หน้าแรก ประชาชื่น ‘อัครา’พลิกเก...

‘อัครา’พลิกเกมไข่ไก่ไทย 3ทศวรรษจากฟาร์มสู่แบรนด์ดัง ลุย Ready-to-Eat แกรนด์โอเพนนิ่งเวทีนานาชาติ ครั้งแรกใน THAIFEX 2026

19.05.26 | 12:45 น.
ธนาวุฑ เอื้อละพันธ์

THAIFEX – Anuga Asia 2026 ถือเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเปิดเวทีให้ผู้ประกอบการด้านอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และนวัตกรรม ได้เข้าร่วมจัดแสดงและขยายโอกาสสู่ตลาดระดับนานาชาติ ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคม 2569

หนึ่งในผู้ประกอบการอาหารและปศุสัตว์ชั้นนำของเมืองไทยอย่างเครือบริษัทแสงทอง-อัครา หรือ AKARA (อัครา) เข้าร่วมจัดแสดงบูธผลิตภัณฑ์ไข่ไก่ อาหารแปรรูปพร้อมรับประทาน และนวัตกรรมในงานนี้เป็นครั้งแรก เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่มีต่อผู้บริโภค ผ่านการนำเสนอศักยภาพของกระบวนการผลิตที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงมือผู้บริโภค

พร้อมกันนี้ อัครายังมุ่งเจาะกลุ่มไลฟ์สไตล์ผู้บริโภครุ่นใหม่ ด้วยผลิตภัณฑ์ Ready-to-Eat ที่ตอบโจทย์ความรวดเร็วในชีวิตที่เร่งรีบ ผสานคุณค่าทางโภชนาการและความสะดวกในทุกวัน ภายใต้แนวคิด ‘Every day with AKARA’

ธนาวุฑ เอื้อละพันธ์ รองกรรมการผู้จัดการ เครือบริษัทแสงทอง-อัครา ชวนทำความรู้จักเครือแสงทอง-อัคราว่าเริ่มต้นมาจากการทำธุรกิจปศุสัตว์ ซึ่งถือเป็นธุรกิจพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตประจำวันของคนไทย เนื่องจากคนไทยมีความคุ้นเคยกับการเลี้ยงสัตว์ อาทิ การเลี้ยงไก่และสุกร อย่างไรก็ตาม การพัฒนาธุรกิจจากการเลี้ยงสัตว์ไปสู่รูปแบบการค้าขาย ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน

ปัจจัยสำคัญของการดำเนินธุรกิจคือการสร้างความไว้วางใจจากผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอ โดยรากฐานของธุรกิจเริ่มต้นจากการเลี้ยงสัตว์ ก่อนพัฒนาสู่ฟาร์มปศุสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ต่อยอดไปสู่ธุรกิจแปรรูป และการสร้างแบรนด์อย่างเป็นระบบอย่างในปัจจุบัน รวมเวลากว่า 30 ปี โดยมุ่งพัฒนาองค์ความรู้และประสบการณ์ พร้อมทั้งถ่ายทอดออกมาในรูปแบบที่สามารถตอบโจทย์และนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค

Advertisement

3 ทศวรรษแห่งการยืนหยัด
จากปศุสัตว์ ถึงแบรนด์อาหารที่ ‘เข้าใจผู้บริโภค’

ธนาวุฑเผยว่า ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา มีการพัฒนา 3 ช่วงสำคัญ ได้แก่

ช่วงที่หนึ่ง คือ ‘การสร้างรากฐานด้านการผลิต’ เราให้ความสำคัญกับฟาร์ม มาตรฐานการเลี้ยง ระบบอาหารสัตว์ คุณภาพไข่ และความปลอดภัย เพราะธุรกิจอาหาร ถ้ารากฐานไม่แข็งแรง แบรนด์ก็ยั่งยืนไม่ได้

ช่วงที่สอง คือ ‘การยกระดับจากผู้ผลิตไปสู่แบรนด์’ เราเริ่มมองว่าผู้บริโภคไม่ได้ต้องการแค่ไข่ที่สด แต่ต้องการความมั่นใจ ต้องการรู้ว่าไข่มาจากไหน ผลิตอย่างไร ปลอดภัยหรือไม่ และเหมาะกับสุขภาพของครอบครัวหรือเปล่า สิ่งนี้คือจุดที่อัคราเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

ช่วงที่สาม คือการเปลี่ยนจาก ‘ไข่สด’ ไปสู่ ‘Food Solution’ เราเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ไข่ไก่เพื่อสุขภาพ ไข่ออร์แกนิค ผลิตภัณฑ์จากไข่ และอาหารพร้อมทาน เพื่อรองรับวิถีชีวิตที่เร็วขึ้นของผู้บริโภค

“30 ปีที่ผ่านมา เราไม่ได้เปลี่ยนแค่ขนาดธุรกิจ แต่เปลี่ยนวิธีคิด จากการเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตร ไปสู่การเป็นแบรนด์อาหารที่เข้าใจผู้บริโภคมากขึ้น” รองกรรมการผู้จัดการเครือบริษัทแสงทอง-อัครา เน้นย้ำ

เอกลักษณ์แห่ง ‘AKARA (อัครา)’
‘ความไว้วางใจ’ คือที่สุด

จากนั้น ธนาวุฑลงรายละเอียดของพัฒนาการ ‘จากฟาร์มสู่แบรนด์’ ว่า ในระยะแรกดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ ‘ฟาร์มแสงทอง’ ซึ่งสะท้อนการทำฟาร์มปศุสัตว์โดยตรง ต่อมาองค์กรได้วางแนวทางในการพัฒนาแบรนด์ โดยมีการพิจารณาและคัดเลือกชื่อแบรนด์หลากหลาย ก่อนตัดสินใจเลือกใช้ ‘AKARA (อัครา)’

คำว่า อัครา เป็นชื่อที่มีเอกลักษณ์ ไม่ใช่คำทั่วไป มีความหมายเชิงพลังและมีความเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ของกลุ่มธุรกิจ อีกทั้งยังถูกกำหนดขึ้นเพื่อสะท้อนทิศทางการดำเนินงาน และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในหลากหลายมิติ รวมถึงเป็นคำตอบว่าเหตุใดองค์กรจึงสร้างแบรนด์นี้ขึ้นมา และแบรนด์จะก้าวไปในทิศทางใดในอนาคต

“สำหรับรากฐานของแบรนด์อัครา เกิดจากองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจสูงสุดให้แก่ผู้บริโภค

ความไว้วางใจของผู้บริโภคเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการสร้างแบรนด์ อัคราจะต้องอยู่ในหนึ่งในดวงใจของผู้บริโภค หรือคนที่ซื้อผลิตภัณฑ์จากอัคราไปจะต้องรู้สึกพอใจ และจะต้องรู้สึกว่าคุณภาพที่เขาอยากได้ คือสิ่งที่อัคราสามารถมอบให้ได้

สินค้าปศุสัตว์และสินค้าเกษตรจัดเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีอัตราการซื้อซ้ำสูง ไม่ได้เป็นการซื้อเพียงครั้งคราวหรือห่างเป็นระยะเวลานาน แต่เป็นสินค้าที่ผู้บริโภคมีความจำเป็นต้องซื้ออย่างสม่ำเสมอ ทั้งในรายสัปดาห์หรือแม้แต่ในชีวิตประจำวันเป็นประจำทุกวัน

ดังนั้น ความไว้วางใจ จึงเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค เนื่องจากหากสินค้าไม่สามารถสร้างความพึงพอใจ หรือเกิดข้อบกพร่องในการบริโภค ผู้บริโภคย่อมมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนไปเลือกแบรนด์อื่นในทันที” ธนาวุฑเผยมุมมอง

จากฟาร์มสู่แบรนด์ จากแบรนด์สู่นวัตกรรม
จากนวัตกรรมสู่มือผู้บริโภค

ธนาวุฑกล่าวต่อไปว่า การสร้างแบรนด์ไม่ใช่เป็นเพียงแค่พูดออกไปว่าเราสร้างแบรนด์เพียงเท่านั้น แต่การสร้างแบรนด์จะต้องพูดว่าเรามาจากรากฐานอย่างไร? เรามาจากพื้นเพของการทำงานที่มี Supply Chain มีต้นน้ำเป็นอย่างไร? เพื่อให้ผู้บริโภคได้รู้ว่าแบรนด์ที่ถูกสร้างขึ้นมา ไม่ใช่แบรนด์ที่ซื้อต่อคนอื่นมาขายต่อ แต่เป็นแบรนด์ที่ทำมาจากใจ

“เราทำมาจากต้นน้ำที่เป็นของเรา แล้วเชื่อมโยงมาจากการผลิตที่เป็นของเรา เราอยากจะพูดเรื่องของแบรนด์ในลักษณะนี้ว่า จากฟาร์มสู่แบรนด์ จากแบรนด์ไปสู่นวัตกรรม จากนวัตกรรมไปสู่มือผู้บริโภค

“เรามุ่งที่จะนิยามความหมายของคำว่าอัครา ให้ไม่เป็นแบรนด์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อการจำหน่าย ซึ่งอาจเลือนหายไปตามกาลเวลาเมื่อความนิยมลดลง ซึ่งอัคราจะไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากเรามีรากฐานที่มั่นคงตั้งแต่ต้นน้ำ มีกระบวนการและกิจกรรมที่ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการยึดมั่นในคุณภาพในทุกด้าน

“เรามีความตั้งใจให้อัคราเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคจดจำในฐานะของความเชื่อมั่น และเป็นตัวเลือกที่ได้รับความไว้วางใจทุกครั้งเมื่อตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าในแบรนด์ของเรา” ธนาวุฑกล่าว

ครั้งแรกใน THAIFEX
‘อัครา’มองไกล ยกระดับสู่สากล

ธนาวุฑกล่าวว่า THAIFEX เป็นงานแสดงสินค้าอาหารระดับโลก และถือเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้แบรนด์ก้าวสู่ตลาดนานาชาติ การเข้าร่วมในครั้งนี้ อัครามองไกลไปกว่าการนำเสนอสินค้า แต่ต้องการยกระดับแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล

อัคราไม่ได้ต้องการเป็นเพียงผู้จำหน่ายวัตถุดิบทางการเกษตรหรือปศุสัตว์เท่านั้น แต่ต้องการสะท้อนศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และสามารถขยายสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศได้

กล่าวถึงในมุมของการสร้างแบรนด์ หลายคนอาจมองว่าสินค้าเกษตรเหมาะกับผู้บริโภคกลุ่มเดิม เช่น กลุ่มครัวเรือนหรือผู้บริโภคที่มีอายุมาก แต่อัครามองต่างออกไป โดยให้ความสำคัญกับกลุ่ม New Generation ซึ่งมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างและหลากหลาย

“อัคราเชื่อว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละเจเนอเรชั่น คือหัวใจสำคัญของการเติบโต และแม้ว่าอัคราอาจไม่ได้เป็นแบรนด์ขนาดใหญ่ แต่เรามุ่งมั่นที่จะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม”

Digital CRM
ไม่ใช่แค่งานขาย แต่สร้างสัมพันธ์ระยะยาว

ธนาวุฑ กล่าวว่า Digital CRM ของอัครา ต้องการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของการขายสินค้า แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่าง ‘อัครา’ กับ ‘ผู้บริโภค’

การเชื่อมโยงนี้ไม่ได้จำกัดแค่การซื้อขาย แต่รวมถึงการทำความเข้าใจพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม ว่าผู้บริโภคมีความต้องการแบบไหน เช่น บางคนอาจเลือกไข่ไก่ออร์แกนิค บางคนอาจชอบไข่ไก่เบอร์ใหญ่ ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่แตกต่างกัน

“หลายคนอาจมองว่าเทคโนโลยีกับธุรกิจปศุสัตว์เป็นเรื่องที่ไกลตัว และไม่ค่อยเกี่ยวข้องกันมากนัก แต่สำหรับผมหรือแบรนด์อัครา เรามองว่าเทคโนโลยีคือเครื่องมือสำคัญในการเชื่อมโยงกับผู้บริโภค ว่าเราจะนำความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ของอัครา ไปตอบโจทย์ความต้องการของเขาได้อย่างไร

“ในปีนี้ Digital CRM จึงเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักที่เราจะเริ่มขับเคลื่อน โดยจะเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบ Rewards กิจกรรมส่งเสริมการขาย หรือการมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้บริโภคที่อยู่กับเรามาอย่างยาวนาน”

Ready-to-Eat ตอบโจทย์ยุคใหม่
ออกแบบ (หลาก) ซีรีส์ สอดรับ (หลาย) ไลฟ์สไตล์

ธนาวุฑกล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคมีความชัดเจนมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับความรวดเร็วและความคล่องตัว มากกว่าความซับซ้อนในการประกอบอาหาร และรับประทานอาหาร

ดังนั้น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ Ready-to-Eat รวมถึงการออกแบบซีรีส์สินค้าให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น Breakfast Series, Healthy Series หรือกลุ่มที่ตอบโจทย์การออกกำลังกายและการใช้ชีวิต

อย่างไรก็ตาม การก้าวสู่ตลาด Ready-to-Eat จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ว่าผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นสามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายได้มากน้อยเพียงใด

การเข้าร่วมงาน Thaifex ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของอัครา โดยมีเป้าหมายเพื่อนำเสนอแบรนด์และผลิตภัณฑ์ให้ผู้บริโภคแต่ละกลุ่มได้รู้จักและเข้าใจอัครามากยิ่งขึ้น

“Thaifex เป็นเวที Trade Show สำคัญที่เปิดโอกาสให้เรานำเสนอสินค้าไปสู่ทั้งตลาดในประเทศและตลาดโลกได้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสะท้อนให้เห็นว่า ‘อัครา’ ไม่ได้เป็นเพียงฟาร์มหรือแบรนด์เท่านั้น แต่ยังเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้

ผมอยากให้อัคราเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ผู้บริโภคนึกถึง และสามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของเขาได้ และเลือกบริโภคในทุกวัน” ธนาวุฑกล่าว

เปิดตัว เบอร์เกอร์ใหม่ ตอบโจทย์นิวเจน
เจาะแนวคิด ‘Farm-to-Table’ สะดวก ไว คงคุณค่า

จากนั้น ธนาวุฑกล่าวถึงแนวคิด ‘Farm-to-Table’ ว่า เรามีฟาร์มของตนเองที่สามารถควบคุมกระบวนการผลิตได้ตั้งแต่ต้นน้ำ และดูแลคุณภาพในทุกขั้นตอน โดยไม่ได้เป็นการจัดหาสินค้าจากภายนอกแล้วนำมาใช้ภายใต้แบรนด์ของเรา

‘Farm-to-Table’ คือการนำผลผลิตจากฟาร์มของอัครา มาพัฒนาเป็นสินค้าและส่งตรงถึงผู้บริโภค ไข่จากฟาร์มของเราจะถูกส่งถึงมือผู้บริโภคโดยตรง พร้อมความมั่นใจว่าสินค้าทุกชิ้นเป็นของอัคราอย่างแท้จริง และอยู่ภายใต้การควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน

“หลายคนอาจมองว่าไข่ทุกฟองย่อมมาจากฟาร์มอยู่แล้ว แต่ในมุมมองของเรา สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ที่มา แต่ต้องเป็นฟาร์มที่มีคุณภาพ และสามารถส่งต่อไปถึงมือผู้บริโภคหรือบนโต๊ะอาหารได้อย่างมีมาตรฐาน ดังนั้น Farm-to-Table สำหรับอัครา จึงเป็นเรื่องที่เราให้ความสำคัญอย่างจริงจัง

อัครามองโอกาสไปที่กลุ่ม Breakfast Series โดยสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปัจจุบันที่ต้องการความรวดเร็ว สะดวก และยังคงได้รับคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้จะพัฒนาในรูปแบบที่รับประทานได้ง่าย เช่น เบอร์เกอร์ แฮมไก่ ไข่ดาว ซึ่งเป็นเมนูที่ทั้งสะดวก รวดเร็ว และเหมาะกับการบริโภคในชีวิตประจำวัน รวมถึงเมนูหลายอย่าง เช่น ไก่ชิ้นนิวออร์ลีนส์ ที่คาดว่าจะได้นำเสนอภายในงาน THAIFEX ครั้งนี้”

AKARA Eggology พรีเมียมโปรดักต์ที่มุ่งสร้างคอมมูนิตี้
Healthy & Active แม้เร่งรีบ แต่ใส่ใจสุขภาพ

ธนาวุฑกล่าวว่า ที่ผ่านมาเรามักนิยามว่า Akara Eggology เป็น Premium Brand ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Organic, Free Range, Veggie หรือ Omega แต่ในทิศทางต่อไป เราต้องการยกระดับสู่ความเป็น New Generation โดยไม่ได้มองคำว่า Premium ในมิติของตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว หากแต่มองในเชิงของไลฟ์สไตล์มากขึ้น

นิยามคำว่า ไลฟ์สไตล์ ในมุมของอัครา นั่นคือความแตกต่างของแต่ละบุคคล แต่สิ่งที่เราอยากสื่อสารร่วมกันคือแนวคิดของการใช้ชีวิตแบบ Healthy และ Active ที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวันในปัจจุบัน
ซึ่งมีความเร่งรีบมากขึ้น แต่ยังคงให้ความสำคัญกับสุขภาพและการออกกำลังกาย

“ดังนั้น AKARA Eggology ในอนาคต จะมุ่งไปสู่การสร้าง Community หรือสังคมของคนที่ใส่ใจสุขภาพ และให้คุณค่ากับการใช้ชีวิตในแบบที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน”

บูธ akara ในงาน Thaifex 2026

Every day with AKARA
เปิดบูธโชว์ศักยภาพสินค้า
ฉายสตอรี่ จากวันแรกสู่ความเชื่อมั่น 30 ปี

ธนาวุฑกล่าวถึงไฮไลต์ของงานว่า การถ่ายทอด Story ของอัครา ตั้งแต่จุดเริ่มต้น แนวคิดในการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม ไปจนถึงจุดแข็งที่ทำให้เราสามารถเติบโตและยืนหยัดได้อย่างมั่นคง พร้อมทั้งสะท้อนถึงความตั้งใจในการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ไว้วางใจของผู้บริโภค

นอกจากนี้ ยังอยากสะท้อนมุมมองต่ออุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทย ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และควรเติบโตควบคู่ไปกับคุณภาพ อัคราจึงต้องการใช้เวที THAIFEX ครั้งนี้ ในการนำเสนอศักยภาพของแบรนด์ ให้ผู้บริโภครับรู้ว่า ‘อัครา’ เป็นแบรนด์ที่เชื่อถือได้ และสามารถอยู่ในชีวิตประจำวันของทุกคน ภายใต้แนวคิดที่เราเป็น ‘Every day with AKARA’

“ขอเรียนเชิญทุกท่านมาร่วมงาน THAIFEX และเยี่ยมชมบูธอัครา ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี โดยภายในบูธจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเกษตรอุตสาหกรรมเป็นหลัก โดยเฉพาะสินค้าแปรรูป ผลิตภัณฑ์ไก่ไข่ และสินค้าที่มาจากฟาร์มของอัครา

“ภายในงานยังมีกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมได้ทดลองชิมสินค้าผลิตภัณฑ์ พร้อมเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นเพื่อนำไปพัฒนาต่อ รวมถึงในวันสุดท้ายจะมีการจำหน่ายสินค้าในราคาพิเศษ” ธนาวุฑกล่าวปิดท้าย

THAIFEX – Anuga Asia 2026 จัดขึ้น ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 บูธแสดงสินค้าแบรนด์ AKARA (อัครา) หมายเลข 1-UU57 ระหว่าง 26-30 พฤษภาคมนี้ เวลา 10.00-18.00 น. วันเจรจาธุรกิจ (Trade Day) ระหว่างวันที่ 26-29 พฤษภาคม และวันจำหน่ายสำหรับบุคคลทั่วไป (Public Day) วันที่ 30 พฤษภาคมนี้