หน้าแรก ประชาชื่น ‘นวัตกรรม’&#8...

‘นวัตกรรม’…คำตอบเปลี่ยนประเทศ มติชน ผนึก AIS จัดสัมมนาปลุกเศรษฐกิจไทย

22.05.26 | 13:00 น.
ปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และผู้บริหารในเครือมติชน ให้การต้อนรับ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯและ รมว.อว. นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA ภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร AIS ดร.ปกรณ์ เพ็ชรประยูร ผู้อำนวยการ GISTDA และภัคชนม์ หุ่นสุวรรณ์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเวทีสัมมนา Matichon X AIS Forum 2026 : Innovation Changes Thailand นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ กทม.

มติชนเดินหน้าจัดสัมมนาเป็นครั้งที่ 2 ของปี ในหัวข้อ Matichon X AIS Forum 2026 : Innovation Changes Thailand นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม เวลา 09.00-12.30 น. ที่โรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ กทม.


วัตถุประสงค์เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลปัจจุบันของศักยภาพประเทศไทยในการใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนประเทศ เพราะนวัตกรรมคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยก้าวหน้าทัดเทียมกับนานาชาติ และทำให้ประเทศหลุดพ้นจากกับดักรายได้ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

⦁ยศชนันกาง 8 ยุทธศาสตร์ปั้น ศก.นวัตกรรม

ได้รับเกียรติจากศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ” ระบุตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยมีนวัตกรรมจำนวนมาก แต่ยังขาดตัวเชื่อมเข้ากับภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การต่างประเทศ ดังนั้น อว.จะเข้ามาทำหน้าที่และเข้ามาดูว่าปัญหาในแต่ละเรื่องอยู่ตรงไหน เพื่อใช้นวัตกรรมเข้าไปช่วยแก้ปัญหา ทั้งเรื่องภัยพิบัติ สิ่งแวดล้อมต่างๆ ใน 4 ปีนี้จะทำทั้งหมด มีแผนปฏิบัติการ 8 ยุทธศาสตร์ครอบคลุมทุกมิติการพัฒนา ได้แก่

Advertisement

1.ส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) ในประเทศไทย เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ภาครัฐ เอกชน แหล่งทุน และผู้ประกอบการ ผลักดันการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ 2.การพัฒนาประเทศสู่ศูนย์กลางสุขภาพและการแพทย์ (Wellness Thailand) ตั้งแต่สมุนไพร เวชสำอาง อาหารแห่งอนาคต ไปจนถึงเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง 3.การวางรากฐานอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor Thailand) รองรับอุตสาหกรรมอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า AI และระบบสื่อสารยุคใหม่ 4.การขับเคลื่อนประเทศด้วย AI และข้อมูล (AI & Data Driven Nation) ภายใต้แนวคิด “AI for ALL”

5.การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นแนวหน้า (Frontier Innovation) อาทิ ควอนตัม อวกาศ และพลังงานสีเขียว 6.ส่งเสริมเทคโนโลยีความมั่นคง (Security Technology) ครอบคลุมความมั่นคงทางไซเบอร์ การป้องกันประเทศ การรับมือภัยพิบัติและเป้าหมาย Net Zero 7.ส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อต่อต้านคอร์รัปชั่น มุ่งสู่รัฐบาลดิจิทัล (Anti-Corruption & Digital Government) เปิดเผยข้อมูลและบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ 8.การพลิกโฉมมหาวิทยาลัยสู่ระดับโลก (World-Class University) เพื่อเป็นแหล่งสร้างองค์ความรู้และพัฒนากำลังคนคุณภาพสูง

⦁บีโอไอขับเคลื่อนนวัตกรรมผ่าน 3 อุตฯใหม่

สู่ช่วงที่ 2 หัวข้อ “ลงทุนนวัตกรรม อนาคตโลก อนาคตไทย” นำโดย นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ขึ้นบรรยายพิเศษอัพเดตการลงทุน และอนาคตของประเทศ ระบุตอนหนึ่งว่า จังหวะเวลาตอนนี้ถือเป็นโอกาสที่สำคัญของประเทศไทยในการใช้การลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างประเทศ และตอนนี้เรากำลังอยู่ในคลื่นลูกที่ 3 เป็นระลอกที่ขับเคลื่อนด้วยแรงผลักดันจากสถานการณ์สงครามการค้า และสงครามเทคโนโลยี ทั้งนี้ 3 อุตสาหกรรมสำคัญที่สร้างนวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนโลก และเป็นกลุ่มที่บีโอไอให้ความสำคัญ ได้แก่ 1.เอไอ ที่กำลังกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลกยุคใหม่และเร่งนวัตกรรม เพราะถือเป็นเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างรวดเร็วมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

2.เซมิคอนดักเตอร์ ถือเป็นหัวใจของนวัตกรรมสู่อนาคต มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด เดิมคาดว่ามูลค่าตลาดโลกจะแตะ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2030 แต่ปัจจุบันคาดว่าจะบรรลุเป้าหมายได้ภายในปีนี้ 3.หุ่นยนต์และหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ (Robotics & Humanoid) เทคโนโลยีหุ่นยนต์กำลังก้าวข้ามจากหุ่นยนต์อุตสาหกรรมทั่วไปไปสู่ Humanoid ทำงานละเอียดและซับซ้อนแทนคนได้มากขึ้น ทำให้บุคลากรเดิมต้องอัพเกรดทักษะไปสู่การเป็นผู้ควบคุมเครื่องจักรแทน

⦁ส.อ.ท.ชง 5I พลิกโฉมอุตฯไทย

ต่อด้วย พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คนใหม่ บรรยายพิเศษหัวข้อ “ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนอุตสาหกรรม และการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ด้วยนวัตกรรม” ระบุตอนหนึ่งว่า ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยในวาระการทำงานปี 2569-2571 ส.อ.ท.จะเป็น “The New Chapter of Thai Industry” ขับเคลื่อนด้วยนโยบาย 5I ตั้งแต่ Intelligent Industry ยกระดับสู่สมาร์ทอุตสาหกรรม, Innovation & Creativity สร้างแบรนด์ด้วยนวัตกรรม, International Alliance ดันไทยเป็นศูนย์กลางซัพพลายเชนโลก, Infrastructure Reform ปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน และ Inclusive & Sustainable Growth เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน

อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมพบปัญหางานวิจัยที่ยังไม่ตอบโจทย์ภาคการผลิตและภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง หลายครั้งพบว่างานวิจัยมีลักษณะใกล้เคียงกันจำนวนมาก แต่ยังต้องนำมาปรับปรุงต่ออีกมาก จึงต้องการให้งานวิจัยเริ่มต้นจากโจทย์ของอุตสาหกรรม เพื่อนำไปใช้ได้จริง นอกจากนี้ ส.อ.ท.ยังร่วมมือกับหลายหน่วยงานของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และมหาวิทยาลัยต่างๆ ผลักดันนวัตกรรม

⦁NIA สร้างผู้ประกอบการนวัตกรรมแข่งตลาดโลก

จากนั้นเข้าสู่หัวข้อ “Road to Innovation Nation : ขับเคลื่อนไทยสู่ชาตินวัตกรรม” โดย ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA มี อาลิซาเบธ แซ๊ดเลอร์ ลีนานุไชย เป็นผู้ดำเนินรายการ

ดร.ผการะบุ ผลการจัดอันดับดัชนีนวัตกรรมโลก (GII 2025) ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 45 (36.7 คะแนน) จากประเทศเศรษฐกิจทั่วโลก 139 ประเทศ ลดลง 4 อันดับจากปีก่อนหน้า ขณะที่ประเทศจีนเคยอยู่อันดับที่ 11 ปีที่ผ่านมาขยับขึ้นอันดับ 10 ของโลก

ประเทศไทยมีจุดแข็งในหลายอุตสาหกรรมอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือการต่อยอดสิ่งที่ไทยมีความเชี่ยวชาญให้ก้าวสู่ระดับนานาชาติ หรือระดับ Global ส่วนตัวเชื่อมั่นว่านวัตกรรมไทยยังมีโอกาสในการก้าวต่อไป โดยหัวใจสำคัญอยู่ที่การเร่งสร้างผู้ประกอบการฐานนวัตกรรมที่พร้อมแข่งขันในตลาดโลก จากจุดเด่นปัจจัยย่อยด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระบบนิเวศนวัตกรรมฝั่งอุปทานที่ต้องต่อยอดให้เกิดการใช้ประโยชน์เพื่อให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และผลักดันการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างย่งยืน

ปิดท้ายงานสัมมนาด้วย เซ็กชั่นโชว์เคส ที่ต้องการนำเสนอนวัตกรรมที่นำมาใช้ได้จริงในปัจจุบัน

⦁AIS โชว์เคส AI & Digital Infrastructure

ท่านแรก ภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS บรรยายในหัวข้อ The New Engine of Nation: Al และ Digital Infrastructure กับอนาคตไทย ระบุตอนหนึ่งว่า AIS ไม่ใช่เพียงบริษัทผู้ให้บริการมือถือ แต่เป็น Digital Infrastructure Provider ที่มีทั้งระบบ 5G อัจฉริยะ ระบบคลาวด์ เทคโนโลยี AI และ Data Analytics รวมถึง Digital Platform และ APIs เพื่อสนับสนุนการทรานส์ฟอร์มภาคอุตสาหกรรม มุ่งเสริมศักยภาพให้ประเทศไทย และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนวัตกรรมของประเทศอย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน AIS ร่วมมือกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ให้บริการเครือข่าย 5G ครอบคลุมในหลายจุดสำคัญ แต่สิ่งสำคัญมากกว่านั้นคือ การนำข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์ เช่น การกระจายตัวของประชากร การเดินทาง และการเคลื่อนย้ายของผู้คนในพื้นที่ 3 จังหวัด เพื่อช่วยออกแบบผังเมือง วางระบบสาธารณูปโภค และบริหารจัดการทรัพยากรให้สอดคล้องกับจำนวนประชากรจริงในแต่ละช่วงเวลา นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG พัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะในภาคอุตสาหกรรม โดยใช้เทคโนโลยี 5G ควบคุมรถบรรทุกไฟฟ้าไร้คนขับภายในพื้นที่เหมืองและโรงงานแบบเรียลไทม์ ผ่านระบบ Intelligent Transportation Management สามารถรับส่งข้อมูลและประมวลผลได้อย่างรวดเร็วในระดับเสี้ยววินาที ช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง

⦁GISTDA เห็นอนาคตประเทศไทยช่วยโลก

ต่อด้วย ดร.ปกรณ์ เพ็ชรประยูร ผู้อำนวยการสำนักประยุกต์และพัฒนาภูมิสารสนเทศ GISTDA บรรยายในหัวข้อ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ตอนหนึ่งว่า งานของจิสด้าคือการบริการมนุษยชาติ ด้วยการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเชิงพื้นที่ เริ่มตั้งแต่สิ่งที่เรามองเห็นอย่างต้นไม้ แม่น้ำ ไปจนถึงสิ่งที่มองไม่เห็น เช่น พายุที่กำลังจะมา ไอน้ำในบรรยากาศ รวมถึงก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่างๆ ไม่ใช่จากดาวเทียมดวงเดียว แต่เป็นข้อมูลจากดาวเทียมพันธมิตรหลายดวง สำรวจอวกาศพื้นโลก ตั้งแต่ชั้นบรรยากาศลงมาถึงพื้นผิวดิน น้ำ แร่ธาตุต่างๆ ทั้งหมดทั้งมวลที่เปลี่ยนแปลงบนพื้นผิวโลก ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในระบบดิจิทัล

ข้อมูลเหล่านี้ นำมาสู่แอพพลิเคชั่น ทั้งเรื่องเกษตรและความมั่นคงทางด้านอาหาร, ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, น้ำแบบองค์รวม, ภัยพิบัติ, เมือง รวมถึงแผนที่และความมั่นคง เราศึกษาเป็นรอบ จนบอกได้ว่า 150 ล้านไร่พื้นที่เพาะปลูกของประเทศไทยตรงไหนมีศักยภาพ ถ้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ดี ใช้พลังงานสะอาด จะกลายเป็นว่าประเทศไทยช่วยโลก

⦁‘ROVULA’ ผู้นำนวัตกรรมยานสำรวจใต้น้ำ ‘Xplorer’

ปิดท้ายด้วย ภัคชนม์ หุ่นสุวรรณ์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด บรรยายในหัวข้อ Xplorer ยานสำรวจใต้น้ำอัตโนมัติ พลิกศักยภาพเทคโนโลยีขั้นสูงไทยสู่สากล ระบุส่วนหนึ่งว่า Xplorer ถูกออกแบบมาเพื่อทำงานได้แบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องมีสายสัญญาณผูกติดกับเรือที่ใช้เป็นฐานปฏิบัติการตลอดเวลา ทำให้การทำงานใกล้กับแท่นผลิตไม่จำเป็นต้องนำเรือไปทำงานในระยะประชิด เกิดเหตุฉุกเฉินใดๆ สามารถถอยเรือออกมาโดยไม่ต้องกังวลกับยานที่อยู่ใต้น้ำ ใช้ร่วมกับเรือสมรรถนะทั่วไปอย่าง DP1 อย่างปลอดภัยได้ ขณะเดียวกัน Xplorer ยังเดินทางได้เร็วกว่า ROV ถึง 2 เท่า

นับตั้งแต่ปี 2020 Xplorer ได้ทำงานตรวจสอบท่อน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้ทะเลไปแล้วทั้งสิ้นประมาณ 700 กม. ทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุมไทยและมาเลเซีย มีแผนจะขยายไปให้บริการทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จนถึงตะวันออกกลางในอนาคต สำหรับแผนการพัฒนาเทคโนโลยีในระยะยาว ROVULA มีเป้าหมายมุ่งไปสู่ระบบนิเวศหุ่นยนต์ใต้ทะเล จะทำให้ Operation นอกชายฝั่งปราศจากคนและเรือสนับสนุนขนาดใหญ่โดยสมบูรณ์

ในงานสัมมนาครั้งสำคัญนี้ มีผู้บริหารในเครือมติชนร่วมงานคับคั่ง นำโดย ปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ, วรศักดิ์ ประยูรศุข, สมหมาย ปาริจฉัตต์, สุริวงค์ เอื้อปฏิภาน รองประธานบริษัท และบรรณาธิการกอง บก.ข่าวสด, นฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการกอง บก.มติชน, สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร บรรณาธิการมติชนสุดสัปดาห์ เป็นต้น

รวมทั้งแขกจากภาคธุรกิจ ราชการ คณาจารย์และนักศึกษาจากทั้งมหาวิทยาลัยเกริก มหาวิทยาลัยศรีปทุม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เข้าร่วมมากกว่า 200 คน อาทิ ชาญศิลป์ ตรีนุชกร ผู้บริหารแผนฟื้นฟู บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานกิตติมศักดิ์และประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย, อนุสรณ์ สุขสิริพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจและวิชาการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา

สะท้อนกระแสตอบรับที่ดีต่อสัมมนามติชน กับเป้าหมายเพื่อเป็นอีกแรงผลักดันสนับสนุนนวัตกรรมขับเคลื่อนประเทศ

ทีมข่าวเศรษฐกิจมติชน