หน้าแรก ประชาชื่น แท็งก์ความคิด...

แท็งก์ความคิด : คลื่นใหญ่ลูกที่ 2

30.05.26 | 11:07 น.

แท็งก์ความคิด : คลื่นใหญ่ลูกที่ 2


ช่วงเวลาวิกฤตทางเศรษฐกิจคิดถึง “ธิงค์แทงค์” ของประเทศหลายคน

คนหนึ่งคือ อาจารย์สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ และเคยนำฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจมาแล้วเมื่อไม่นานมานี้

ติดตามข่าวทราบว่า วันก่อนอาจารย์สมคิดขึ้นปาฐกถาพิเศษในงาน “Triam Udom Dinner Talk 2026 เตรียมอุดมฯ คิด: เศรษฐกิจพ้นภัย”

Advertisement

อ่านข่าวแล้วได้กำลังใจ อาจารย์สมคิดมีมุมมองเชิงรุก แม้เศรษฐกิจจะบอบช้ำ อยู่เสมอ

จำได้ว่า คำว่า วิกฤตซ้อนวิกฤต นี้ ไม่ได้เพิ่งเคยได้ยิน ก่อนหน้านี้เคยได้ยินจาก นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ สมัยที่เป็นรองนายกฯ

แสดงว่านี่ไม่ใช่ของใหม่ เพียงแต่วันนี้เติมคำว่า “ซ้อนวิกฤต” เข้าไปอีกหลายตัว

กลายเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤตซ้อนวิกฤตซ้อนวิกฤต

แต่ในมุมมองของอาจารย์สมคิดเห็นว่า ทุกภาคส่วนไม่ควรหมดกำลังใจ เนื่องจากยังมีโอกาสให้เห็น

โอกาสที่อาจารย์สมคิดมองเห็นคือการลงทุนจากต่างชาติที่ไหลเข้ามา

ย้อนกลับไปงานที่มติชนจับมือเอไอเอสจัดขึ้น เรื่อง นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาฯบีโอไอ ขึ้นเวทีด้วย

ปักธงเป้าหมายส่งเสริมการลงทุนชัดแจ้ง

นำเสนอความก้าวหน้าของการยื่นขอลงทุน เม็ดเงินจริงที่เข้ามาลงทุน และประโยชน์ที่ผู้ประกอบการไทยจะได้จากการเข้ามา

ตอกย้ำว่าบีโอไอเตรียมการต้อนรับการลงทุนไว้อย่างดี

ย้อนกลับไปอีก ก่อนที่สิ่งเหล่านี้จะเกิด เราต้องใช้เวลา

นายกฯเศรษฐา ทวีสิน และทีมรัฐมนตรี ตระเวนไปทั่วโลกเพื่อประกาศให้เขารู้ว่าประเทศไทยพร้อมต้อนรับนักลงทุน

นายกฯอิ๊งค์ แพทองธาร ชินวัตร และคณะ เดินหน้าดึงลงทุนต่อเนื่อง

พอมาถึง นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล การขับเคลื่อนของไทยก็ยังสานต่อ และการลงทุนจากต่างชาติเริ่มแสดงอานุภาพ

ย้อนหลังไปไกลแล้ว กลับมาฟังไอเดียอาจารย์สมคิดต่อ

อาจารย์สมคิดมองว่า ทุนที่เริ่มไหลเข้ามาถือเป็น “คลื่นการลงทุนใหญ่ลูกที่ 2”

เป็นคลื่นการลงทุนที่เทียบเท่ากับยุคที่กลุ่มทุนญี่ปุ่นย้ายฐานการผลิตเข้ามาในไทย

ดังนั้น รัฐบาลอย่าปล่อยให้เสียโอกาส

ต้องถือเป็นโอกาสทำให้ GDP มีคุณภาพ มีความยั่งยืน ไม่รับทุนเทา

หนึ่งในไอเดียที่นำเสนอ อาจารย์สมคิดยกเอาโมเดลแก้จนของเกาหลีใต้และจีนขึ้นมา

โมเดล K-Food ของเกาหลีใต้ ภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันผลักดันอุตสาหกรรมอาหารผ่านกระแสวัฒนธรรมซอฟต์พาวเวอร์ จนสร้างมูลค่าการส่งออกได้สูงถึง 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

และตั้งเป้าหมายปีถัดไปให้ได้ถึง 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านการยกระดับบรรจุภัณฑ์ เทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech) และการตลาดดิจิทัล

ยังมีโมเดล Taobao Village ของเครืออาลีบาบาที่ร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่นของจีน เข้าไปพัฒนาระบบ E-commerce และระบบโลจิสติกส์ในชุมชน

ผลักดันให้เกษตรกรค้าขายออนไลน์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าท้องถิ่นได้

อาจารย์สมคิดเชื่อว่า แนวทางเหล่านี้สามารถนำมาปรับใช้กับประเทศไทยได้

นอกจากนี้ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่ต้องทำอีก เช่น การปรับเปลี่ยนโครงสร้างน้ำมัน การปฏิรูปโครงสร้างนโยบายการศึกษา เป็นต้น

ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างจะสำเร็จขึ้นกับรัฐบาล

ประเทศไทยจำเป็นต้องมีรัฐบาลที่มีสมรรถนะสูงและเข้มแข็ง มีความทุ่มเทในการเจรจาเชิงรุก พร้อมสู้ท่ามกลางสถานการณ์การแข่งขันดึงดูดเม็ดเงินลงทุนที่รุนแรง

ส่วนการลงทุนขนาดใหญ่ อาจารย์สมคิดยังยืนยันอยากให้รัฐบาลพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ให้จบและเสร็จสมบูรณ์เสียก่อน

เมื่อจบแล้วนักลงทุนต่างชาติมองเห็นจะเกิดความเชื่อมั่น

ขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาสังคมและการเมือง สนับสนุนคนมีคุณภาพเข้าสู่ระบบสภา สร้างเครือข่ายภาคประชาสังคมเข้มแข็งแบบเกาหลีใต้ที่ปฏิเสธการทุจริต

สุดท้ายอาจารย์สมคิดให้กำลังใจทุกคน

และเสนอให้รัฐบาลประกาศ ทำ New Deal for New Future เป็นข้อตกลงใหม่สำหรับอนาคตใหม่ของไทย

รับฟังอาจารย์สมคิดแล้วทุกคนน่าจะมีกำลังฮึดขึ้นมาอีกสักพัก

ฟังแล้วล้วนรับทราบ คลื่นใหญ่ลูกที่ 2 จะมาได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับทุกคน

ถือเป็นความท้าทายของ รัฐบาล ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม

นฤตย์ เสกธีระ