จากหมูปลาร้าธรรมดา สร้างรายได้หลักล้าน
‘เชฟเป้ กุ๊กขี้เมา’ เปิดสูตรสำเร็จรอบใหม่
เพิ่มจัดเซตเดลิเวอรี่รับตลาดยุค 2569
หากพูดถึงผู้ประกอบการร้านอาหารรุ่นใหม่ที่สามารถเปลี่ยนเมนูธรรมดาให้กลายเป็นธุรกิจสร้างรายได้หลักล้านบาทต่อเดือน ชื่อของ “เชฟเป้ ธีรนัย จินดานุภาจิตต์” หรือ “เชฟเป้ กุ๊กขี้เมา” ยังคงเป็นหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างต่อเนื่องในวงการอาหารไทย จากจุดเริ่มต้นของคนรักการทำอาหาร สู่เจ้าของธุรกิจร้านอาหารหลายแบรนด์ และผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ด้านอาหารภายใต้แบรนด์ “กุ๊กขี้เมา” ที่มีผู้ติดตามรวมทุกช่องทางนับล้านคน เชฟเป้ได้ผ่านทั้งช่วงเวลาแห่งความสำเร็จและบทเรียนสำคัญทางธุรกิจมาแล้วนับไม่ถ้วน ประสบการณ์เหล่านี้กำลังจะถูกถ่ายทอดอีกครั้งในหลักสูตร 12 เชฟ 12 เดือน “หมูปลาร้าเงินล้าน กุ๊กขี้เมา”
การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้เพียงการสอนสูตรอาหาร แต่เป็นการแบ่งปันประสบการณ์จริงจากผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอาหารมาอย่างต่อเนื่องมากกว่าทศวรรษ พร้อมอัพเดตแนวคิดการบริหารร้านอาหารให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะการขายผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ที่กลายเป็นช่องทางสร้างรายได้สำคัญของร้านอาหารในปัจจุบันก่อนจะประสบความสำเร็จในฐานะเจ้าของแบรนด์อาหาร เชฟเป้เริ่มต้นเส้นทางธุรกิจด้วยการเปิดร้านข้าวต้มขนาดเล็กในวัยเพียง 23 ปี ด้วยเงินทุนก้อนสุดท้ายที่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว แม้จะมีความชื่นชอบด้านการทำอาหารเป็นพื้นฐาน แต่การบริหารร้านอาหารจริงกลับเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งการควบคุมต้นทุน การบริหารวัตถุดิบ การจัดการบุคลากร และการรักษาคุณภาพอาหารให้ได้มาตรฐาน ด้วยความมุ่งมั่นในการเรียนรู้ เขาเดินทางไปศึกษาสูตรอาหารจากร้านดัง เรียนรู้เทคนิคจากผู้มีประสบการณ์จริง และนำองค์ความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้จนเกิดเป็นแนวทางการทำธุรกิจในแบบของตัวเอง แม้จะต้องเผชิญอุปสรรคหลายครั้ง แต่ทุกบทเรียนล้วนกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้สามารถต่อยอดสู่ธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นในเวลาต่อมา

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของเส้นทางธุรกิจ คือการนำหมูทอดสูตรครอบครัวมาต่อยอดเป็นสินค้าเชิงพาณิชย์ สูตรดังกล่าวเป็นหมูทอดสไตล์ชาววังที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยซอสหวานเคลือบเนื้อหมูจนมีสีสวยคล้ายคาราเมล เมื่อนำมาจับคู่กับน้ำจิ้มปลาร้าและน้ำจิ้มแจ่วสูตรเฉพาะ จึงเกิดเป็นเมนูที่มีรสชาติแตกต่างและสร้างการจดจำได้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ธุรกิจเติบโตไม่ได้เกิดจากรสชาติเพียงอย่างเดียว เชฟเป้ให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ตั้งแต่การตั้งชื่อ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การวางภาพลักษณ์สินค้า ไปจนถึงการสื่อสารกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ แนวคิดเหล่านี้ช่วยผลักดันให้แบรนด์ “ติดลมหมูปลาร้า” เติบโตจากร้านอาหารขนาดเล็กสู่ธุรกิจที่สร้างรายได้ระดับล้านบาทต่อเดือน และยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
อีกหนึ่งบทเรียนสำคัญที่เชฟเป้จะนำมาแบ่งปันภายในคอร์ส คือการปรับตัวในช่วงวิกฤตโควิด-19 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการร้านอาหารจำนวนมากต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนและผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรค
ในขณะที่หลายธุรกิจเลือกแข่งขันด้วยการลดราคา เชฟเป้กลับมองเห็นโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และหันมาพัฒนาตลาดเดลิเวอรี่อย่างจริงจัง ทั้งการออกแบบเมนูให้เหมาะกับการจัดส่ง การควบคุมคุณภาพอาหารระหว่างขนส่ง การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และการสร้างจุดเด่นของแบรนด์ให้แตกต่างจากคู่แข่ง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือธุรกิจสามารถเติบโตต่อเนื่องได้แม้อยู่ท่ามกลางวิกฤต และกลายเป็นประสบการณ์สำคัญที่ช่วยต่อยอดแนวคิดการดำเนินธุรกิจในยุคหลังโควิด

สำหรับการเปิดสอนในปี 2569 ไฮไลต์สำคัญของหลักสูตรอยู่ที่การอัพเดตเนื้อหาใหม่เกี่ยวกับ “การจัดเซตเดลิเวอรี่” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในธุรกิจร้านอาหารปัจจุบัน เนื่องจากสามารถเพิ่มยอดขายต่อบิลและช่วยบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภายในคอร์สผู้เรียนจะได้เรียนรู้วิธีเลือกเมนูหลัก การจับคู่เมนูเครื่องเคียง การเพิ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงเข้าไปในชุดอาหาร ตลอดจนการออกแบบแพคเกจเมนูให้ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นลูกค้ารับประทานคนเดียว กลุ่มครอบครัว หรือกลุ่มออฟฟิศ รวมถึงเทคนิคการกำหนดราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนและค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่


นอกจากนี้ยังมีแนวทางการออกแบบโปรโมชั่น การเพิ่มยอดสั่งซื้อเฉลี่ยต่อครั้ง การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ และการวางระบบการขายเพื่อสร้างกำไรในระยะยาว ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากการลงมือปฏิบัติจริงและผ่านการพิสูจน์ผลลัพธ์มาแล้วในตลาด
ในด้านอาหาร ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้การทำเมนูซิกเนเจอร์ของแบรนด์ติดลมหมูปลาร้า ไม่ว่าจะเป็นหมูทอดซอสหวาน หมูย่างชาววังสูตรเฉพาะ น้ำจิ้มปลาร้า และน้ำจิ้มแจ่วที่สร้างชื่อเสียงให้กับแบรนด์มาอย่างยาวนาน พร้อมเทคนิคการเตรียมวัตถุดิบ การวางระบบครัว และการควบคุมมาตรฐานรสชาติให้สามารถผลิตได้ในปริมาณมากโดยยังคงคุณภาพเดิม
เนื้อหาเหล่านี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการทำอาหารให้อร่อย แต่ยังครอบคลุมถึงแนวคิดการพัฒนาสูตรเพื่อการค้า การคำนวณต้นทุน และการต่อยอดเป็นธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้จริงได้ในระยะยาว
อีกหนึ่งหัวข้อที่ได้รับความสนใจคือการตลาดออนไลน์และการสร้างคอนเทนต์ ซึ่งเชฟเป้มองว่าเป็นทักษะสำคัญของผู้ประกอบการร้านอาหารยุคใหม่ จากประสบการณ์ที่เคยพึ่งพาการจ้างอินฟลูเอนเซอร์ในการประชาสัมพันธ์สินค้า ก่อนจะหันมาสร้างช่องทางสื่อของตัวเองภายใต้แบรนด์ “กุ๊กขี้เมา” จนสามารถสร้างฐานผู้ติดตามจำนวนมากและกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารกับลูกค้า


ผู้เรียนจะได้เรียนรู้แนวคิดการสร้างคอนเทนต์สำหรับร้านอาหาร การใช้โซเชียลมีเดียเพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ การบริหารงบประมาณด้านการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนแนวทางการสร้างฐานลูกค้าระยะยาวโดยไม่ต้องพึ่งพาการซื้อสื่อหรือการจ้างรีวิวเพียงอย่างเดียว
ในยุคที่การแข่งขันของธุรกิจอาหารมีความเข้มข้นมากขึ้น การมีสูตรอาหารที่ดีอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ความเข้าใจเรื่องต้นทุน การบริหารจัดการ การสร้างแบรนด์ การทำการตลาด และการปรับตัวให้ทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ผู้ประกอบการยุคใหม่จำเป็นต้องเรียนรู้ควบคู่กัน สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโอกาสเริ่มต้นธุรกิจอาหาร เพิ่มยอดขายให้ร้านเดิม หรือเรียนรู้แนวคิดจากเจ้าของแบรนด์ที่สามารถต่อยอดเมนูเรียบง่ายให้กลายเป็นธุรกิจรายได้หลักล้าน หลักสูตรนี้นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญในการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของผู้ประกอบการที่ยังคงลงมือทำธุรกิจจริง
พบกับ 12 เชฟ 12 เดือน “หมูปลาร้าเงินล้าน กุ๊กขี้เมา” วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 ถ่ายทอดทั้งสูตรอาหาร เทคนิคการบริหารร้าน และกลยุทธ์สร้างยอดขายยุคเดลิเวอรี่แบบครบวงจรจากผู้ประกอบการตัวจริงที่ยังคงลงมือทำธุรกิจอยู่ทุกวัน ที่มติชนอคาเดมี สมัครด่วน
มติชนอคาเดมี

