หน้าแรก ประชาชื่น นครราชสีมา อย...

นครราชสีมา อยู่ที่ไหน? ก่อนพระนารายณ์สร้างเมือง สุจิตต์ วาร์ปปราสาทหินทราย ย่อไทม์ไลน์โคราช 3 พันปี

15.06.26 | 11:07 น.
สุจิตต์ วงษ์เทศ ฉายเดี่ยวชั่วคราว ทอดน่องโคราช ย้อนชมได้ในเฟซบุ๊กมติชนออนไลน์, ข่าวสด, ศิลปวัฒนธรรม และยูทูบมติชนทีวี

นครราชสีมา อยู่ที่ไหน?
ก่อนพระนารายณ์สร้างเมือง
สุจิตต์ วาร์ปปราสาทหินทราย ย่อไทม์ไลน์โคราช 3 พันปี

ลุยเดี่ยวเป็นการชั่วคราว สำหรับ สุจิตต์ วงษ์เทศ วิทยากรอาวุโสประจำรายการ ขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว ในตอน

‘โคราชปราสาทหินทราย ก่อนพระนารายณ์สร้างเมือง’ ที่ออนแอร์ไปหมาดๆ ในวันพฤหัสบดีสุดท้ายของเดือนเช่นเคย

“ประเด็นอยู่ที่ว่า ตำราเรียนโดยทั่วไปจะบอกว่าเมืองนครราชสีมา สร้างสมัยพระนารายณ์

พระนารายณ์สร้างเมืองนครราชสีมา ไม่ผิดหรอก แต่ไม่ถูก เพราะทรงสร้างกำแพงเมืองนครราชสีมาที่เป็นตัวจังหวัดนครราชสีมาปัจจุบัน แต่เมืองนครราชสีมาก่อนหน้านั้น เดิมอยู่ที่อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมานี่แหละ” สุจิตต์เปิดประเด็น

Advertisement

ก่อนบอกด้วยว่า ชื่อ ‘โคราช’ มาจากเมืองนครราชสีมา กร่อนมาจาก ครราช ไม่ได้เกี่ยวกับ ‘โคของพระราชา’ แต่อย่างใด

‘กู่ปราสาทหินทราย’
บนเส้นทาง ‘เมืองเสมา-ปราสาทพนมวัน’

ว่าแล้ว กระตุกม่าน เปิดฉากแรก ณ กู่ปราสาทหินทราย (บุถ้ำ) แหล่งโบราณคดีกลางดงหมู่บ้านจัดสรรซึ่งเพิ่งเป็นที่ฮือฮาเมื่อไม่นานมานี้

สุจิตต์ยืนเด่นกลางเปลวแดด พร้อมด้วยเอกภัทร์ เชิดธรรมธร พิธีกรมติชนทีวี เบื้องหน้ากองหินทรายทรงสี่เหลี่ยมมากมาย โดยเล่าประวัติศาสตร์ของปราสาทแห่งนี้ว่า สร้างก่อนพระนารายณ์สร้างเมืองนครราชสีมา

“ชื่อโคราชก็มีมาก่อน ชื่อนครราชสีมาก็มีมาก่อน ปราสาทหินทรายก็มีมาก่อน ก่อนพระนารายณ์จะไปสร้างเมืองนครราชสีมาในตำแหน่งปัจจุบัน ขอให้เข้าใจตรงนี้ก่อน นี่พูดโดยหลักฐาน 100% มีในเอกสาร กฎมณเฑียรบาล ไม่ใช่ความรู้สึก เมืองนครราชสีมา พระนารายณ์ทรงสร้างใหม่ และสร้างเฉพาะกำแพงเมืองด้วย ไม่ได้ทรงสร้างทั้งหมดเมืองนครราชสีมาของจริง เก่ากว่ายุคพระนารายณ์เป็นพันปี” สุจิตต์เกริ่น โดยไม่ลืมบูชาครู ดังเช่นแทบทุกตอน ว่าต้นทางแนวคิดอย่างนี้ที่เกี่ยวกับโคราชและอีสาน ตนได้มาจากศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ทั้งสิ้น เพราะเป็นคนแรกที่บุกเบิกการค้นคว้าเรื่องอีสาน สืบเนื่องมาจาก อาจารย์มานิต วัลลิโภดม บิดา แต่ยุคนั้นการคมนาคมไม่สะดวก ต้องขี่ช้างสำรวจ

“พอถึงยุคอาจารย์ศรีศักร รถยนต์เข้าได้ แต่ก็ยังน้อยกว่าปัจจุบัน ผมก็เรียนรู้จากท่านอาจารย์ศรีศักร ตอนเรียนคณะโบราณคดี ก็ออกสำรวจกับท่าน” สุจิตต์ย้อนอดีตไกลโพ้นหลายทศวรรษ

จากนั้น ลงรายละเอียดว่า โบราณสถานแห่งนี้ มีหลายชื่อ ได้แก่ กู่ปราสาทหินทราย (บุถ้ำ) ปรางค์ทอง ตั้งอยู่ห่างตัวเมืองนครราชสีมาลงมาทางทิศใต้ ราว 8 กม. โดยอยู่บนเส้นทางระหว่างเมืองเสมากับปราสาทพนมวัน

“บุถ้ำชาวบ้านเรียก ส่วนปรางค์ทอง เรียกตามชื่อหมู่บ้านจัดสรรริมถนนมิตรภาพ ซึ่งเป็นที่ตั้ง ปราสาทหลังนี้ชื่อจริงว่าอะไรไม่รู้ ยังไม่พบศิลาจารึก ระหว่างตัวปราสาท มีทางน้ำเต็มไปหมด ทั้งลำตะคอง ลำบริบูรณ์ ห่างออกไปราว 2-3 กม. ซึ่ง 2 ลำน้ำนี้จะไหลไปรวมกันแถวปราสาทพนมวันซึ่งเป็นแลนด์มาร์ก เป็นศาสนสถานสำคัญที่จะทำให้เกิดเมืองนครราชสีมาและปราสาทพิมาย” สุจิตต์ชวนจินตนาการแผนที่และภูมิประเทศ

จากนั้น อธิบายต่อไปว่า ปราสาทพิมาย เป็นส่วนที่ขยายต่อไปจากปราสาทพนมวัน ขณะเดียวกันคนที่เลื่อมใสปราสาทพนมวันเป็นศูนย์กลาง ต่อมา ก็เป็นประชากรของเมืองนครราชสีมา ดังนั้น 2 กลุ่มนี้เชื่อมโยงกันคือ กลุ่มเมืองเสมา ซึ่งมีชุมชนมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สืบมาจนถึงทวารวดี ราว พ.ศ.1000 ขณะเดียวกันก็เชื่อมโยงกับปราสาทพนมวัน คือ ริมลำน้ำมูล เมืองเสมาห่างจากลำน้ำมูล แต่มีตัวเชื่อมโยงกัน คือ มีเทวสถานเป็นระยะๆ ตั้งแต่ปราสาทเมืองแขกที่เมืองเสมา จนถึงปราสาทพนมวัน

“ปราสาทบุถ้ำหลังนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นกึ่งกลาง กล่าวคือ 2 กลุ่มถูกเชื่อมด้วยปราสาทรายทาง ตั้งแต่ราว พ.ศ.1500 เป็นอย่างน้อย แต่ชุมชนมีมาก่อนหน้านั้นแล้ว

ปราสาทหลังนี้ ดูลักษณะแล้ว ไม่ใช่เล็กๆ แต่จะใหญ่ขนาดไหน เราไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม จากภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนที่ทหารเมื่อ พ.ศ.2519 พบว่ามีบารายขนาดใหญ่ด้านตะวันออก แสดงว่าโบราณสถานแห่งนี้ขนาดไม่เล็กและสำคัญมาก” คอลัมนิสต์ไม่ติดกระดุม ทิ้งท้ายก่อนไปต่อ

ภาพมุมสูงกู่ปราสาทหินทรายและภาพถ่ายกรมแผนที่ทหาร พ.ศ.2519 เผยให้เห็นบารายขนาดใหญ่

เปิดแผนที่ เช็กเส้นทางประวัติศาสตร์
‘โคราช’ ไม่ได้มาจาก โคราฆปุระ

วาร์ปไม่ไกล เปิดฉาก 2 ณ ‘ปราสาทเมืองแขก’ เมืองเสมา อำเภอสูงเนิน ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 15 คือราว พ.ศ.1400 เหตุที่เรียกปราสาทเมืองแขก เพราะสมัยก่อนหญ้าคลุมหมด มีชิ้นส่วนศาสนสถาน ชาวบ้านเห็นหน้าตาเทวรูปคล้ายๆ กับแขก จึงเรียกเช่นนี้

“คำว่าเมืองเสมา ก็มาจากคำว่า นครราชสีมานั่นแหละ เมืองเสมา เป็นเมืองตั้งแต่สมัยทวารวดี แต่มีชุมชนตั้งถิ่นฐานตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์

คำว่าเมืองเสมา เป็นชื่อท้องถิ่นที่ชาวบ้านเรียก ชื่อจริงปรากฏในจารึกเมื่อราว พ.ศ.1400 ว่า ศรีจนาศะ

เป็นสถานที่แรกที่สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ แห่งกรุงศรีอยุธยา พระราชทานนามให้ใหม่ว่า เมืองนครราชสีมา หลักฐานอยู่ในกฎมณเฑียรบาล เพราะฉะนั้นเมืองนครราชสีมาแห่งแรกอยู่ที่นี่ ก่อนโอนไปอยู่ที่ตัวจังหวัดปัจจุบัน” สุจิตต์กล่าว

ก่อนวกกลับมายังประเด็นปราสาทเมืองแขก ซึ่งสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงมีพระนิพนธ์ว่า บริเวณนี้ ชื่อเมืองโคราฆปุระ และทรงสันนิษฐานต่อไปว่า ชื่อเมืองเสมากับเมืองโคราฆปุระ มารวมกันเป็นนครราชสีมา แต่สุจิตต์มองว่า ปัญหาคือ หลักฐานทางโบราณคดีขัดแย้งกับสิ่งที่ทรงสันนิษฐาน เพราะบริเวณนี้ไม่มีเมือง ไม่มีคูน้ำคันดิน มีแต่ปราสาท ส่วนที่มีคูน้ำคันดินคือเมืองเสมา ซึ่งห่างออกไปตามลำน้ำ 5 กม.

“สมเด็จกรมพระยาดำรงฯทรงอ้างว่าโคราฆปุระมีชื่ออยู่ในอินเดีย ตรงนี้ขอให้ทำความเข้าใจให้ชัดว่า บริเวณนี้เป็นส่วนขยายของเมืองเสมาที่อยู่ห่างออกไป 5 กม. ไม่ใช่อีกเมืองหนึ่ง เหมือนเป็นชุมชนพราหมณ์ เพราะมีปราสาทซึ่งเป็นเทวสถาน 2-3 หลัง โคราชก็ไม่ได้มาจากโคราฆปุระ เพราะชื่อทางการคือ นครราชสีมา ชื่อชาวบ้านคือ ครราช จิตร ภูมิศักดิ์ ระบุว่า สำเนียงเขมร เรียก คอนเรียด ไม่ได้เป็นที่เลี้ยงวัวของพระราชา ซึ่งเป็นแค่นิทาน

ประเด็นสำคัญคือ ปราสาทเมืองแขก หันหน้าไปหาลำน้ำทางทิศเหนือ เป็นปราสาทหลังหนึ่งของเมืองเสมา แต่อยู่ในเส้นทางแนวเดียวกันกับกลุ่มปราสาทที่จะไปหาปราสาทพนมวัน

เมืองเสมา ถ้าไปทางตะวันตก จะไปหาที่ราบลุ่ม คือ เมืองศรีเทพ ซึ่งเป็นเมืองแฝดกัน

จากเมืองเสมา มีปราสาทเรียงราย 2 ทิศทาง ทิศทางแรก ไปทางตะวันออก เลียบทิวเขาพนมดงรัก ไปถึงอุบลราชธานี โขง ชี มูล แนวเดียวกันผ่านบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ไปกระทั่งปราสาทวัดภู จำปาสัก สปป.ลาว นี่คือเส้นทางหลัก

ส่วนอีกเส้นทางหนึ่ง จากปราสาทเมืองแขกขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ขึ้นไปหาปราสาทพนมวัน ลำน้ำมูล หรือที่ปัจจุบันเรียกว่าเมืองนครราชสีมา เส้นทางนี้แหละที่ผ่านกู่ปราสาท (บุถ้ำ) ทั้งหมดเป็นเส้นทางเครือข่ายการค้า ขณะเดียวกันก็เป็นเส้นทางระบบเครือญาติ” สุจิตต์ร่ายยาว โยงเข้าเส้นทางการค้าและระบบเครือญาติ

ปราสาทพนมวัน จากศาสนสถานพราหมณ์-ฮินดู สู่พุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกา

มหาเถรศรีศรัทธา บวชที่นี่ ‘รัตนภูมิ’
ชื่อจริงในจารึก ก่อนจะเป็น ‘ปราสาท (วัด) พนมวัน

จากนั้น ปักหมุด ‘ปราสาทพนมวัน’ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองนครราชสีมาราว 12 กม. มีลำตะคอง และลำบริบูรณ์ไหลผ่าน

“เราต้องมองภาพรวม อย่ามองเป็นจุดๆ ทั้งหมดเชื่อมโยงกันตั้งแต่เมืองเสมา ปราสาทเมืองแขก และกู่ปราสาทหินทราย (บุถ้ำ) และมาถึงพนมวัน ต่อไปพิมาย เชื่อมโยงกันหมด

ทั้งหมดนี้คือเรื่องเดียวกัน เมืองเสมา มีคนตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ ราว 3,000 ปีเป็นอย่างน้อย เป็นชุมชนเกษตรกรรม ส่วนปราสาทพนมวัน ก็พบหลักฐานว่าก่อนสร้างปราสาทมีชุมชน 3,000 ปีอยู่มาก่อนแล้วเช่นกัน ตรงนี้สำคัญมาก แต่ประวัติศาสตร์มักอธิบายเฉพาะตัวปราสาท ไม่ได้อธิบายชุมชนที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์” สุจิตต์อธิบาย ก่อนย้อนพัฒนาการอย่างเห็นภาพ ว่า เมื่อ 3,000 ปีที่แล้ว มีคนทำการเกษตร เลี้ยงสัตว์ อยู่มาก่อน เป็นชุมชนไม่เล็ก เพราะพบแหล่งฝังศพของตระกูลหัวหน้าเผ่าพันธุ์ นับถือศาสนาผี หลังจากติดต่ออินเดีย ศาสนาพรหมณ์-ฮินดูก็เข้ามา ระยะหนึ่งก็แปลงเป็นพุทธสถานเถรวาทแบบลังกา เรียกว่า ‘ปราสาทวัดพนมวัน’

“ลาจองกิเยร์ นักวิชาการชาวฝรั่งเศส มาสำรวจเมื่อปี 2453 สมัยปลายรัชกาลที่ 5 เขียนแผนผังไว้ โดยเรียกว่า Vat Nom Van หมายความว่า คนรุ่นรัชกาลที่ 5 ยังเรียกสืบต่อกันมาว่าวัด แม้สถาปัตยกรรมเป็นปราสาท นี่คือหลักฐานสำคัญ

เหตุที่เปลี่ยน เพราะเมื่อราว พ.ศ.1800 มหาเถรศรีศรัทธา หลานพ่อขุนผาเมือง บิดาชื่อ คำแหงพระราม ซึ่งเป็นพี่น้องกับพ่อขุนผาเมือง ซึ่งเป็นเจ้าเมืองราด ที่ไปยึดสุโขทัยจากขอมสบาดโขลญลำพง ทั้งหมดนี้อยู่ในจารึกวัดศรีชุม ผมไม่ได้แต่งขึ้นเองนะครับ” สุจิตต์เบรกทัวร์ที่ชอบหาว่า ‘มโน’

จากนั้น กล่าวต่อไปว่า เมืองเสมา อำเภอสูงเนิน คือเมืองราดของพ่อขุนผาเมือง ซึ่งประเด็นนี้เป็นการค้นพบของอาจารย์มานิต วัลลิโภดม

“เมืองเสมา เป็นเมืองของชาวสยาม เพราะเป็นญาติกษัตริย์เขมร คือ กษัตริย์สยามเป็นฐาติกษัตริย์เขมร มีภาพเสียมกุกที่ปราสาทนครวัด นั่นแหละชาวสยามไปจากเมืองเสมา คนสยามที่เมืองเสมา สืบลูกสืบหลานมาเป็นชาวเมืองราดของพ่อขุนผาเมือง

ชาวสยามคืออะไร คือเป็นคนเผ่าอะไรก็ได้ ไม่รู้ ร้อยพ่อ พันแม่แต่ใช้ภาษาไทในการสื่อสารระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ และในการค้าในดินแดนภายใน

คูเมือง กำแพงเมืองนครราชสีมา สร้างสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (ภาพถ่ายเมื่อ พ.ศ.2458)

ชาวสยามพวกนี้ ต่อไปในสมัยอยุธยา จะเรียกตัวเองว่าไทย แต่ตอนอยู่ลุ่มน้ำมูลไม่มีหลักฐานว่าเขาเรียกตัวเองว่าเป็นไทยหรือเปล่า แต่พูดภาษาไท ตรงนี้สำคัญ เพราะช่วงที่สร้างเมืองอโยธยา ซึ่งรับพระพุทธศาสนาเถรวาทจากลังกา เพราะฉะนั้นกลุ่มชาวสยามที่อโยธยา ใช้ภาษาไทยเผยแพร่เถรวาท จากลังกา

มหาเถรศรีศรัทธา สมัยวัยรุ่น ขี่ช้างตัวเมียรบชนะช้างตัวผู้หมดพออายุ 31 เกิดวิกฤตในชีวิต สละหมดทุกอย่าง ตำแหน่ง อำนาจ ออกบวชไปอยู่ลังกา 10 ปี แล้วกลับมา

ในจารึกหลัก 2 บอกว่าบวชที่รัตนภูมิ ถามว่ารัตนภูมิอยู่ที่ไหน จารึกปราสาทพนมวันระบุว่าที่นี่ชื่อรัตนภูมิ ชัดเจนว่ามหาเถรฯ มาบวชที่นี่” สุจิตต์เล่าอย่างออกรส โดยอธิบายเพิ่มเติมสกัดความงงว่า ส่วนชื่อปราสาทพนมวัน เป็นชื่อที่ถูกเรียกในภายหลัง

“ถามว่า อ้าว! ที่นี่ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เมื่อรับเถรวาทจากลังกาขึ้นที่อโยธยาแล้ว อโยธยากับเมืองราดของพ่อขุนผาเมืองเป็นเครือญาติกัน เปลี่ยนศาสนาหมด จากพราหมณ์-ฮินดู หรือจากพุทธแบบทวารวดี กลายเป็นเถรวาทแบบลังกา แล้วใช้ภาษาไทย แล้วก็เริ่มต้นเรียกวัดตอนนี้แหละ เมื่อกรมศิลปากรขุดค้น ขุดแต่ง ปราสาทพนมวัน พบพระพุทธรูปสมัยอยุธยาเต็มไปหมด เรื่องนี้ คือเรื่องสำคัญที่จำเป็นจะต้องอธิบาย ควรมีนิทรรศการการปรับเปลี่ยนจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดู มาเป็นพุทธเถรวาทแบบลังกาเพราะมันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่

ที่นี่แหละ จะเป็นตัวคล้ายๆ หัวหาด กระจายพุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกา ไปถึงพระธาตุพนม ทั่วภูมิภาค ตรงนี้แหละเป็นศูนย์กลาง และขึ้นไปถึงเวียงจันทน์ เพราะฉะนั้นปราสาทพนมวันคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญมากในยุคนั้นและสืบเนื่องมาจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นพุทธศาสนาเถรวาท แบบลังกา

ผมคิดว่าที่นี่เป็นศูนย์รวมของคน ทำให้เกิดเมืองนครราชสีมา เพราะอยู่บนเส้นทางคมนาคม การค้าระหว่างโขง ชี มูล กับลุ่มเจ้าพระยา” สุจิตต์จัดเต็มไม่พัก

ก่อนปิดท้ายที่วัดพระนารายณ์ ในตัวเมืองนครราชสีมาปัจจุบัน โดยเดินเท้าไปยัง ‘สถานพระนารายณ์’ อันเป็นที่ประดิษฐานประติมากรรมพระนารายณ์ และพระพิฆเนศเก่าแก่ แต่ไม่ทราบที่มา โดยเมื่อครั้งรัชกาลที่ 5 และสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จฯ ก็พบว่าโบราณวัตถุทั้ง 2 ได้รับการเก็บรักษาไว้ที่นี่แล้ว

“ชื่อเมืองนครราชสีมา ปรากฏครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2011 สมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งเป็นผู้สถาปนาชื่อเมืองแห่งนี้ตั้งแต่อยู่ที่สูงเนิน เมื่อสมเด็จพระนารายณ์ฯมาสร้างเมืองใหม่ที่นี่ ก็เอาชื่อนครราชสีมามาด้วย” สุจิตต์สรุปรวบตึงด้วยความยาวไม่ถึง 8 บรรทัด

นับเป็นทริปแบบจังหวัดเดียว เวอร์ชั่นต่อจิ๊กซอว์ประวัติศาสตร์ (ก่อนเป็น) ชาติ อย่างเห็นภาพกว้าง ด้วยการเชื่อมโยงหลักฐานมากมายราวกับใยแมงมุมโดยไม่อาจแยกส่วน

พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร