ยํ่ารุ่งวันศุกร์ 24 มิถุนายน 2475 ตั้งแต่ตี 4 มีปฏิบัติการตัดสายโทรเลข ตี 5 ยึดอาคารกรมไปรษณีย์โทรเลขที่ข้างสะพานพุทธเพื่อตัดระบบสื่อสารโทรศัพท์ และตี 5 กว่า ทหารพลเรือนฝ่ายคณะราษฎรเข้ายึดกรมทหารม้าที่ 1 ที่สี่แยกเกียกกาย เปิดคลังอาวุธนำปืนและลูกกระสุน รวมทั้งพลทหารของกรมทหารม้าขึ้นรถบรรทุกของกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่สตาร์ตเครื่องคอย ภายใต้การบังคับบัญชาของ พ.อ.พระยาฤทธิอัคเนย์ เจ้ากรม และนำรถถังรถเกราะของกรมทหารม้าออกมาเข้าร่วมขบวนเคลื่อนมาถึงลานพระบรมรูปทรงม้าราว 6 โมงเช้า
พ.อ.พระยาพหลพลหยุหเสนา หัวหน้าคณะราษฎร เดินออกจากใต้ต้นไม้ มายังทหารที่คละหน่วยเหล่าราวพันนาย กล่าวปฏิวัติเปลี่ยนระบอบการปกครอง ยุติระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ สถาปนาระบอบประชาธิปไตย ที่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนขึ้นเป็นครั้งแรก ที่อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของประชาชนทุกคนร่วมกัน และเพื่อให้มีสภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลของประชาชน ถัดนั้น พ.อ.พระยาพหลฯ ก็นำทหารและพลเรือนเข้ายึดพระที่นั่งอนันตสมาคม อาคารหินอ่อนมูลค่ามหาศาลถึง 15 ล้านบาท ที่สร้างเสร็จกว่าสิบปีก่อนแต่ไม่ค่อยได้ถูกใช้งาน จึงนำมาเป็นศูนย์บัญชาการของการปฏิวัติสร้างระบอบใหม่

ถัดนั้น ด้านหนึ่งก็เป็นปฏิบัติการเพื่อออกแถลงการณ์ต่างๆ และปฏิบัติการควบคุมความสงบและจัดการบริหารราชการ
อีกด้านหนึ่งก็คือการไปเชิญเจ้านายชั้นผู้ใหญ่เป็นองค์ประกันโดยการบัญชาการของ พ.ท.พระประศาสน์พิทยายุทธ ซึ่งเป็น 1 ใน 4 นายทหารชั้นผู้ใหญ่ของคณะราษฎร เป้าหมายอันดับแรกสุดคือ วังบางขุนพรหม ที่ประทับของ จอมพล สมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เจ้านายที่สำคัญหมายเลข 1 เป็นอภิรัฐมนตรี เสนาบดีมหาดไทย ผู้สำเร็จราชการรักษาพระนครในขณะที่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ประทับที่วังไกลกังวล หัวหิน และเป็นผู้บังคับกรมทหารราบที่ 1 รอ. ที่มี 3 กองพันทหารตั้งอยู่ในพระนคร ทั้งนี้ ฝ่ายคณะราษฎรมีเรือรบของทหารเรือปิดกั้นการหลบหนีทางน้ำไว้
เมื่อสามารถเชิญสมเด็จฯ กรมพระนครสวรรค์ฯ มาเป็นองค์ประกันได้แล้ว ขบวนก็เคลื่อนต่อไปย่านวัดโพธิ์เข้าควบคุมตัว นายพลโท พระยาสีหราชเดโชชัย เสนาบดีทหารบก แล้วนำกำลังกลับมายังพระที่นั่งอนันตสมาคม
เจ้านายหมายเลข 2 ที่คณะราษฎรเชิญพระองค์มาคือ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ อภิรัฐมนตรี และได้เชิญ สมเด็จฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ อภิรัฐมนตรี ขณะที่เดินทางมาเฝ้ากรมพระยาดำรงฯ มาด้วย ส่วน กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม สามารถหลบการเชิญได้ โดยใช้ขบวนรถไฟจากหัวลำโพงหลบหนีลงไปยังหัวหินได้อย่างน่าประหลาดใจในเมื่อรถไฟถูกควบคุมโดยฝ่ายคณะราษฎรได้อย่างสิ้นเชิงแล้ว

ปฏิบัติการควบคุมบุคคลสำคัญของระบอบเก่าเสร็จสิ้นภายในระยะเวลาชั่วโมงกว่า แต่กว่าทางหัวหินจะรับรู้เหตุการณ์ว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในพระนครก็เป็นเวลาราว 4 โมงเช้า แต่ทางหัวหินไม่เชื่อว่าบุคคลสามัญชนพื้นๆ เหล่านี้จะทำการใหญ่สำเร็จ ต่างคาดเดากันว่าเจ้านายพระองค์ใดที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้และใครจะขึ้นสู่อำนาจแทนรัชกาลที่ 7 ซึ่งทรงไม่มีพระราชโอรสเป็นผู้สืบราชสมบัติตามกฎมณเฑียรบาล
หนังสือพิมพ์ไทยใหม่สรุปเหตุการณ์ประชาชนในพระนครวันที่ 24 มิถุนายนนี้ว่า
“เริ่มแต่รุ่งของวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 สภาพการเมืองของชาติไทยก็เปลี่ยนแปลงไป ประชาชนที่ได้ทราบข่าวก็พากันเฮโลไปยังลานสวนดุสิต และเสียง ไชโย! ชาติไทย ไชโย! ก็ดังสนั่นหวั่นไหวตั้งแต่เช้าจนเย็น”
‘ถนนราชดำเนินคับคั่งไปด้วยอาณาประชาราษฎร ตั้งแต่สะพานผ่านฟ้า จนหน้าวังปารุสกวันไม่ขาดสาย จนกระทั่งกลางคืน วันรุ่งขึ้น (เสาร์ 25 มิถุนายน) และวันนี้ (อาทิตย์ 26 มิถุนายน)”
ในช่วงเช้าวันที่ 24 มิถุนายนนั้น ทหารกลุ่มหนึ่งได้ไปยัง โรงพิมพ์นิติสาส์น ของ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (ปรีดี พนมยงค์) หัวหน้าคณะราษฎรสายพลเรือน ซึ่งเคยเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยช่วงหนึ่ง เพื่อผลิตแผ่นปลิว ประกาศคณะราษฎร สองหน้า ซึ่งตัวเรียงพิมพ์ตะกั่วถูกเรียงพิมพ์และซ่อนเอาไว้แล้ว ทหารนำแผ่นปลิวขึ้นรถไปแจกจ่ายและอ่านให้ประชาชนตามย่านต่างๆ ฟังตลอดทั้งวัน เช่น ตลอดแนวถนนราชดำเนิน ถนนเยาวราช ย่านพระนครชั้นใน’
สวัสดิ์ คำประกอบ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ 12 สมัย เล่าว่า ตอนนั้นตนเรียนชั้นมัธยมปีที่ 4 วัดราชบพิธ อาจารย์ใหญ่ตีระฆังรัวตอน 09.30 น. นักเรียนมาเข้าแถวหน้าสนามฟังประกาศให้ปิดโรงเรียนวันนี้เพราะมีการเปลี่ยนระบอบการเมือง ให้กลับบ้าน ใครอยากรู้ก็ไปพระบรมรูปทรงม้า สวัสดิ์ไปถนนราชดำเนินพบว่า ‘มีคนเป็นหมื่นพูดกันให้แซ่ด’

ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม” ภาพจากหนังสือพิมพ์สิงคโปร์ ชื่อ The Straits Times เมื่อ 5 July 1932 คำบรรยายภาพ
โดยศรัญญู เทพสงเคราะห์
นายหมู่เอก แต๋ว ศิริพงษ์ ครูโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ได้ร่วมเข้าเป็น ‘ลูกเสืออาสา’ ที่จะพากองลูกเสือจากโรงเรียนของตนเองมาช่วยงานด้านรักษาความปลอดภัยภายในพระที่นั่งอนันตสมาคม เช่นเดียวกับรองผู้กำกับ ฉ่ำ จำรัสเนตร หรือ ‘ครูฉ่ำ’ ต่อมาจะเป็น ‘ส.ส.ฉ่ำ’ จังหวัดนครศรีธรรมราช จะนำนักเรียนมัธยมจากโรงเรียนวัดชนะสงครามมาเป็นกำลังลูกเสืออาสาด้วย ยังมีอีกหลายโรงเรียนในพระนครที่เป็นลูกเสือเข้าร่วมอาสางานปฏิวัตินี้
งานศึกษาของ ผศ.ดร.ศรัญญู เทพสงเคราะห์ นักประวัติศาสตร์แห่ง ม.เกษตรศาสตร์ ศิษย์เก่าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ได้พบภาพหนึ่งที่เผยแพร่ในหน้าแรกของหนังสือพิมพ์สิงคโปร์ ชื่อ The Straits Times เมื่อ 5 July 1932 ที่รายงานการปฏิวัติทางการเมืองครั้งสำคัญของไทย เป็นรูปรถบรรทุกที่มีลูกเสือโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โดยศรัญญูบรรยายภาพว่า
‘ลูกเสือโห่ร้องเมื่อพวกเขาออกจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เพื่อไปช่วยงานคณะราษฎรเฝ้าเวรยามรักษาการณ์ ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม’
โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยตั้งอยู่ใกล้วัดเลียบย่านสำเพ็งเยาวราชพาหุรัดและสะพานพุทธปากคลองตลาด ในขณะนั้นเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ มีชั้นเรียนครบทั้งมัธยมต้น 3 ปี มัธยมกลาง 3 ปี และมัธยมอุดมศึกษา 2 ปี (ซึ่งก็คือชั้น ม.1 ถึง ม.8 ขณะที่ชั้นประถมของโรงเรียนประถมตามหลักสูตรขณะนั้นก็มี 3 ปี คือชั้น ป.1-ป.3) และเป็นโรงเรียนอันดับต้นๆ ในพระนคร ที่ได้รับความสำคัญคู่เคียงกับโรงเรียนวัดเทพศิรินทร์ ดังจะเห็นอัตราการเก็บค่าเล่าเรียนในสมัยรัชกาลที่ 6 ที่เก็บค่าเรียนโรงเรียนมัธยมในพระนครเดือนละ 1 บาทต่อคน แต่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยและโรงเรียนวัดเทพศิรินทร์เก็บอัตราเดือนละ 4 บาทต่อคน
อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยในวันปฏิวัตินี้ คือ พระปวโรฬารวิทยา (ป๋อ เชิดชื่อ) ศิษย์เก่าโรงเรียนนี้ ได้ทุนไปเรียนต่อด้านวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยบริสตอล อังกฤษ ย้ายมาเป็นอาจารย์ใหญ่ที่นี้เมื่อปี 2473 และเลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งไปที่อื่นเมื่อ 20 ตุลาคม 2475
เมื่อการดำเนินงานทางการเมืองลุล่วง วันจันทร์ 27 มิถุนายน ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรกที่สร้างขึ้นโดยคณะราษฎร ให้มี 4 สถาบันทางการเมืองที่ใช้อำนาจสูงสุดของประชาชน โดยสถาปนาสถาบันอีก 3 สถาบันใหม่ที่มีสัมพันธภาพทางอำนาจระหว่างกัน ได้แก่ สภาผู้แทนราษฎร รัฐบาล และศาล วันอังคาร 28 มิถุนายน เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นครั้งแรก และพระที่นั่งอนันตสมาคมเป็นที่ทำการของสภาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยมีทำเนียบรัฐบาลตั้งอยู่ที่วังปารุสกวัน

ในวันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน ผู้แทนคณะราษฎรเริ่มงานสื่อสารทางการเมืองเพื่อการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับโรงเรียนหน่วยงานราชการจนถึงระดับจังหวัดอำเภอต่างๆ โดย นายสงวน ตุลารักษ์ อายุ 30 ปี สมาชิกคณะราษฎร เนติบัณฑิต ผู้ร่วมก่อตั้งสำนักงานทนายผดุงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เลือกโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยเป็นแห่งแรก ได้ขออนุญาตโรงเรียนใช้เวลาช่วงพักเที่ยงปาฐกถาให้ครูและนักเรียนฟังที่ห้องประชุมสามัคยาจารย์
นายสงวนได้บอกเล่าถึงระบอบการเมืองใหม่ นโยบายสร้างชาติ 6 ด้าน เล่าถึงนโยบายที่จะส่งเสริมการศึกษาให้กว้างขวางทั้งประเทศยิ่งกว่ายุคก่อน สิทธิพลเมือง นักเรียนกับการเป็นพลเมืองดี การช่วยกันทำนุบำรุงประเทศชาติให้เจริญ และตอนท้ายมีภาพถ่ายรูปร่วมกันกับนักเรียนที่หน้าตึกยาวและลานหน้าหอประชุมลงเผยแพร่เป็นข่าวในสื่อสิ่งพิมพ์

วันต่อมา นายสงวนจึงเดินทางไปปาฐกถาให้กับโรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์ โรงเรียนมัธยมวัดปทุมคงคา และโรงเรียนมัธยมวัดเบญจมบพิตร
นักเรียนและครูบุคลากรโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยจะเข้าร่วมช่วยเหลือการปราบกบฏ นายพลเอก พระองค์เจ้าบวรเดช อย่างแข็งขันเมื่อตุลาคม 2476 เมื่อกบฏบวรเดชถูกปราบปรามจนราบคาบ นักเรียนและครูบุคลากรโรงเรียนสวนกุหลาบต่างก็ได้รับเกียรติยศเป็นเหรียญพิทักษ์รัฐธรรมนูญจากรัฐบาล พ.อ.พระยาพหลฯ

รัฐบาลใหม่หลังปฏิวัติ 2475 มีบุคคลสำคัญที่นักเรียนสวนกุหลาบในสมัยนั้นต่างต้องฮือฮาชื่นชมยกย่อง คือเหล่าศิษย์เก่าของโรงเรียน เช่น พระยามโนปกรณ์นิติธาดา นายกรัฐมนตรี สมาชิกคณะราษฎรที่เป็นคณะรัฐมนตรี เช่น หลวงประดิษฐ์มนูธรรม นาวาตรี หลวงสินธุสงครามชัย หัวหน้าคณะราษฎรสายทหารเรือ นาวาเอก หลวงศุภชลาศัย หลวงสิริราชไมตรี (จรูญ สิงหเสนี) และที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกคนคือ นายทวี บุณยเกตุ
บรรณานุกรม
เครื่องมือการศึกษายุคนี้คือเงินค่าเล่าเรียนและทุนเล่าเรียน. ศรีกรุง (8 กรกฎาคม 2475): 1, 9
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. ประวัติการเมืองไทย 2475-2500. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2551
ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์. 2475 และ 1 ปีหลังการปฏิวัติ. กรุงเทพฯ: สถาบันเอเชีย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2543
รายวันบันทึก. ศรีกรุง (27 มิถุนายน 2475): 5
ศราวุฒิ วิสาพรหม. ราษฎรสามัญหลังวันปฏิวัติ 2475. กรุงเทพฯ: มติชน, 2559.
ศรัญญู เทพสงเคราะห์. สงวน ตุลารักษ์ คนรุ่นใหม่ในการปฏิวัติสยาม 2475. ใน ศิลปวัฒนธรรม 44:9 (ก.ค. 2566), น. 123-148
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ
อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศิษย์เก่า ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย
ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
ผู้อำนวยการหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต ม.รังสิต



