หน้าแรก ประชาชื่น จิตรกรรมยูโอบ...

จิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 17 มากกว่าแข่งขัน คือ เปิดโอกาส มากกว่ารางวัล คือ ผลักดันศิลปินไทยสู่นานาชาติ

30.05.26 | 12:11 น.
จิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 17 มากกว่าแข่งขัน คือ เปิดโอกาส มากกว่ารางวัล คือ ผลักดันศิลปินไทยสู่นานาชาติ

จิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 17
มากกว่าแข่งขัน คือ เปิดโอกาส
มากกว่ารางวัล คือ ผลักดันศิลปินไทยสู่นานาชาติ

ท่ามกลางการเติบโตของวงการศิลปะร่วมสมัยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การประกวด ‘จิตรกรรมยูโอบี (UOB Painting of the Year)’ ยังคงเป็นเวทีสำคัญที่ได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาค ด้วยบทบาทในการผลักดันศิลปินรุ่นใหม่ ควบคู่กับการสร้างโอกาสให้ศิลปินไทยก้าวสู่เวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง การประกวด UOB Painting of the Year จัดขึ้นต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 17 ในประเทศไทยและครั้งที่ 44 ในระดับภูมิภาค ซึ่งทางธนาคารตั้งใจให้เวทีนี้เป็นมากกว่าการแข่งขัน โดยเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินได้ก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ เพราะเชื่อมั่นว่าศิลปินไทยมีศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ทัดเทียมกับศิลปินในระดับสากล แต่ยังมีความท้าทายข้อจำกัดด้านภาษา และโครงสร้างการเติบโตในสายอาชีพ

เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ประกาศเปิดรับผลงานเข้าร่วม การประกวด จิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 17 (17th UOB Painting of the Year หรือ UOB POY) ประจำปี 2569 และในการเปิดการประกวดได้มีการจัดวงเสวนาพิเศษเพื่อเปิดใจ ศิลปินรางวัลชนะเลิศ 3 รุ่น 3 เจเนอเรชั่น ซึ่งแต่ละท่านล้วนเป็นเพชรเม็ดงามที่ผ่านการเจียระไนจากเวที UOB Painting of the Year ซึ่งเป็นหนึ่งในการประกวดศิลปะที่ทรงเกียรติที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดขึ้นโดยธนาคารยูโอบีอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่เริ่มต้นครั้งแรกที่ประเทศสิงคโปร์ในปี 2525 และได้ขยายการจัดประกวดไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม

สำหรับประเทศไทย เริ่มจัดการประกวดจิตรกรรมยูโอบีตั้งแต่ปี 2552 ด้วยเป้าหมายในการส่งเสริมและยกระดับศักยภาพของศิลปินไทย สนับสนุนให้ศิลปินมีเวทีแสดงผลงาน สร้างตัวตนในแวดวงศิลปะ และต่อยอดสู่เวทีภูมิภาคและนานาชาติ โดยเชื่อมโยงศิลปินไทยเข้าสู่การแข่งขันและการยอมรับในระดับอาเซียน

ยามีล๊ะ หะยี นำเสนอความหวัง และความปรารถนาให้โลกสงบสุข ผ่านผลงาน ‘ดุอาอ์’ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากงานเย็บปักถักร้อยซึ่งเป็นอาชีพของครอบครัว

เปิดมุมมองศิลปิน 3 เจเนอเรชั่น
มือรางวัล UOB Painting of the Year

Advertisement

ศิลปิน 3 เจเนอเรชั่น ผู้ได้รับรางวัลจากการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประเทศไทย มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การทำงานในบริบททั้งในประเทศและระดับนานาชาติ พร้อมสะท้อนบทบาทของจิตรกรรมยูโอบีในการเปิดโอกาสให้ก้าวสู่การเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง ได้แก่ ปานพรรณ ยอดมณี ศิลปินรางวัลชนะเลิศ การประกวดจิตรกรรม
ยูโอบี ประจำปี 2553

ยามีล๊ะ หะยี ศิลปินรางวัลชนะเลิศระดับประเทศของไทย และระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year ประจำปี 2568 โดยผลงาน “Dua (Pray for a Blessing)” ที่ได้รับรางวัลได้ไปจัดแสดงในงาน Art Central 2026 ณ ฮ่องกง

ธัญญภัทร มานะสาระกุล ศิลปินรางวัล Most Promising Artist of the Year ประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2568 (ประเทศไทย) โดยผลงาน “Ctrl + AIt+ Destruct” ที่ได้รับรางวัลได้ไปจัดแสดงในงาน Art Central 2026 ณ ฮ่องกง

เวทีประกวดคือบันไดสำคัญ
งานอาร์ตไทยร่วมสมัยร่วมบทสนทนาระดับโลก

ปานพรรณ ยอดมณี กับผลงานปฐมบทรางวัลจิตรกรรมยูโอบี
ผลงานที่ปานพรรณ ยอดมณี ส่งประกวดชนะรางวัล UOB Painting of the Year ครั้งที่ 1 เมื่อ 16 ปีก่อน
นับเป็นบันไดสู่อาชีพศิลปินเต็มตัวมาถึงปัจจุบัน

เริ่มที่ ปานพรรณ ยอดมณี ศิลปินรางวัลชนะเลิศ การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2553 เล่าถึงโอกาสและประสบการณ์ที่ได้ต่อยอดการประกวดจากเวที UOB Painting of the Year ว่า ตอนเริ่มส่งงานประกวด 16 ปีที่แล้ว เป็นงาน UOB Painting of the Year ครั้งที่ 1 ตนตัดสินใจส่งงานประกวดเพราะได้ยินข่าว UOB จากต่างประเทศ จึงลองนำงานที่เรียนมาส่งประกวด ปรากฏว่าได้รางวัลและได้เดินทางไปที่สิงคโปร์ไปรับรางวัลและแข่งขันต่ออีก 4 ประเทศ และได้ประสบการณ์ในการแสดงงานกับเพื่อนๆ ได้ภาษา รู้สึกว่าการได้รางวัลเป็นเหมือนบันไดที่ทำให้รู้สึกว่าทำอย่างไรให้ตัวเราสมควรที่จะได้รับรางวัลนี้ ให้ต่อยอดการเป็นศิลปินได้ ตั้งแต่ได้รางวัลมาก็ทำงานศิลปินมาตลอด

“การเดินทางมันคือการพัฒนาและเติบโต แต่ละเชื้อชาติมีอะไรบางอย่างที่เป็นเสน่ห์ของศิลปินและการทำผลงานให้ร่วมสมัย คือสิ่งที่ศิลปินหลายคนหยิบเข้ามาทำงาน และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เรามองว่าเราเป็นตัวของตัวเอง ศิลปินชาติอื่นเขาก็เป็นตัวของตัวเองมากเช่นกัน เรากลับมาตื่นเต้นกับงานแอฟริกาใต้หรืองานแบบชนพื้นเมืองและเขาก็ตื่นเต้นกับเราเหมือนกัน

วันนี้ ศิลปินไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางคนอาจได้รับการยอมรับจากเวทีต่างประเทศมากกว่าในประเทศเสียอีก เพราะผลงานสะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างโดดเด่น การได้รับโอกาสอย่างโครงการศิลปินในต่างประเทศช่วยเปิดพื้นที่ให้งานศิลปะของไทยได้เข้าร่วมบทสนทนาระดับโลกในวงกว้าง โดยปัจจัยที่สร้างผลลัพธ์อย่างแท้จริงคือการได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว มากกว่าการได้รับรางวัลเพียงครั้งเดียว” ปานพรรณเผยมุมมอง

ยึดโยงอัตลักษณ์ท้องถิ่น
สื่อสารนานาชาติอย่างมีความหมาย

ธัญญภัทร มานะสาระกุล จิกกัดกระแสการใช้เทคโนโลยี ผ่านผลงาน Ctrl+Alt+Destruct คว้ารางวัล Most Promising Artist of the Year ประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น จิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2568

ด้าน ธัญญภัทร มานะสาระกุล ศิลปินรางวัล Most Promising Artist of the Year ประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น การประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2568 เล่าถึงการได้ไปแสดงผลงานในระดับนานาชาติครั้งแรก ว่า รู้สึกว่าได้ท้าทายตัวเองอย่างมาก การออกจากกรอบเดิมๆ เปิดโลกในมุมมองวงการศิลปะ การไปดูงานในครั้งนั้นทำให้รู้ว่างานของคนไทยเราก็มีชาวต่างชาติสนใจไม่น้อย ช่วยให้เราเจอศิลปินท่านอื่นและได้พัฒนาวิสัยทัศน์แนวคิดร่วมกัน

สำหรับผลงานจิตรกรรมของศิลปินท่านนี้คือ Ctrl+Alt+Destruct เป็นการจิกกัดกระแสการใช้เทคโนโลยีในปัจจุบัน

“การใช้โปรแกรม AI ทำให้ทำงานเร็วขึ้นก็จริงแต่ถ้าคนเอาไปใช้ในทางที่ไม่ดีน่าจะเป็นภัยไม่น้อย เอไอและปัญญาประดิษฐ์เปรียบเหมือนดาบสองคม เป็นเหมือนอาวุธ เลยแทนด้วยภาพระเบิดซ้อนเป็นปุ่มคีย์บอร์ด”ธัญญภัทรอธิบายไอเดีย

ก่อนเผยมุมมองว่า ในปัจจุบัน ศิลปินไทยมีบทบาทเป็นผู้เล่าเรื่องในเวทีระดับโลก ถ่ายทอดประเด็นทางสังคมและคุณค่าความเป็นมนุษย์ผ่านมุมมองที่หยั่งรากลึกจากบริบทท้องถิ่น การได้รับการมองเห็นและการสนับสนุนจากสถาบันต่างๆ ช่วยให้ยึดโยงกับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของตนเองพร้อมทั้งสื่อสารและเชื่อมโยงกับผู้ชมในระดับนานาชาติได้อย่างมีความหมาย

เปิดโลก เห็นมุมมองหลากหลาย
แรงบันดาลใจสู่ความสำเร็จ

จากนั้น ยามีล๊ะ หะยี ศิลปินรางวัลชนะเลิศระดับประเทศของไทย และระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year ประจำปี 2568 เล่าถึงประสบการณ์ที่ได้ไปเผยแพร่ผลงานที่ฮ่องกงว่า ต้องขอขอบคุณทางผู้ใหญ่ใจดีที่สนับสนุนให้ได้ต่อยอดผลงาน เป็นเสมือนกำลังใจให้ศิลปินได้เปิดโลก และได้ไปเห็นผลงานอีกมุมหนึ่งที่หลากหลาย โดยสามารถเก็บเกี่ยวความรู้สึกในระยะเวลา 3 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่คุ้มค่า เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ ต่อยอด ให้เติบโตต่อเนื่อง

“ผลงานที่จัดแสดงชื่อดุอาอ์ นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับความหวัง ความปรารถนา อยากให้สังคมโลกมีความสงบสุข โดยรับแรงบันดาลใจมาจากที่เราเก็บเกี่ยวจากทางบ้าน ซึ่งทำอาชีพเย็บปักถักร้อย บวกกับเราเรียนศิลปะที่สูงขึ้น ศิลปะต่อยอดความถนัดที่เรามีได้ ทำให้อยากนำเสนอศิลปะที่ร่วมสมัยที่เป็นเทคนิคเย็บปักถักร้อย ได้ทำศิลปะกับเยาวชนกลุ่มผู้เปราะบางในพื้นที่ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากฐานะยากจน เหมือนศิลปะได้เยียวยาหัวใจของเขา” ยามีล๊ะเล่า

ยามีล๊ะเผยด้วยว่า ทุกการละหมาดจะขอดุอาอ์ให้สังคมโลกมีความสงบสุข อยากให้มีความหวังในการต่อสู้กับบททดสอบที่ได้ประสบ ผ่านทางเทคนิคเย็บปักถักร้อย บางจุดมีสัญลักษณ์ที่เราทำกิจกรรมกับเด็กๆ และกลุ่มคนเปราะบางด้วย หลักๆ คือสร้างบรรยากาศโทนสี อยากนำเสนอถึงความสุขและความหวัง

“อยากเชิญชวนศิลปินที่สนใจงานทางด้านศิลปะอยากให้ส่งผลงานเยอะๆ แม้การส่งผลงานอาจจะไม่ได้รางวัล อย่าเพิ่งไปท้อ อย่าคิดว่าการส่งครั้งหนึ่งแล้วต้องได้รางวัล อยากให้ใช้เวลาตรงนี้ในการสร้างสรรค์ผลงานให้ได้มากที่สุด เวลาจำเป็นมากๆ ที่จะทำให้ผลงานสมบูรณ์ ประเมินศักยภาพของตนเอง ให้กำลังใจตนเองบ่อยๆ ถ้าไม่ได้ปีนี้
ปีถัดไปต้องได้แน่นอน ความสำเร็จมันจะมาในเวลาที่เหมาะสมเสมอ” ยามีล๊ะทิ้งท้าย

เสียงเหล่านี้สะท้อนว่าเวทีการประกวดจิตรกรรมยูโอบี มีบทบาทสำคัญในการเปิดโอกาสใหม่ให้กับศิลปิน สร้างโอกาสเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ และสนับสนุนให้ศิลปินสามารถพัฒนาอย่างมั่นใจในระยะยาว

อคิรา ทองโม้

โฉมหน้าศิลปิน 3 เจเนอเรชั่น เจ้าของรางวัล UOB Painting of the Year (จากซ้าย) ยามีล๊ะ หะยี, ปานพรรณ ยอดมณี และธัญญภัทร มานะสาระกุล

ส่งเลยวันนี้-3สิงหาคม
ชิงรางวัลจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 17

ผู้สนใจสามารถส่งผลงานเข้าร่วมประกวดได้ตั้งแต่ วันนี้-3 สิงหาคม 2569 ผ่านระบบออนไลน์ โดยเปิดรับสมัครศิลปินอายุ 16 ปีขึ้นไป มีสัญชาติไทย และผู้ที่มีถิ่นพำนักถาวรในประเทศ

แบ่งเป็นประเภทศิลปินอาชีพและศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น ส่งผลงานได้สูงสุด 1 ผลงาน สร้างสรรค์จากเทคนิคใดก็ได้ เช่น สีอะคริลิก สีบาติก แปรงจีน เทคนิค ดินสอสี หมึก สื่อผสม สีน้ำมัน สีน้ำ หรือสื่อประเภทอื่น โดยสามารถใช้เทคนิคการตัดแปะ สร้างลายนูน และภาพวาดแบบสามมิติได้ แต่ต้องมีความหนาจากพื้นผิวไม่เกิน 5 เซนติเมตร รวมกรอบรูป (ถ้ามี)

ผลงานจะใส่กรอบหรือไม่ใส่กรอบก็ได้ ขนาดต้องไม่เกินด้านละ 180 ซม. รวมกรอบรูป (ถ้ามี) ต้องเป็นผลงานต้นฉบับ และไม่ควรสร้างสรรค์ไว้นานเกิน 2 ปี

ผลงานที่เคยได้รับรางวัลหรือได้รับเลือกให้ร่วมแสดงในการประกวดมาก่อน ไม่สามารถเข้าร่วมการประกวดได้ สื่อเคลื่อนไหว สื่อดิจิทัล ศิลปะจัดวาง และประติมากรรม ไม่สามารถเข้าร่วมการประกวดได้

ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศจากสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม จะได้เข้าชิงรางวัลระดับภูมิภาค UOB Southeast Asian Painting of the Year ซึ่งมีเงินรางวัลเพิ่มเติม จำนวน 13,000 เหรียญสิงคโปร์ พร้อมโอกาสเข้าร่วมโครงการศิลปินพำนักในต่างประเทศที่สนับสนุนโดยธนาคารยูโอบี โดยจะประกาศผลรางวัลระดับภูมิภาค ณ ประเทศสิงคโปร์ ในเดือนตุลาคม 2569

ส่งผลงานผ่านระบบ E-Submission ได้ทาง www.uob.co.th/poy และติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียของธนาคารยูโอบี