ไล่มาถึงวัฒนธรรมทวารวดี และยุคต่อๆ มา
อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ เผยแพร่ข้อมูลและภาพถ่ายน่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘ข้าวปลาอาหาร’ ที่เป็นราวขยะของคนดึกดำบรรพ์ แต่เป็นหลักฐานล้ำค่าที่ทำให้นักโบราณคดีต้องบรรจงเก็บกู้อย่างประณีต ทุกฝีแปรงที่ปัดลงไปในแต่ละชั้นดินอันละเอียดอ่อน สะท้อนความอุดมสมบูรณ์แห่งลุ่มน้ำป่าสัก
ผนังชั้นดินที่ทับถมด้วยกาลเวลา บันทึกไว้ซึ่งไทม์ไลน์ของการตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนในในช่วงวัฒนธรรมทวารวดีถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 19 ร่องรอย ‘หลุมเสาบ้าน’ ที่สันนิษฐานว่าอยู่ในช่วงวัฒนธรรมทวารวดีเมื่อกว่าพันปีที่แล้ว เผยตัวออกมาในศตวรรษที่ 21
ข้าวเมล็ดป้อม สายพันธุ์จาปอนิกา (Japonica) ข้าวเมล็ดเรียวยาว ที่สันนิษฐานว่าคือสายพันธุ์อินดิกา (Indica) จากอินเดีย ปรากฏในหลุมขุดค้นให้นักโบราณคดีได้เก็บไปวิเคราะห์ เช่นเดียวกับชิ้นส่วนต่างๆ ของปลาน้ำจืด ไม่ว่าจะเป็น เงี่ยงปลา กระดูกสันหลังปลา กรามล่างปลา ซึ่งบางชิ้นผ่านกระบวนการเผาอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ยังมีกระดูกขาสัตว์ตระกูลกบเขียด เต่า ฟันสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก สัตว์เคี้ยวเอื้อง และสัตว์ฟันแทะ
สำหรับไลฟ์สไตล์ในยุคสมัยถัดมา อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ย้อนนำโบราณวัตถุประเภท ‘เครื่องถ้วยจีน’ ที่เคยขุดค้นพบมาก่อนหน้ามาให้ผู้เชี่ยวชาญร่วมวิเคราะห์ ได้แก่ เจ้าหน้าที่กลุ่มวิจัยและพัฒนางานโบราณคดี กองโบราณคดี กรมศิลปากร และคณาจารย์ พร้อมด้วยนักศึกษามหาวิทยาลัยฟู่ตั้น (fudan university) สาธารณรัฐประชาชนจีน
ผลการวิเคราะห์บ่งชี้ว่า ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนที่พบบริเวณใจกลาง ‘เมืองใน’ ของเมืองศรีเทพ เป็นเครื่องเคลือบสีเขียวตะกั่ว ตกแต่งด้วยลายกลีบดอกไม้บริเวณไหล่ที่ลาดเอียง จากนั้นขูดเป็นร่องลงมา สันนิษฐานว่าเป็นชิ้นส่วนของ ‘เหยือกน้ำ’ จากแหล่งเตา Zhizhusan ในเมืองสือเจ้า (Cizao) ทางตอนใต้ของมณฑลฝูเจี้ยน ในสมัยปลายราชวงศ์ซ่งใต้-ราชวงศ์หยวน อายุราวพุทธศตวรรษที่ 18-ต้นพุทธศตวรรษที่ 19
นักโบราณคดีมองว่า นี่เป็นหนึ่งในหลักฐานที่บ่งบอกถึงการคงอยู่ของเมืองโบราณศรีเทพว่า สมัยสุดท้ายที่มีร่องรอยของการใช้พื้นที่ในเขตคูน้ำ-คันดินของเมือง อยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว ก่อนที่เมืองจะถูกทิ้งร้างไป
นอกจากนี้ ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนแบบ ‘ชิงไป๋’ ผลิตจากเตาจิ่งเต๋อเจิ้น ในสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ ยังถูกพบ ณ โบราณสถานเขาคลังใน เมื่อ พ.ศ.2533 หรือเมื่อ 36 ปีมาแล้ว
ก้นภาชนะดังกล่าวมีรอยประทับอักษรจีน อ่านว่า ‘เฉินเจีย..’
หากอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ตัวอักษรครบถ้วน สันนิษฐานว่าเป็นประโยคดังต่อไปนี้
‘Chen Jia He Si Ji’ แปลว่า ‘ตลับนี้เป็นของตระกูลเฉิน’ หรืออาจหมายถึง โรงงานที่ผลิตตลับนี้เป็นของตระกูลเฉินก็เป็นได้
ไม่เพียงเท่านั้น เมืองศรีเทพแห่งนี้ ยังพบตลับที่มีการประทับอักษรจีนและอาหรับอีกหลายใบ ทว่า น่าเสียดายที่อักษรล้วนเลือนลางไปมากจนยากจะอ่านแปลเนื้อความ
นี่คือส่วนหนึ่งของร่องรอยชีวิตผู้คนที่เคยมีลมหายใจอยู่ในเมืองโบราณศรีเทพแห่งนี้เมื่อนานนับเนื่องนับสหัสวรรษที่ผ่านพ้น
เครื่องถ้วยจีนแบบชิงไป๋ ประเภทตลับ มีข้อความว่า ‘เฉินเจีย…’ ถ้าสมบูรณ์คาดว่าเป็นประโยคที่แปลว่า ‘ตลับนี้ (หรือโรงงานผลิต) เป็นของตระกูลเฉิน’

ตลับมีข้อความที่คาดว่าเป็นอักษรอาหรับ
ผลิตภัณฑ์จากเตาหนานเคิงในกลุ่มเตาหนานอันมณฑลฝูเจี้ยน
ผนังชั้นดินจากการขุดค้นภายในเมืองโบราณศรีเทพจังหวัดเพชรบูรณ์ปรากฏร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของผู้คนในวัฒนธรรมทวารวดี
ข้าวเมล็ดป้อม สายพันธุ์จาปอนิกา (Japonica) และข้าวเมล็ดเรียวยาว ที่สันนิษฐานว่าคือสายพันธุ์อินดิกา (Indica) จากอินเดีย พบปะปนกันในหลุมขุดค้น
เมล็ดข้าวสายพันธุ์ต่างๆ เล็บสัตว์ ชิ้นส่วนปลาน้ำจืดอาทิเงี่ยงปลากระดูกสันหลังปลากรามล่างปลาและกระดูกขาสัตว์ตระกูลกบเขียดรวมถึงตะกรันพบในหลุมขุดค้นล่าสุด
กระดูกสันหลังปลาน้ำจืดไม่ทราบชนิด
ลวดลายดอกเบญจมาศ ในเครื่องถ้วยจีนเคลือบสีน้ำตาล–เหลือง จากมณฑลกวางตุ้ง สมัยราชวงศ์ซ่งเหนือ อายุราวพุทธศตวรรษที่ 17 พบที่ ‘เมืองใน’ ของเมืองศรีเทพ
ชิ้นส่วนเครื่องเคลือบสมัยปลายราชวงศ์ซ่งใต้–ราชวงศ์หยวน คาดว่าเป็นเหยือกน้ำ ผลิตที่เมืองสือเจ้า พบที่ ‘เมืองใน’ ของเมืองศรีเทพ
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก ‘อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ’
พรรณราย เรือนอินทร์

