หน้าแรก ประชาชื่น ส่อง‘ทีเซอร์’...

ส่อง‘ทีเซอร์’ นโยบาย 3 เบอร์ท็อป ถ้าได้เป็นผู้ว่าฯกทม.? พร้อมแอ๊กชั่นทันที

31.05.26 | 11:07 น.

ส่อง‘ทีเซอร์’
นโยบาย 3 เบอร์ท็อป
ถ้าได้เป็นผู้ว่าฯกทม.? พร้อมแอ๊กชั่นทันที

ดูท่าจะนำโด่ง แต่ยังไม่นิ่ง

ยิ่งมีโพลสำรวจออกมา ยิ่งชวนให้ลุ้นต่อ

หลังเปิดรับผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา แค่เพียงเดย์วัน ปิดจ๊อบเดบิวต์ ท้าชิงผู้ว่าฯ 16 แคนดิเดต ส.ก.แห่สมัครมากถึง 241 รายนาม

เช้าวันต่อมา สถาบันพระปกเกล้าเสิร์ฟผลสำรวจเรื่อง ความนิยมของประชาชนและทิศทางโค้งแรกสนามเลือกตั้ง กทม.69 (ระหว่าง 22-25 พ.ค.69 อายุ 18 ปีขึ้นไป 1,600 ตัวอย่าง)

Advertisement

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯกทม. นำโค้งแรก 31.5% ตามมาด้วย ‘ดร.โจ’ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครจากพรรคประชาชน 13.1 ส่วนอีก 7.5% แอบกระซิบว่าจะเลือก ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์

“ที่ได้โพลเต็ง ยังไม่แน่หรอก การเมืองไม่มีอะไรแน่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้”

คือเสียงของตัวเต็งนัมเบอร์วัน ในลิสต์แคนดิเดต

เพราะแม้คะแนนนำ แต่ฐานยังขยับได้ทุกเมื่อ

สะวิงโหวต เฟิร์สต์โหวตเตอร์ ยังคงเป็นปัจจัยที่ชี้วัด

ยิ่งกว่าเกมท้าดวลระหว่าง ‘ผู้สมัครเก่า vs ผู้ท้าชนรายใหม่’ คือใครจะปล่อยหมัดฮุกได้ถูกใจกว่ากัน เมื่อคนกรุงเต็มไปด้วยความหลากหลาย แอ๊กชั่นแพลนแบบใดที่จะซื้อใจคนส่วนใหญ่

บรรทัดต่อไปนี้เรียกได้ว่าเป็น ‘นโยบายทีเซอร์’ ของ 3 ตัวท็อปแคนดิเดตผู้ว่าฯ

ที่ปล่อยออกมาให้ลองชิมกัน ณ วันที่หอบโปรไฟล์ไปยื่นใบสมัคร

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 9

เหมือนกับเคยเกิดขึ้นแล้ว ไม่ได้ตื่นเต้นมาก ไม่ได้พกของขลังอะไรมา พระเหนือดวง จตุคามรามเทพ ไม่รู้ว่าเอาไว้ไหน ถ้าหยิบมาก็จะได้เบอร์ที่ดี (ยิ้ม)

ผมว่าหน้าที่เราคือพยายามเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ประชาชนตัดสินใจ เรื่องโพลก็บอกกับทีมงาน อย่าไปสนใจเลย เอาโพลที่เขาตำหนิเรามาปรับปรุง แต่ที่เขาว่าดีก็อย่าไปหลง ต้องทำงานอีกเยอะ

ก็จะเป็นผู้ว่าฯเหมือนเดิม ‘ติดดิน รับใช้ประชาชน ทุกคนคือเจ้านาย’ 4 ปีที่แล้วผมเคยพูดไว้ ‘เราต้องรับใช้ทุกคน ไม่ว่าเขาจะเลือกเราหรือไม่’ หวังว่าจะไม่ทำให้ผิดหวัง หัวใจคือ ต้องเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้คน กทม.สำหรับ 4 ปี นั่นคืองานยาก ผมว่าเลือกตั้งมันเป็นกระบวนการช่วงหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งที่ยากคือต้องมีนโยบายที่ดี เพื่อตอบโจทย์ได้จริงๆ

นโยบายที่จะเปลี่ยนไปหลัง 4 ปีนี้ คง ‘ใช้เทคโนโลยีให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด’ เพราะ 4 ปีที่ผ่านมาเราเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานได้ในหลายๆ มิติ หลังจากนี้ก็พร้อมที่จะกระโดดด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม จะเน้น 4 ด้านคือ เรื่องคน คือความสุข, เรื่องเมือง คือโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ, เรื่องระบบ คือต้องปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพ และสุดท้ายคือเรื่องเศรษฐกิจ เพราะว่าเมืองคือตลาดแรงงาน ต้องมีการดึงดูดคนเก่งๆ บริษัทดีๆ เข้ามาเพื่อให้มีงาน นั่นคือเศรษฐกิจระดับบริษัท และต้องมีเศรษฐกิจระดับข้างถนนที่มาหล่อเลี้ยงคนทำงาน กทม.ต้องทำ 2 อย่างนี้ให้เข้มแข็งควบคู่กัน และเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคให้ได้

มี 250+ เรื่องที่ทำทันที เรามีประชากรที่ต้องดูแลเป็นหลักสิบล้าน ทุกคนมีปัญหาของตัวเอง ผู้สูงอายุ เด็ก การศึกษา ผู้ป่วย ต้องมีนโยบายที่พร้อมจะเดินหน้า ก็คิดมาช่วง 2 เดือนได้ประมาณ 250+ ทำงานวันแรกก็สามารถเดินหน้าได้เลย หัวใจคือ ‘มีแผนที่ชัดเจน’ เรามีพนักงานข้าราชการอยู่ 70,000 กว่าคน ถ้าทุกคนตื่นขึ้นมารู้เลยว่าจะต้องทำอะไร จะทำให้งานเดินหน้าได้ทันที

เราเป็นอิสระ ไม่สังกัดพรรคการเมือง เราทำงานให้กับทุกคน ที่ผ่านมาอาจจะมีบางโครงการ เช่น อยากทำศูนย์ คอนเสิร์ตใหญ่ เป็นที่สาธารณะให้คนมาใช้ชีวิตได้ดีในเมือง เดินทางสะดวก หรือเรื่อง น้ำทะเลหนุน ที่อาจท่วมกรุงเทพฯ อันนี้เกินความสามารถแน่นอน เราพร้อมที่จะประสานงานกับทุกหน่วย เพราะเราไม่อิงกับการเมืองใหญ่ เราทำท้องถิ่นให้ดี เชื่อว่าจะเป็นส่วนที่ช่วยผลักดันกับรัฐบาลได้ เพราะถ้ากรุงเทพฯดี เศรษฐกิจประเทศจะดีขึ้นด้วย

เรื่อง ‘น้ำ’ เส้นเลือดฝอยไม่ละทิ้ง เส้นเลือดใหญ่จะเดินต่อ ยังมี 20% ที่เป็นจุดเสี่ยงน้ำท่วม จากทั้งหมด 737 เราทำไปแล้ว 70% จุดฟันหลอริมแม่น้ำเจ้าพระยามีประมาณ 20 จุดที่ต้องอุด และยังมีโครงการอุโมงค์ระบายน้ำสำคัญอีก 5 แห่ง เหลือ 4 แห่งเพราะบึงหนองบอนเสร็จแล้ว จะมีเพิ่มอีก 2 แห่งที่พระราม 6 และคลองประเวศบุรีรมย์ ผมว่าทำไปได้ค่อนข้างเยอะแล้วในเรื่องน้ำท่วม

3 คำสำหรับวันนี้ “กรุงเทพ ทำ งาน” ความหมายคือ ต้องทำงานต่อ 4 ปีที่ผ่านมาผมว่ามันเวิร์กระดับหนึ่ง ทำงานมาแล้ว ก็ต้องทำงานต่อไป มุ่งมั่นทำเต็มที่ ทำด้วยใจ ไม่กดดันเลย จะทำให้ดีที่สุดถ้าพี่น้องประชาชนเลือกเรา ถ้าไม่เลือกเราก็มีอย่างอื่นทำ พูดตรงๆ ไม่ได้กดดันอะไรเลย ไม่ต้องแบกพรรค แบกอะไรไว้ เราเป็นตัวของเรา ถ้าไม่ได้ก็คือชัชชาติไม่ได้ แค่นั้นเอง

คำถามจากคู่แข่งว่า 4 ปีทำอะไรบ้าง? เดี๋ยวอธิบายหลายเรื่องเลย เราไม่ได้ทำเรื่องเดียว ทำฟุตปาธทางเท้า ทำน้ำท่วมให้ดีขึ้น คุณภาพชีวิต คุณภาพอากาศที่ดีขึ้น เรื่องการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป เพิ่มศูนย์บริการสาธารณสุข เพิ่มโรงพยาบาล 4 แห่ง จริงๆ แล้วก็มีเยอะแยะ ถ้าตั้งใจดูก็น่าจะพอจะเห็นบ้าง

โลกมันเปลี่ยน ผมว่าชาเลนจ์คือ เราต้องแข่งกับเมืองทั่วโลก ทุกเมืองแข่งขันในการดึงคนเก่ง ดึงธุรกิจดีๆ ไป ดังนั้น เราแค่แข่งกับตัวเองไม่พอ ผมว่าต้องเทียบกับเมืองอื่นว่าเขาเป็นอย่างไร ที่ผ่านมา Ranking หลายอันดีขึ้นเมื่อเทียบกับหลายๆ เมืองทั่วโลก ผมว่าไมตรีจิต ความน่าอยู่ของกรุงเทพฯ มันดีขึ้น ดังนั้น ต่อไปต้องเพิ่มประสิทธิภาพ ต้องลดเรื่องทุจริต ทำธุรกิจต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพขึ้น

ส่วนเรื่องที่คิดว่ายังทำได้ไม่ดีพอ? ผมพูดมาตลอด คือเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่ใช่เฉพาะกรุงเทพฯ ผมว่าประเทศไทยถ้าไม่พูดเรื่องนี้เลย มันไปต่อยาก เป็นเรื่องที่ฝังรากลึกมานานเราไล่คนทุจริตออก 41 คน ทำกับหน่วยงานต่างๆ ที่มีอำนาจไปสืบสวน ผมว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้ เปิดเผยข้อมูล ทำทุกอย่างให้เป็นออนไลน์ ก็จะช่วยให้ดีขึ้น ตอนเราเข้ามาปีแรก 100 กว่าเรื่อง ตอน 2 ปีหลังลดเหลือประมาณ 20 เรื่องต่อปี ผมว่าสถานการณ์ดีขึ้นแต่ยังไม่หมด ต้องเดินหน้า

‘เศรษฐกิจ’ เป็นเรื่องที่ต้องทำต่อ ที่ผ่านมาเราเองไม่มีอำนาจไปแจกเงินให้ประชาชน เราจึงต้องแจกความรู้ แจกโอกาส มีโครงการ Next Learn อบรมความรู้ 1 ล้านชั่วโมง มีเป็นร้อยคอร์ส ให้คนเรียนภาษา, AI และจัดที่ค้าขาย เราติดไฟแสงสว่างไปแสนดวง ทำฟุตปาธ 1,100 กม. จัดระเบียบหาบเร่แผงลอยให้ดีขึ้น แต่ก่อนมี 20,000 กว่าราย ไม่ได้ยกเลิกทั้งหมด เขาก็ค้าขายดีขึ้นเพราะเดินสะดวกขึ้น เพราะเศรษฐกิจข้างถนน คือตัวที่จะมาหล่อเลี้ยงกำลังของคนที่อยู่ในเมือง แล้วไปทำเศรษฐกิจใหญ่ให้เข้มแข็งขึ้น

ทีมรองผู้ว่าฯทั้ง 4 คน ยังอยู่ช่วยกันทำงาน ทีมเราไม่ได้มีแค่รองผู้ว่าฯ ผมเชื่อว่าคนเก่งๆ หลายคนไม่ได้อยู่ในทีมผู้บริหารด้วย ครั้งนี้จะมีคนเข้ามาช่วยเป็นร้อยคน แต่บางคนอาจไม่อยากเปิดตัว ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับการเมือง มีทั้งนักวิชาการ ศิลปิน ที่จะเข้ามาช่วยกัน ถือว่าก็เป็นทีมที่ใหญ่ แต่เขามาด้วยใจจริงๆ

นโยบายสั้นๆ รอบนี้ จริงๆ แล้ววิชั่นเราคือ ‘เมืองที่สร้างโอกาสและความหวังสำหรับทุกคน’ ที่ผ่านมาผมเชื่อเรามีความสุขมากขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น แอ๊กชั่นแพลน 250+ จะเห็นเลยว่ามีทั้งโครงการ Mega project ที่เป็นแลนด์มาร์กของเมืองใหม่ เช่น สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา อาจจะมีศูนย์คนเมืองฝั่งธนบุรี ให้มีพิพิธภัณฑ์ศิลปะ มีที่ให้ประชาชนทำงาน มีศูนย์อิ่มท้อง แถวคลองสาน ปรับปรุงลานคนเมืองให้เป็นพิพิธภัณฑ์เมือง

เราไม่สามารถที่จะมีนโยบายน้อยๆ เพื่อตอบโจทย์คน 10 ล้านคนได้ เราพยายามกลั่นกรองทุกมิติ ที่สำคัญคือ ต้องเอาภาคเอกชนเข้ามาร่วม ทำแพลตฟอร์ม ให้ผู้สูงอายุมาลงทะเบียนความสามารถ แล้วเอกชนมาร่วมกัน มีเป้าหมายที่จะจ้างงาน 10,000 คน

ที่ผ่านมาเราสร้างความไว้วางใจได้ดี ประชาชนและเอกชนมาร่วมกับเรา ก็น่าจะเป็นตัวหนึ่งที่ทำให้มีพลังกระโดดได้มากขึ้น

ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร หรือ ดร.โจ
ผู้สมัครสังกัดพรรคประชาชน หมายเลข 10

วันนี้ตื่นแต่เช้า พวกเรามารวมตัวกันที่ตึกไทยซัมมิท แล้วขึ้นรถ EV มาพร้อมกับผู้สมัคร ส.ก.ทุกคน และทีมบริหารของพรรค พวกเราพร้อมมาก

การที่เราเป็น 1 ใน 3 ตัวเต็ง? ผมว่าชาวกรุงเทพฯจะเป็นผู้ตัดสิน หน้าที่ของเราคือทำให้ดีที่สุด ใช้โอกาสในการเลือกตั้งครั้งนี้ นำเสนอวาระที่เราต้องการจะพัฒนาอนาคตของ กทม.

4 ปีข้างหน้า เรามีทั้งวาระเมืองและวาระเขตของ ส.ก.ทั้ง 50 คน แต่ละเขตเขามีวาระอยากจะสร้างหรือผลักดันให้เกิดขึ้นถ้าหากได้รับเลือก ดังนั้น ถ้าหากจะนำวาระของ ส.ก.พรรคประชาชน ไปฝากให้ผู้ว่าฯคนอื่นขับเคลื่อน ก็น่าจะเป็นไปได้ยาก

ปัญหาเร่งด่วนของ กทม.จริงๆ มีหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาขยะ โรงขยะก็ดี แต่เราอยากมุ่งเน้นเชิงโครงสร้าง โชว์ระบบที่พวกเรานำเสนอมาตลอดว่า นอกจากจะแก้ปัญหาเส้นเลือดฝอย ที่มีลักษณะรูทีนอย่างการลอกท่อ หรือทำทางเท้า สิ่งที่ต้องพัฒนาไปมากกว่านั้น ยังไม่ได้มากเท่าที่ควรในอดีต คือเรื่องปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น เรานำเสนอระบบที่พวกเราได้พัฒนาขึ้นมา ‘กรุงเทพฯโปร่งใส AI จับโกง’ ให้ฝ่ายบริหารใช้ในการจัดการปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นตั้งแต่ต้นน้ำ เพราะถ้าเราปล่อยให้ปัญหานี้มันเกิดขึ้นแล้ว อำนาจในการจัดการของผู้ว่าฯมีจำกัดมาก ดังนั้น เราจะจัดการตั้งแต่ต้นน้ำ ตั้งแต่การขึ้นงบประมาณ การสืบหาราคากลาง ก่อนที่จะนำเข้ามาเสนอในสภา กทม.เสียด้วยซ้ำ รวมไปถึงกลางน้ำ เช่น ออก TOR ในการประมูลต่างๆ พัฒนาระบบเหล่านี้เพื่อจัดการปัญหา

ส.ก.เราทำงานด้วยกันได้กับทุกคน เราแสดงให้เห็นมาโดยตลอดอยู่แล้ว เพียงแต่ถ้าแคนดิเดตผู้ว่าฯจากพรรคประชาชนจะทำกรุงเทพฯให้ง่ายขึ้น เป็นเมืองแห่งสวัสดิการ เป็นเมืองที่ความเหลื่อมล้ำลดลง และเปิดประตูแห่งโอกาสให้กับคนกรุงเทพฯ ถ้าหากจะให้ผลักดันวาระเหล่านี้ ก็ควรจะต้องเลือกทั้งผู้ว่าฯและ ส.ก.ของพรรคประชาชน

ถามว่าหนักใจหรือไม่ถ้าต้องเริ่มงานใหม่แบบนับหนึ่ง? เราเองมี ‘Action Plan วาระ 50 เขต สร้างเมืองแคร์คน’ ซึ่งวาระเขตที่เราพูดถึงนั้น ส.ก.ของเราได้ลงไปเดินคุยกับชาวบ้านในพื้นที่จริง สำรวจปัญหาจริงๆ มีวาระที่นำเสนอในแต่ละเขต แม้กระทั่งแอ๊กชั่นแพลนระดับเขต ฉะนั้น เราพร้อมที่จะเริ่มงานทันที

เป็นความตั้งใจของพรรคประชาชน เราเริ่มจากสโลแกน ‘กรุงเทพง่ายๆ’ ฉะนั้นสิ่งที่จะทำให้เห็นว่ามันง่ายขึ้นได้ทันทีคือการเริ่มต้นจากการไม่มีป้ายหาเสียงของแคนดิเดตผู้ว่าฯ แต่ยังมีป้ายหาเสียง ส.ก.อยู่ เพราะมี 50 เบอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนสับสน แต่ลดจำนวนไปมาก มีประมาณ 1-2 เท่าของจำนวนหน่วยเลือกตั้ง ในส่วนของผู้ว่าฯ เนื่องจากมีพื้นที่สื่ออยู่แล้ว ดังนั้น ชาวกรุงเทพฯที่ตั้งใจจะเลือกผม เชื่อว่าคงไม่ได้ตัดสินใจจากการที่เห็นว่ามีป้ายเยอะหรือน้อย มิหนำซ้ำ ป้ายที่ติดตั้งในช่วงฤดูฝน มันบดบังทัศนียภาพ การใช้ชีวิต การเดินทาง เราไม่อยากจะเป็นภาระ เราอยากจะทำกรุงเทพฯให้ง่ายและแสดงความจริงใจออกมาในส่วนนี้ เรามีการเติมเต็มส่วนนี้ ผู้สูงอายุ อย่างน้อยๆ เวลาเดินอยู่ในย่านชุมชนจะได้เห็นแผ่นผ้าใบ ไวนิล ที่จะมีทั้งผู้ว่าฯและ ส.ก.อยู่คู่กัน และเราก็ยังเข้าถึงแบบเคาะประตูบ้าน แจกแผ่นพับใบปลิวให้แก่ผู้สูงอายุอยู่แล้ว ดังนั้น ไม่มีปัญหา

เราได้เปิดให้เห็นเว็บไซต์ Bangkok Made Easy Map แผนที่กรุงเทพฯง่ายๆ ซึ่ง ส.ก. 3 เขต อย่างเช่นเขตคลองสามวา พูดถึงเรื่องขนส่งสาธารณะ ผมไปลงพื้นที่มาก็แปลกใจ เห็นป้ายรถเมล์เยอะเลย แต่ไม่มีข้อมูลใดๆ ไม่บอกแม้กระทั่งสายไหนจะจอดป้ายนี้ นี่คือหนึ่งใน ‘วาระเขต’ ที่จะเข้ามาผลักดัน พัฒนารถเมล์เพิ่มขึ้น

เรามีเด็กเล็กใน กทม.เป็นแสนคน มีเด็กเล็กที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของกรุงเทพมหานครดูแลอยู่ประมาณ 15% เท่านั้น ยังมีพื้นที่ในเมืองๆ นี้ที่จะเข้าไปดูแลเด็กได้อีกมาก

ปัญหาขยะ ‘บ่อนไก่’ ก็เป็นความเดือดร้อนที่ชาวปทุมวันต้องเจอในทุกวันแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข เราอยากทำกรุงเทพฯให้เป็นเมืองที่แคร์คนมากกว่านี้ คนกรุงเทพฯถึงจะใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ขอเชิญชวนให้ประชาชนเข้ามาให้ฟีดแบ๊ก ที่เว็บไซต์ https://bkk2569.peoplesparty.or.th/ จะมีเมนูมุมบนขวา กดเลือก ‘แผนที่กรุงเทพง่ายๆ’ เพื่อดูวาระในเขตบ้านท่าน อย่างเขตธนบุรีบ้านผม เกิดและเติบโตย่านตลาดพลู ช่วยกันส่งความเห็นของท่านเข้ามา อยากเห็นอนาคตของเขตพัฒนาเรื่องไหน มี รพ.ผู้สูงอายุ มีพื้นที่ให้ขายของ ไม่มีขยะในคลอง มีรถเมล์ไม่รอนาน คือบางส่วนที่ชาวธนบุรีฟีดแบ๊กมีเข้ามาแล้ว 13 ความคิดเห็น หรืออย่างเขตตลิ่งชัน ความต้องการคือ รถสองแถวไปเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีแดง ทางเดินริมคลองไม่มืดตอนกลางคืน จนเสี่ยงอาชญากรรม

นอกจากวาระเขต เรายังมีวาระเมือง เป็นวิสัยทัศน์ใหญ่ๆ กรุงเทพมหานครเป็นใน 4 ปีข้างหน้า ถ้าจะพูดง่ายๆ 3 คำคือ ‘เมือง แคร์ คน’ ไม่ใช่เมืองที่แคร์ทางเท้า แคร์ท่อ แต่แคร์คน เพราะฉะนั้นเราจะทำให้คนใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น

เราจะไม่ได้มองคลอง เป็นแค่ทางระบายน้ำ ถ้ามองให้เป็นระบบมันยังเป็นเส้นทางในการสัญจร ปัจจุบันเราสามารถมีเรือ EV เข้ามาวิ่งแล้ว เพื่อลดผลกระทบทางมลภาวะ กลิ่น และเสียง ใช้คลองเป็นตัวเชื่อมรถเมล์และรถไฟฟ้า เราจะพัฒนาชุมชนย่านฝั่งคลองให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ กรุงเทพมหานครสามารถกลับมาเป็น ‘เวนิสตะวันออก’ ได้อีกครั้ง เอาระบบที่ทันสมัยมาติดตั้ง เซ็นเซอร์ระดับน้ำและมลพิษ เราอยากจะใช้ประโยชน์ของน้ำในคลอง + การปลูกต้นไม้ให้ร่มรื่น ทำให้การเดินทางง่ายขึ้น

จะเกิดขึ้นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ถ้าเราได้ทั้งผู้ว่าฯและ ส.ก.จากพรรคประชาชน

ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข
ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 14

เชื่อมั่นว่าประสบการณ์ของเราที่ทำงานมา 3 กระทรวง เป็นมือทำงานให้กับรองนายกฯกับรัฐมนตรี นั่นแหละเขาเรียกว่า ‘คนทำงาน’

มั่นใจ 100% พร้อมมาก ทั้งหมด 12 ยุทธศาสตร์ที่เรากำลังเตรียมการ ทุกปฏิบัติการของ ดร.มัลลิกา เรามีแผนรองรับทั้งหมด ในการที่จะทำงานได้ทันที

ปัญหาหลักๆ ที่อยากจะแก้ไข คือฝุ่น PM2.5 กลายเป็นประเด็นที่ กทม.ไม่สามารถทัดเทียมคนอื่นได้ เพราะว่ามีมลพิษอันดับ 1 ของโลก จุดนี้ใครทนได้ก็คือทน เราไม่ทน กรณีจัดการปัญหามลพิษเรามาพร้อมกับแผนปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็น AI นวัตกรรม การตรวจจับ บูรณาการ และตั้งเป้าว่าจะทำ MOU ร่วมกับกระทรวงเกษตร กรมฝนหลวง และกระทรวงทรัพยากรฯ ปฏิบัติการในลักษณะร่วมมือหลายฝ่าย จะทำให้เห็นผลเร็วและไม่ต้องรอ

ลูกหลานเหลนโหลนของเรา หายใจเข้า-ออกเป็นพิษ ใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนน เสียประสิทธิภาพในการทำงาน แค่ใช้ชีวิตก็ยากแล้ว ดังนั้น กรุงเทพฯมีหน้าที่ ‘ฟอกอากาศสะอาด’ ให้กับพี่น้องประชาชน PM2.5 คือจุดพีคที่สุดที่เราตัดสินใจทำ

จริงๆ แล้วแผนปฏิบัติการทั้ง 12 ด้านของเรา นอกจากการใช้ AI นวัตกรรมที่จะครอบปฏิบัติการทุกอย่าง ยังมีเรื่องของ AI Traffic ที่จะแก้ไขให้ดีกว่าเดิม และ AI เรดาร์ ตรวจจับก้อนเมฆเพื่อวางแผนการระบายน้ำ นอกจากนั้น ก็ยังทำโครงการจับคู่กู้เงิน ที่เคยทำสำเร็จตอนเราเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี ซึ่งจะฟื้นฟูเศรษฐกิจและช่วย SME ให้รอดพ้น หลังจากที่เรามีวิกฤตพลังงาน

นอกจากนั้น ยังสร้างเมืองให้ไร้อาชญากรรม จะมีแผนตรวจตราทุนเทา บ่อนเทา ใดๆ เทาทั้งหลายที่มาอาศัยเมืองใหญ่จนกลายเป็นเหมือนถนนรัชดา เป็นศูนย์เหรียญกันเต็มไปหมด ปฏิบัติการเหล่านี้มีความพร้อมที่จะทำ ทำให้เมืองปลอดภัย 24 ชม. ผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก ผู้ใหญ่ 3-4 ทุ่มยังสามารถอยู่นอกบ้านได้ เพราะปัจจุบันมันเป็นยุคแห่งเทคโนโลยี นั่งทำงานที่ไหนก็ได้ ตลอด 24 ชม.

อีกอย่างคือจะมีแผนรองรับ ‘ตำแหน่งงาน’ โดยร่วมมือกับทางสภาหอฯ สภาต่างๆ ประมาณ 200,000-300,000 ตำแหน่ง ขยายเมืองให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ คาเฟ่ต่างๆ อินเตอร์เน็ตเต็มเมือง 50 เขต เพื่อเปิดให้ประชาชนได้ใช้พื้นที่ เพราะว่ากรุงเทพฯมีความร้อน 120 วันต่อปี เป็นร้อนที่พีคกว่าทุกปีที่ผ่านมา ต้องบูรณาการแก้ไขปัญหาร่วมกันกับทุกๆ ฝ่าย ผู้ว่าฯกรุงเทพฯทำลำพังเองไม่ได้ ต้องมีความร่วมมือกับหลายฝ่าย เราจะทำข้อตกลงกับทุกๆ กระทรวงที่เกี่ยวข้อง

ต้องขอบคุณทุกคนที่พยายามให้กำลังใจ ไม่ว่าจะเป็นโพลจากไหนก็ตามแต่ ดิฉันถือว่าเป็นเสียงสะท้อนอย่างหนึ่งที่เราต้องรับฟัง ฝึกรับฟังตั้งแต่โพล อย่างน้อยที่สุดคือ ประชาชนอีกหลายๆ ส่วน ‘ยังไม่ได้แสดงออก’ ยังไม่ถึงจุดต้องตัดสินใจ โพลพลิกได้ถ้าเกิดว่าประชาชนรู้ถึงความตั้งมั่นแน่วแน่ของเรา ว่าเรามาทำจริง

ถ้า ดร.มัลลิกาเป็นผู้ว่าฯได้ คุณจะได้เปรียบเมืองใหญ่ทั่วโลก เพราะคุณจะได้ผู้ว่าฯที่ปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอ 4 ปี ไม่ต่อยอดอีก 8 ปี แต่คุณจะหายใจได้วันนี้ ใช้ชีวิตได้ในวันพรุ่งนี้ มีอนาคตได้ทันทีและไม่ต้องรอว่าเราจะต้องเก่งขึ้นเท่าไหร่ เพราะจริงๆ แล้ว ดร.มัลลิกา เคยเป็นผู้ช่วยของท่าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่เคยเป็น ผู้ว่าฯกทม.มาก่อนแล้ว

ทั้ง 50 เขต เราลงพื้นที่มาตั้งแต่ปี 50 แล้ว จนกระทั่งปัจจุบันท่านจะสังเกตเห็นได้ว่า ก็ยังไม่สามารถที่จะลดปัญหาไปได้เลย ดังนั้น ถ้าเรามัวแต่รอ ประชาชนจะสูญเสียศักยภาพในการดำเนินชีวิตไปเรื่อยๆ

12 นโยบาย มีแผนการรองรับ ทุกๆ ขั้นตอน จะเป็นนโยบายที่ครอบคลุมทุก Generation จะมีนโยบายยกระดับ สถานอนามัยของ กทม. 50 เขต ให้เป็นระดับ ยกระดับการดูแลคุณภาพชีวิตของคน

อยากบอกพี่น้องประชาชนว่า ถ้าอยากไวกว่า อยากทำทันที อยากหายใจได้วันนี้โดยอากาศบริสุทธิ์ ก็เลือก ดร.มัลลิกา

ประสบการณ์ทำงาน 3 รัฐบาล จะไม่สูญเปล่าทิ้งแม่น้ำ แต่ปฏิบัติทันทีวันนี้เป็นต้นไป

ทีมข่าวเฉพาะกิจ