ฟังมุมมอง‘เศรษฐกิจ’
จากท้องถนนสู่โครงสร้างใหญ่
ผู้ว่าฯในใจ กรุงเทพฯในฝัน
ใกล้วันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่ 28 มิถุนายน เข้ามาทุกที
แต่ที่ใกล้กว่า คือ วันรับสมัครผู้อาสาเข้ามาดูแลชาวกรุงกว่า 5.3 ล้านคน ยังไม่นับประชากรแฝงที่ใช้ชีวิตอยู่ ณ มหานครแห่งนี้ รวมแล้วนับ 10 ล้าน
28 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายนนี้ เหล่าแคนดิเดตผู้ว่าฯ จะถือใบสมัครพร้อมเอกสารต่างๆ จับสลากเบอร์ แล้วลุยหาเสียงอย่างเป็นทางการ หลังหลายรายโหมโปรโมตนโยบายมาแล้วพักใหญ่
เมื่อกรุงเทพฯ คือ มหานครที่ไม่ใช่เพียงที่พักพิงอิงอาศัยของผู้คนเท่านั้น หากแต่เป็นพื้นที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เสียงจากภาคธุรกิจ จึงมิอาจมองข้าม
ว่าแล้ว มาฟังคอมเมนต์ ประเด็นในใจของบุคลากรสำคัญในภาคส่วนดังกล่าว ถึงผู้ว่าฯกทม.ในดวงใจ และกรุงเทพมหานครที่อยากเห็นในวันนี้และอนาคตอีก 4 ปีของผู้ว่าฯ สมัยต่อไป
หาเสียงแล้วต้องทำ
อย่าสร้างข้อจำกัด ‘ผู้ประกอบการข้างถนน’
“ใครจะมาเป็นก็ได้ หากมีความสามารถเพียงพอ แต่สิ่งสำคัญคือ พูดแล้วต้องทำ เพราะการหาเสียงหรือประชาสัมพันธ์ หากทำไม่ได้ก็ไม่ควรพูด อยากได้ผู้ว่าฯที่พูดแล้วทำจริง
กรุงเทพมหานครในอนาคต ควรจะปรับตัวให้เจริญเติบโตให้ดีขึ้นกว่านี้ สมกับเป็นเมืองสำคัญเมืองใหญ่เมืองของโลก จะเห็นประกาศออกมาทุกครั้งกรุงเทพฯติดอันดับทุกที การจัดระเบียบดีแล้วแต่ยังไม่เพียงพอ
ความสะอาด ระเบียบร้านค้า ต้องช่วยซัพพอร์ตเต็มที่หน่อย
โดยเฉพาะหน่วยงานทั้งหมด ต้องมาช่วยกันกำกับดูแล อย่างไรก็ตาม ต้องสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยตามข้างถนนด้วย อย่าไปสร้างขีดจำกัด จะไล่เขาต้องหาพื้นที่ทำมากินให้เขาด้วย”
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์
ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
กรุงเทพฯ เครื่องยนต์หลักเศรษฐกิจไทย
ต้อง ‘เชื่อมโลก’ วางระบบใหม่ทั้งโครงข่าย
“ขอพูดฐานะประชาชนคนหนึ่ง ในฐานะผู้ทำงานด้านการค้าระหว่างประเทศ วันนี้กรุงเทพมหานครไม่ได้เป็นแค่เมืองหลวง แต่คือเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทย และผู้ว่าฯกทม. คือคนที่จะกำหนดว่าเครื่องยนต์นี้จะเดินหน้าได้เร็ว มีประสิทธิภาพขนาดไหน
ในมุมมองของผม มีคุณสมบัติที่สำคัญ 3 ประการ 1.คือต้องคิดแบบ CEO ของเมือง มองกรุงเทพฯที่ต้องบริหารประสิทธิภาพและต้นทุนไปพร้อมกัน 2.ต้องจัดเตรียมในเรื่องยาก ไม่ว่าจะเป็นการจราจร การบริหารน้ำ ที่ดิน สิ่งแวดล้อม และผังเมือง เพราะปัญหาใหญ่ของกรุงเทพฯไม่สามารถแก้ได้โดยนโยบายระยะสั้น 3.ทำให้กรุงเทพฯเชื่อมต่อกับโลกได้อย่างแท้จริง ทั้งด้านโลจิสติกส์ การค้า การลงทุน ระบบขนส่ง เพราะในโลกปัจจุบันเมืองที่เชื่อมต่อได้ดีกว่าจะเติบโตได้ดีกว่า
กรุงเทพฯในฝันไม่ใช่แค่เมืองที่น่าอยู่ แต่ต้องเป็นเมืองที่แข่งขันได้จริง การจราจรต้องไม่กลายเป็นต้นทุนที่บั่นทอนเศรษฐกิจ ระบบขนส่งต้องเชื่อมกันทั้งเมืองและเชื่อมออกสู่ภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ และสิ่งแวดล้อมต้องทำให้กรุงเทพฯเป็นเมืองที่คนรุ่นใหม่อยากอยู่ อยากทำงาน และอยากสร้างอนาคต สิ่งที่อยากเห็นไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะจุด แต่เป็นการวางระบบใหม่ทั้งโครงข่าย จราจรต้องเป็นแบบเน็ตเวิร์ก โครงสร้างพื้นฐานต้องคิดถึง เผื่ออนาคตและสภาพชีวิตของผู้คนต้องดีขึ้นแบบที่รู้สึกได้จริง
ผู้ว่าฯกทม.ที่ดีต้องทำ 2 เรื่องให้ได้พร้อมๆ กัน 1.ทำให้คนกรุงเทพฯอยู่ดีขึ้น 2.ทำให้กรุงเทพฯเป็นทางสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยไปไกลขึ้น ถ้าทำได้ 2 อย่าง กรุงเทพมหานครจะไม่ได้เป็นแค่เมืองหลวง แต่จะเป็นเมืองแห่งโอกาสอย่างแท้จริง”
ธนากร เกษตรสุวรรณ
ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.)
ผู้ว่าฯ ไม่ต้องทำทุกเรื่อง แต่ต้องสร้างคอนเน็กชั่น
ผลักดันเมืองมีมูฟเมนต์ เชื่อมโยงคมนาคมอัจฉริยะ
ข้อแรก อยากเห็นคนกรุงเทพฯ มีพื้นฐานชีวิตที่ดี มีความปลอดภัย มีแสงสว่างเพียงพอ มีกลไกที่สามารถขับเคลื่อนชีวิตได้ดี มีความเหมาะสมกับการใช้ชีวิต
ข้อที่สอง อยากเห็นคนมีพื้นฐานสุขภาพที่ดี มีอาหารปลอดภัยถูกสุขลักษณะ อากาศดี ไม่มีควันพิษ ไม่มี PM2.5 ไม่มีกลไกที่ทำให้น้ำเสียหรือกลไกที่ทำให้สุขภาพเสีย
ข้อที่สามคือ อยากให้มีสิ่งแวดล้อมที่ดี ทั้งน้ำ ดิน และอากาศ
สิ่งหนึ่งที่อยากฝากมากๆ คือ การลดใช้พลาสติก โดยเฉพาะกับอาหาร เพราะนอกจากมีไมโครพลาสติกที่ส่งผลต่อการเป็นมะเร็งแล้ว ยังเป็นขยะที่ไม่ย่อยสลาย ทำให้น้ำท่วม
ข้อที่สี่ อยากให้เป็นเมืองอัจฉริยะ มีระบบ AI มีความเชื่อมโยงของรถ ของรถไฟ ของรถไฟฟ้า ของเรือ
ถามว่าอยากได้ผู้ว่าฯแบบไหน อยากได้ผู้ว่าฯที่เข้ามาแล้วทำให้เกิด 4 เรื่องนี้
ผู้ว่าฯ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนทำทุกเรื่อง แต่ต้องสร้างคอนเน็กชั่น สร้างคนเก่ง หาคนเก่งๆ มาในทีมเพื่อขับเคลื่อนแต่ละแง่มุมได้อย่างเป็นระบบ
สิ่งที่อยากให้แก้ไขที่สุดในเขตที่พักอาศัยคือ อย่าขุดถนนหลายรอบ เดี๋ยวไฟฟ้าขุด เดี๋ยวโทรศัพท์ขุด เดี๋ยวประปาขุด ทำไมไม่คุยกันก่อน ทำให้มันเป็นระบบ สร้างกลไกที่ทำไปพร้อมๆ กันได้ไหม นี่เป็นปัญหาใหญ่ที่คิดว่าหลายๆ พื้นที่ก็น่าจะประสบเช่นกัน
นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์
ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน)
ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารจากเยื่อพืชธรรมชาติย่อยสลายได้ 100% ภายใต้แบรนด์ ‘Gracz’
วางโครงสร้างเมือง ผลักดัน ‘ย่านเศรษฐกิจ’
ยกระดับคุณภาพชีวิต เคลียร์ปัญหาเฉพาะหน้าคู่สางปมระยะยาว
“อยากเห็นผู้ว่าฯ ที่สร้างโอกาสให้คนกรุงเทพมหานครได้จริง ทั้งด้านเศรษฐกิจ งาน และคุณภาพชีวิต พร้อมรับมือวิกฤตจากสถานการณ์โลกที่ผันผวน รวมถึงปัญหา PM2.5 น้ำท่วม และจราจร
ขณะเดียวกัน อยากเห็นผู้สมัครผู้ว่าฯ แสดงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะการวางโครงสร้างเมืองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี และนโยบายที่เปิดโอกาสให้คนทุกเพศทุกวัยเข้าถึงพื้นที่สาธารณะและการเดินทางอย่างเท่าเทียม เพื่อทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าอยู่อย่างแท้จริง
อยากเห็นเมืองที่ทางเท้าใช้งานได้จริง ปลอดภัย ส่งเสริมให้คนเดินมากขึ้น มีอากาศดีขึ้น ปัญหา PM2.5 น้ำท่วม และการจราจรลดลง รวมถึงมีพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ใหญ่เพิ่มขึ้น ตลอดจนจัดระเบียบเสาไฟฟ้าที่กระจัดกระจาย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการท่องเที่ยว ฝากถึงผู้ว่าฯ คนใหม่ ให้เร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ควบคู่การแก้ปัญหาระยะยาว และผลักดันให้เกิดย่านเศรษฐกิจที่น่าอยู่ เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข”
นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์
ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)
แก้ฝุ่น เรื่องใหญ่ สายไฟต้องเอาลง
ยกสิงคโปร์-กัวลาลัมเปอร์เทียบ
“อันดับที่ 1 อยากให้ผู้ว่าฯคนใหม่แก้ฝุ่น PM2.5 ให้เด็ดขาด อันนี้เป็นปัญหาใหญ่มาก เพราะกระทบต่อสุขภาพของคนในกรุงเทพฯ เด็กเล็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงวัย ที่ได้รับผลกระทบจาก PM2.5
อันดับที่ 2 ที่อยากให้แก้ไขคือเรื่องของการระบายน้ำฝน ฝนตก 1 ครั้งน้ำท่วมทันที ซึ่งกระทบต่อการเดินทางไปทำงาน กระทบต่อการเดินทางกลับบ้าน
อันดับที่ 3 คือ เอาสายไฟฟ้าที่ระเกะระกะรกหูรกตาทั่วกรุงเทพมหานครเอาลงดินให้หมด จะเสริมภาพลักษณ์เมืองหลวงของประเทศไทยให้สวยงามยิ่งขึ้น สิงคโปร์เขาเอาสายไฟฟ้าลงดินหมดแล้ว กรุงกัวลาลัมเปอร์มาเลเซียก็เอาลงหมดแล้ว เมืองหลวงของประเทศไทย กรุงเทพมหานคร ควรจะเอาลงดินตั้งนานแล้ว รีบทำ จะเป็นประโยชน์มหาศาลกับเศรษฐกิจของประเทศไทยและของกรุงเทพมหานคร”
รศ.ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช
นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
ไม่ใช่แค่แก้ปัญหา แต่ต้อง ‘สร้างโอกาส’
เมืองที่ทุกคน ‘เติบโตไปพร้อมกัน’
“กรุงเทพฯ เป็นมหานครที่มีผู้คนหลากหลาย และมีปัญหาซับซ้อนจำนวนมาก ในความเป็นจริงแม้จะมีงบประมาณที่สูง แต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเอง ก็ไม่ได้มีอำนาจครอบคลุมทุกเรื่อง
ดังนั้น สิ่งที่ผมอยากเห็นจากผู้บริหารกรุงเทพฯคือการวางระบบและการจัดลำดับความสำคัญ เพื่อทำให้คนกรุงเทพฯสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวก สะอาด และปลอดภัย ในต้นทุนการดำเนินชีวิตที่ยังเอื้อต่อคนชนชั้นกลาง และคนในชุมชน
อีกเรื่องที่อยากเห็นมากขึ้น คือการบริหารราชการของกรุงเทพมหานครที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยหลายขั้นตอนควรสามารถทำออนไลน์ได้ทั้งหมด เพราะนอกจากจะเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนแล้ว ยังช่วยลดการใช้ดุลพินิจที่ไม่จำเป็นและลดโอกาสในการเรียกรับผลประโยชน์ได้ด้วย
สุดท้าย ผมคิดว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในฝัน ไม่ใช่ผู้ว่าฯที่เข้ามาเพียงเพื่อแก้ปัญหา แต่คือผู้ว่าฯที่เข้ามาสร้างโอกาสและทำให้ประชาชนรู้สึกได้ว่า สิ่งรอบตัวกำลังค่อยๆ ดีขึ้น เป็นเมืองที่เหมาะกับการใช้ชีวิต เหมาะกับการสร้างครอบครัว และเป็นเมืองที่ทุกคนสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้”
วุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทสยามพาร์คซิตี้ ผู้ประกอบกิจการสยามอะเมซิ่งพาร์ค (สวนสยาม)
และนายกสมาคมสวนสนุกและสวนพักผ่อนหย่อนใจ
รับฟัง โปร่งใส กล้าตัดสินใจ
เดินเท้าปลอดภัย กรุงเทพฯ คือ ‘บ้านของคนทุกวัย’
“อยากได้ผู้ว่าฯ ที่รับฟังประชาชน ทำงานโปร่งใส ไปเห็นปัญหาที่ชุมชนและกล้าตัดสินใจ มองกรุงเทพฯเป็นบ้านของทุกคนทุกวัย เป็นเมืองที่คำนึงถึงคุณภาพชีวิต ความเท่าเทียมและอนาคตที่ยั่งยืน
กรุงเทพฯในฝัน คือ เมืองที่น่าอยู่ มีพื้นที่สีเขียวเพียงพอและทุกคนเข้าถึงได้ ใกล้บ้านใกล้ชุมชน เดินเท้าได้อย่างปลอดภัย ขนส่งสาธารณะสะดวก อากาศสะอาด และเติมเต็มความสุขให้กับพวกเรา”
ชลัมพล โลทารักษ์พงศ์
นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย

