แท็งก์ความคิด : ไทยมีอนาคต
งานสัมมนา Matichon X AIS Forum 2026 : Innovation Changes Thailand นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ เมื่อสัปดาห์ก่อน ฟังแล้วก่อเกิดความหวัง
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ฉายภาพนโยบายรัฐบาล
มองเห็นเส้นทางเดินไปสู่นวัตกรรมแบบยั่งยืน
แผนปฏิบัติการที่อาจารย์เชนนำเสนอมีด้วยกัน 8 ข้อ
1.ส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ในไทย เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ภาครัฐ เอกชน แหล่งทุน และผู้ประกอบการ พร้อมผลักดันการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ 2.พัฒนาประเทศสู่ศูนย์กลางสุขภาพและการแพทย์ (Wellness Thailand)
3.วางรากฐานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor Thailand) รองรับอุตสาหกรรมอนาคต 4.ขับเคลื่อนประเทศด้วย AI และข้อมูลภายใต้แนวคิด “AI for ALL”
5.ลงทุนในเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Innovation) อาทิ ควอนตัม อวกาศ และพลังงานสีเขียว 6.ส่งเสริมเทคโนโลยีความมั่นคง (Security Technology)
7.ส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อต่อต้านคอร์รัปชั่น มุ่งสู่รัฐบาลดิจิทัล (Anti-Corruption & Digital Government) ด้วยการเปิดเผยข้อมูลและบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ และ 8.พลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่ระดับโลก (World-Class University)
เป้าหมายภายใน 4 ปี วางโครงสร้างพื้นฐานให้แน่น เพื่อให้คนไทย 1 ใน 3 (ประมาณ 20 ล้านคน) มีความรู้เท่าทัน AI และสามารถเพิ่ม Productivity ให้กับประเทศได้
ด้าน นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ เสนอแนวทางส่งเสริมการลงทุน เห็นชัดๆ คือ อุตสาหกรรมอนาคต 6 อุตสาหกรรม
ในจำนวนนี้มี 3 อุตสาหกรรมที่เป็นนวัตกรรมซึ่งสร้างไทยให้รุ่งโรจน์
3 อุตสาหกรรมดังกล่าว ประกอบด้วย 1.เอไอ 2.เซมิคอนดักเตอร์ และ 3.หุ่นยนต์และหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์
ขณะที่ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคนใหม่ ชูยุทธศาสตร์ 5I ของสภาอุตฯ
ตัว I หมายถึง Industry
ไอตัวที่ 1 Productivity ที่ต้องมุ่งไปสู่ Intelligent Industry ไอตัวที่ 2 เน้นเรื่องนวัตกรรม หรือ Innovation and Creativity เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม
ไอตัวที่ 3 คือ International Alliance and Network ตั้งเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Hub) ของโลก ไอตัวที่ 4 คือ Industrial Infrastructure Reform หรือการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรม ทั้งด้านพลังงาน กฎหมาย การคุ้มครองดูแลสินค้าที่ผลิตในไทย และการพัฒนาด้านทุนมนุษย์ (Human Capital)
และไอตัวที่ 5 คือ Inclusive Sustainable Growth คือ การสร้างความยั่งยืนทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญมาก
มาถึง ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ที่นั่งให้สัมภาษณ์ ก็พบว่ามีความพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการที่ต้องการนำนวัตกรรมไปใช้
และที่น่าประทับใจคือการโชว์เคสจากเอไอเอส จิสด้า และโรวูล่า
นายภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กรเอไอเอส บอกว่า บัดนี้ เอไอเอสที่หลายคนบอกว่าเป็นบริษัทมือถือ แต่ปัจจุบันได้พัฒนาไปมากกว่านั้น
เอไอเอสวางตัวเองเป็น “Digital Infrastructure Provider” ที่มีทั้งระบบ 5G อัจฉริยะ ระบบคลาวด์ เทคโนโลยี AI และ Data Analytics รวมถึง Digital Platform และ APIs เพื่อสนับสนุนการทรานส์ฟอร์มภาคอุตสาหกรรม
ขึ้นเวทีครั้งนี้ เอไอเอสโชว์เคสเป็นตัวอย่าง
จับมือกับเอสซีจี สร้างระบบขนส่งอัจฉริยะ รถบรรทุกไร้คนขับ ทำงานในเหมืองหินได้อย่างเป็นระบบ
จับมือกับอีอีซี พัฒนาเมืองอัจฉริยะ ใช้ข้อมูลจากเครือข่ายโทรคมนาคมมาวิเคราะห์ประชากรแฝง การเดินทาง และพฤติกรรมการใช้งานพื้นที่ เพื่อช่วยออกแบบผังเมือง วางระบบสาธารณูปโภค เป็นต้น
ขณะที่จิสด้า ดร.ปกรณ์ เพ็ชรประยูร ผู้อำนวยการสำนักประยุกต์และพัฒนาภูมิสารสนเทศ นำเสนอเทคโนโลยีจากฟากฟ้า เก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล แล้วนำมาใช้ตั้งแต่ด้านความมั่นคงของชาติไปจนถึงความเป็นอยู่ของประชาชน
ส่งท้ายด้วยเทคโนโลยีใต้ทะเลลึกที่สร้างความภูมิใจให้กับคนไทยทั้งชาติ
นายภัคชนม์ หุ่นสุวรรณ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทลูกของ ปตท. ซึ่งเป็นสตาร์ตอัพที่สามารถสร้างยานใต้น้ำและสร้างรายได้เข้าประเทศ
หากใครเคยเห็นโดรนบนอากาศ ยาน Xplorer ก็คือโดรนใต้น้ำที่ตรวจท่อขนส่งก๊าซและอื่นๆ
เป็นยานสัญชาติไทยที่เกิดจากเอกชนผนึกกับมหาวิทยาลัย
สร้างต้นแบบขึ้นมาแล้วทดลองจนได้ผล ก่อนจะก้าวเข้าสู่การพาณิชย์
ฟังเรื่องราวของยาน Xplorer แล้ว ย้อนกลับไปดูแผนปฏิบัติการของ ศ.ดร.ยศชนัน
ตอกย้ำว่าแผนปฏิบัติการนั้นใช้การได้ เพราะกำเนิดของ Xplorer ก็มาตามแนวทางนี้
งานสัมมนาครั้งนี้ฟังแล้วมีความหวัง
หวังเห็นไทยใน 4 ปีข้างหน้าเติบโตด้วยนวัตกรรม
นฤตย์ เสกธีระ

