ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ที่เป็นมากกว่าศูนย์รวมความศรัทธา แต่ยังสะท้อนคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์จีนแต้จิ๋ว ใจกลางย่านสาทร ถนนเจริญราษฎร์ กรุงเทพฯ

21 พฤษภาคมที่ผ่านมา วิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และ ดร.เศรษฐพงษ์ จงสงวน นักวิชาการอิสระด้านจีนศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านพุทธศาสนามหายาน ที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างศาลเจ้า บอกเล่าเรื่องราว ภายในศาลเจ้า ศาลเจ้าประดิษฐานหลวงปู่ไต้ฮง ให้ประชาชนได้เข้าสักการะ ขอพร และชื่นชมความงดงามของสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และรายละเอียดเชิงวัฒนธรรมที่ถ่ายทอดเรื่องราวแห่งเมตตาธรรมและความศรัทธาเอาไว้ในทุกมุมของพื้นที่

ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เปิดให้เยี่ยมชมอย่างเป็นทางการเมื่อ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อให้ผู้คนได้เรียนรู้และร่วมสืบสานวัฒนธรรม ควบคู่ไปกับการทำบุญเพื่อสาธารณกุศล
เปิดที่มาศาลเจ้าแห่งมหามงคล บนผืนดินประวัติศาสตร์กว่าศตวรรษ
ย้อนกลับไปในช่วง พ.ศ.2452-2453 ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย เป็นที่ประดิษฐานขององค์หลวงปู่ไต้ฮง ถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และศูนย์รวมจิตใจของผู้คนเคารพศรัทธามาโดยตลอด เมื่อเวลาผ่านไปพลังศรัทธายิ่งเพิ่มพูนขึ้น จนเนื้อที่ 297.1 ตารางวา ของศาลเจ้าไม่สามารถรองรับประชาชนที่หลั่งไหลเข้ามาสักการะในทุกเทศกาลได้เพียงพอ จึงเกิดดำริครั้งสำคัญในการจัดสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกงขึ้นอีกหนึ่งแห่ง ให้เป็นทั้งถาวรวัตถุอนุสรณ์ เป็นพระพุทธสถานอันทรงคุณค่า เป็นสถานที่รองรับกิจกรรมทางศาสนา กิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ และเป็นศูนย์รวมศรัทธาสำหรับผู้มีจิตเลื่อมใสจากทั่วทุกสารทิศอีกหนึ่งแห่ง

วิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เผยว่า ทางมูลนิธิมีมติในการจัดสร้างขึ้นเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2567 และเนื่องในโอกาสที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งก่อตั้งครบ 110 ปี
โดยเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2569 มูลนิธิฯได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามอาคาร และเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเปิดอาคารศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และทรงปลูกต้นสนฉัตรคู่อันเป็นต้นไม้มงคล นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เป็นสิริมงคลสูงสุดแก่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

สำหรับรูปแบบอาคาร เป็นศาลเจ้าตามแบบสถาปัตยกรรมจีนตอนใต้ของสกุลช่างแต้จิ๋ว บนเนื้อที่ 4 ไร่ 17 ตารางวา ติดกับ ‘สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ เป็นผืนแผ่นดินประวัติศาสตร์แห่งศรัทธาและการตอบแทนคุณแผ่นดินไทยในนาม ‘สุสานวัดดอน’ ที่ชาวจีน 710 ท่าน รวบรวมเงินจัดซื้อที่ดินในปี พ.ศ.2442 สร้างสุสานสาธารณะเพื่อผู้วายชนม์โดยไม่แบ่งชนชั้น วรรณะ เชื้อชาติ และศาสนา และเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งคณะเก็บศพไต้ฮงกงพร้อมศาลเจ้าไต้ฮงกง พลับพลาไชย ใน พ.ศ.2452-2453 ก่อนจะจดทะเบียนเป็นมูลนิธิฯ ในนาม มูลนิธิฮั่วเคี้ยวป่อเต็กเซี่ยงตึ๊ง (มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง) หมายถึง ‘มูลนิธิฯ แห่งการตอบแทนคุณแผ่นดิน โดยการทำคุณงามความดี ด้วยการ ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต’
ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว ได้จัดให้มีพิธีวางศิลาฤกษ์และลงเสาเอก เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2564 โดยมี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤษ์และลงเสาเอก และเมื่อปี พ.ศ.2568 มูลนิธิฯ ได้จัดพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ และเพื่อความเป็นมหามงคล
สถาปัตย์โบราณ ‘สกุลช่างแต้จิ๋ว’ สถาปนิกไทย-จีน ผนึกสร้างสรรค์
ด้าน ดร.เศรษฐพงษ์ จงสงวน นักวิชาการอิสระด้านจีนศึกษา และผู้เชี่ยวชาญด้านพุทธศาสนามหายาน ที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างศาลเจ้า กล่าวว่า การก่อสร้างได้รับการออกแบบร่วมกันโดยสถาปนิกชาวจีนและชาวไทย เป็นศิลปะสถาปัตยกรรมจีนโบราณ สกุลช่างแต้จิ๋ว โดยทีมงานสถาปนิกและวิศวกรผู้ชำนาญงาน บริษัท เกษมดีซายน์แอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด และทีมที่ปรึกษาทางด้านศิลปะสถาปัตยกรรมจีนสำนักงานออกแบบสถาปัตยกรรมโบราณ เทียนอี้ ประเทศจีน พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญอีกจำนวนมาก

โครงสร้างอาคารทั้งหมด เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับด้วย ไม้ และหินแกะสลัก การออกแบบ รูปทรงของอาคาร ใช้สัดส่วนตาม หลักสถาปัตยกรรมจีน ประยุกต์กับการใช้งานในปัจจุบัน งานหลังคา ของอาคารมุงด้วยกระเบื้องเซรามิก จากประเทศจีน ตกแต่งประดับกระเบื้องเป็นลวดลาย แบบพื้นบ้านแต้จิ๋ว เรียกว่า (เฉี่ยนฉือ หรือคัมชื้อ) เป็นประติมากรรมสัตว์สิริมงคล รูปเทพเจ้า เซียน ตัวละครในวรรณคดี พืชพรรณดอกไม้ และลวดลายสิริมงคลต่างๆ
“เสาอาคารภายนอกและภายในส่วนใหญ่ เป็นเสากลมทาสีแดง แบบโบราณ เฉพาะเสาด้านหน้าอาคารโถงสักการบูชา จำนวน 6 ต้น จะประดับเสาด้วยหินแกรนิตแกะสลัก เป็นมังกรพันเสา เสาอาคารภายใน อาคารศาลเจ้า ตอนกลาง 16 ต้น เป็นเสาประดับด้วยลวดลายปูนปั้น แบบจีน เป็นลายมังกรคู่ ทาสีทอง เฉพาะตัวมังกรปิดด้วยทองคำเปลวทุกตัว

ผนังประดับด้วยจิตรกรรมภาพหินหยกขาวจีนแกะสลักระบายสี 35 เรื่องราว เป็น ภาพพระพุทธเจ้า, พระโพธิสัตว์, เทพเจ้า ความคิดปรัชญาคุณธรรม และลายสิริมงคล รอบอาคารทั้งหมด ประดับด้วยราวระเบียงลูกกรงหินแกรนิตแกะสลักจากประเทศจีน” ดร.เศรษฐพงษ์อธิบาย
หลวงปู่ไต้ฮง หัวใจแห่งเมตตาธรรม ตระการตา 11 ภาพสลักหินแกรนิต
หัวใจสำคัญของศาลเจ้าแห่งนี้ คือ อาคารประดิษฐานองค์หลวงปู่ไต้ฮง แกะสลักจากหินหยกขาวขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย แกะสลักรวม 3 ชิ้น ความสูงรวม 5.10 เมตร น้ำหนักรวม 51.50 ตัน
หลวงปู่ไต้ฮง คือพระภิกษุจีนในสมัยราชวงศ์ซ่ง ผู้ธุดงค์ถึงอำเภอเตี่ยเอี๊ย เมืองแต้จิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง ในห้วงเวลาที่ทุกคนเผชิญภัยพิบัติซ้ำ ทั้งพายุ น้ำท่วม ไฟไหม้ โรคระบาด และภัยแล้ง ท่านได้อุทิศตนช่วยเหลือผู้คนอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย เก็บศพไปทำพิธีฝังโดยไม่รังเกียจ ตั้งศาลารักษาโรค จัดหาอาหารและสิ่งของให้ผู้ยากไร้

ด้านขวาของหลวงปู่ คือ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ หรือองค์ตี่จั่งอ้วง สร้างด้วยหินหยกขาวแกะสลักมีความสูงรวม 3.365 เมตร น้ำหนักรวม 16.50 ตัน เป็นองค์พระโพธิสัตว์ผู้ทรงมหาปณิธาน ในการช่วยเหลือ
สรรพสัตว์ที่ยังเวียนว่ายอยู่ในห้วงแห่งทุกข์
ด้านซ้ายของหลวงปู่ คือ พระโพธิสัตว์กวนอิม สร้างจากหินหยกขาวแกะสลัก มีความสูงรวม 3.365 เมตร น้ำหนักรวม 16.50 ตัน เป็นองค์พระโพธิสัตว์ผู้เปี่ยมด้วยความเมตตากรุณา ตั้งปณิธานช่วยเหลือสรรพสัตว์ในทุกแห่งหนที่ยังมีผู้ทุกข์ยากร้องขอความช่วยเหลือ การประดิษฐานพระโพธิสัตว์ทั้งสองพระองค์ ส่งเสริมให้ศาลเจ้าสมบูรณ์
นอกจากนี้ ภายในศาลเจ้ายังมีซุ้มแท่นบูชาด้านทิศเหนือและทิศใต้ ยังประดิษฐานเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีก 8 องค์ ได้แก่ เทพเจ้าเหี่ยงเทียงเสี่ยงตี่ (ตั่วเหล่าเอี๊ย), เทพเจ้าการศึกษา (มุ่งเซียงตี่กุง), เทวีสวรรค์เทียงโหวเซี่ยบ้อ (มาโจ้ว), เทพรักษาเมือง (เสี่ยอึ่งกง), เทพเจ้าพื้นดิน (โทวตี่กง), เทพเจ้าประจำปี (ไท่ส่วยเอี๊ย), เทพเจ้าโชคลาภ (ไฉ่ซิ้งเอี้ย) และเทพเจ้ากวนอู (กวงเสี่ยตี่กุง)
อีกหนึ่งจุดที่โดดเด่น คือ ผนังด้านหลังและข้างศาลเจ้า ซึ่งประดับด้วย 11 ภาพแกะสลักอันตระการตาบนหินแกรนิต สีธรรมชาติ บอกเล่าประวัติหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) รวม 11 ภาพ ได้แก่ 1.แสวงหาชื่อเสียง 2.สละตำแหน่ง ออกบวช 3.จาริกในถิ่นต่างๆ 4.อธิษฐานเพื่อประชาชน 5.รักษาโรคแจกยา 6.ใช้ร่มเป็นเรือข้ามแม่น้ำ 7.รับบริจาคสร้างสะพาน 8.สู่ฮกเกี้ยนเตรียมวัสดุ 9.สร้างสะพานใหญ่ 10.งานสำเร็จมรณภาพ 11.คุณธรรมแพร่สู่สยาม
ซุ้มมังกร-ตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติ ความหมายแห่ง ‘จงรักภักดี’
สำหรับซุ้มประตูใหญ่ ไปจนถึงซุ้มประตูด้านหน้าศาลเจ้า ดร.เศรษฐพงษ์อธิบายว่า สร้างด้วยหินแกรนิตแกะสลักลวดลายอย่างประณีต และเปี่ยมด้วยความหมาย กึ่งกลางหลังคาศาลเจ้าประดิษฐานตราสัญลักษณ์งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ด้านซ้าย-ขวา ตกแต่งด้วยมังกรคู่ หันหน้าเข้าหาตราสัญลักษณ์ สื่อถึงพสกนิกรไทย-จีน และชาวไทยเชื้อสายจีน ที่พร้อมใจกันแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของบูรพมหากษัตริย์ไทย
ทั้งนี้ ภายในพื้นที่ประกอบด้วยศาลาโถงสักการบูชา อาคารอเนกประสงค์ จิตติน ตันธุวนิตย์ พื้นที่สวน และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น ที่จอดรถใต้ดิน ซึ่งสามารถเชื่อมเข้าสู่อาคารศาลเจ้าได้ทั้งทางบันไดและลิฟต์ รวมพื้นที่ใช้สอยกว่า 11,000 ตารางเมตร เป็นศูนย์รวมศรัทธาที่เปิดกว้างให้เข้าถึงได้
ทั้งหมดนี้ สะท้อนถึงแรงศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายจีนและผู้มีจิตศรัทธาทั่วประเทศที่ร่วมบริจาคและสนับสนุนการก่อสร้างศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา อย่างไม่ขาดสาย จนปรากฏขึ้นอย่างสง่างามราวความฝัน นับเป็นภูมิสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ใจกลางเมืองหลวง ที่ไม่ใช่เพียงศาสนสถานแต่เป็นประจักษ์พยานแห่งความดี มรดกแห่งความเมตตา หากแต่กำลังจะกลายเป็นศูนย์รวมจิตใจแห่งใหม่ของพี่น้องชาวไทยและลูกหลานจีนโพ้นทะเล
ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-18.00 น. พร้อมบริการธูป กระดาษเงินกระดาษทอง และยันต์หลวงปู่ไต้ฮง หรือฮู้แดง แก่ผู้มีจิตศรัทธาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
อคิรา ทองโม้

