แท็งก์ความคิด : รู้เท่าทันสื่อ
วันก่อนไปร่วมโครงการสร้างเสริมทักษะเท่าทันสื่อเพื่อเด็กด้วยหนังสือพิมพ์และหนังสือพิมพ์ออนไลน์ ประจำปี 2569
โครงการนี้จัดมาตั้งแต่ 2547 มีเส้นทางเดินมาเรื่อยๆ กระทั่งปัจจุบันได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
วิธีการดำเนินการโครงการนี้ คือ การนำเนื้อหาข่าวในหนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ไปให้นักเรียนได้สัมผัส
สัมผัสตัวเล่ม มองเห็นด้วยตา และทดลองการอ่าน
ขณะเดียวกัน มีคุณครูที่คุ้นเคยกับน้องๆ เป็นผู้แนะนำให้รู้จักสื่อ
สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อออนไลน์
แนะนำให้รู้จักข่าว บทความ บทนำ บทรายงาน บทวิเคราะห์ ภาพข่าว และอื่นๆ
พร้อมกันนั้นยังสามารถแนะนำได้อีกว่า ข่าวสารที่ได้รับนั้นควรเชื่อหรือไม่เชื่อ
สรุปคือต้องการปลูกฝังให้เด็กๆ รับข่าวสารอย่างมีสติ
ปลูกฝังตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นจะได้มีทักษะการรับข่าวสาร และสามารถถ่ายทอดให้ครอบครัว และเพื่อนๆ ได้ด้วย
ในวันเปิดโครงการ มีโอกาสได้ฟัง ดร.ชำนาญ งามมณีอุดม รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวถึงโครงการ
ดร.ชำนาญเป็นตัวแทนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์
เนื้อหาที่ ดร.ชำนาญกล่าวถึงจึงสะท้อนความต้องการของกองทุนฯ
ต้องการพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
เสียงสะท้อนจาก ดร.ชำนาญ มีประโยชน์ต่อวงการในการรับฟังเพื่อมาปรับปรุงงานสื่อ
และยังจุดประกายให้เห็นแนวทางที่จะกระจายแนวทางการเสริมทักษะการรู้ทันสื่อให้กว้างไกล
ดร.ชำนาญมองว่า โครงการนี้มีความสำคัญ จึงสนับสนุนโครงการนี้เป็นปีที่ 2 แล้ว
การหยิบหนังสือพิมพ์ ซึ่งเป็นสื่อวิชาชีพที่ผ่านการตรวจสอบกลั่นกรองรอบด้าน มาเป็นเครื่องมือสอนให้เด็ก
ทำให้เด็กอ่านเป็น คิดวิเคราะห์เป็น และจำแนกแยะแยะข้อเท็จจริงได้ ถือเป็นการถ่ายทอดนวัตกรรมเชิงกระบวนการเรียนรู้ที่ชาญฉลาดและทรงคุณค่าอย่างยิ่ง
ดังนั้น โครงการนี้สอดคล้องกับภารกิจหลักของกองทุนฯ
กองทุนฯมุ่งส่งเสริมให้สังคมไทยมีนิเวศสื่อที่ปลอดภัย มีการรู้เท่าทันสื่อ มีภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กและเยาวชนปลอดภัย ท่ามกลางมรสุมข้อมูลข่าวสารและภัยลวงในโลกออนไลน์ในยุคปัจจุบัน
มุมมองของ ดร.ชำนาญสะท้อนว่าได้มองเห็นคุณค่าของการปลูกฝังให้น้องๆ รู้ทันสื่อ
การใช้หนังสือพิมพ์ซึ่งมีราคาเพียง 10-20 บาทเป็นสื่อการสอน ถือเป็นการลงทุนสร้างทักษะชีวิตให้เยาวชนได้ดีและราคาถูก
มีผู้เชี่ยวชาญในการสอน คือ คุณครูเป็นผู้แนะนำ แต่ก่อนที่คุณครูจะไปแนะนำต้องผ่านการอบรมเรื่องสื่อ
คุณครูที่แนะนำนอกจากจะคุ้นเคยกับวิธีการสอนแล้ว ยังคุ้นเคยกับนักเรียนที่ตัวเองสอนอีกด้วย
ดังนั้น โอกาสที่เยาวชนจะได้รับประโยชน์จึงมีมาก
คิดอยู่ในใจว่าโครงการนี้ดี และทำมาหลายปีแล้ว สมควรที่จะขยายขอบเขตออกไป
น่าจะมีการถอดบทเรียนความสำเร็จหรือล้มเหลว เพื่อต่อยอดเป็นฮาวทูสำหรับทุกที่ที่ต้องการรู้ทันสื่อ
ยิ่งเป็นท้องถิ่นที่ไม่มีสตางค์ แต่ต้องการให้เยาวชนคนรุ่นใหม่รู้เท่าทัน หากหยิบยกเอาวิธีทำจากบทเรียนที่ถอดไปใช้ก็น่าจะเป็นประโยชน์
อย่างน้อยก็จะรู้จักสื่อ สามารถจำแนกแยกแยะเนื้อหาที่นำเสนอ แล้วค่อยๆ พัฒนาไปสู่การรู้เท่าทันข่าวสาร
แต่นั่นเป็นความคิดที่เกิดหลังจากการเข้าร่วมงานในปีนี้
สำหรับกิจกรรมของปีนี้จะเริ่มต้นในเดือนมิถุนายนนี้แหละ คาดว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นกันในเดือนกรกฎาคม
จากนั้นก็เข้าสู่การประเมินผล
นี่ถือเป็นอีกย่างก้าวที่ต้องการสร้างภูมิป้องกันภัยให้เยาวชน
มิให้ข่าวลวงข้อมูลเท็จมาหลอกหลอนจนเกิดความเดือดร้อนในการดำเนินชีวิตต่อไป
นฤตย์ เสกธีระ

