หน้าแรก ประชาชื่น 105 ปีที่เริ่...

105 ปีที่เริ่มจาก ‘ประชาชน’ พรรคคอมมิวนิสต์จีน กับสูตรสร้างมหาอำนาจ ไทย-จีน เดินหน้าสู่ยุคใหม่

5.07.26 | 11:07 น.

105 ปีที่เริ่มจาก ‘ประชาชน’
พรรคคอมมิวนิสต์จีน กับสูตรสร้างมหาอำนาจ
ไทย-จีน เดินหน้าสู่ยุคใหม่

“เหตุผลที่พรรคคอมมิวนิสต์ทำได้นั้น อยู่ที่การยืนหยัดเคียงข้างประชาชนเสมอมา

รับใช้ประชาชนอย่างสุดหัวใจ ให้ประชาชนอยู่ในสถานะสูงสุดในใจเสมอ”

เพียงเสี้ยวหนึ่งในถ้อยสุนทรพจน์ของ จาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย หวนให้นึกถึงถ้อยคำบางช่วงในประกาศคณะราษฎร ที่ต่างยก ‘ประชาชน’ ไว้เป็นศูนย์กลาง

มอง ‘พลเมือง’ เป็นหนึ่งในหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

Advertisement

ตั้งต้นพลิกฟื้นชาติ จากการบ่มเพาะให้ ‘พรรค’ เป็นดั่งสถาบันหลัก

ขับเคลื่อนสังคมทั้งองคาพยพ ไม่ว่าความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม ประวัติศาสตร์ หรือแม้แต่ก้าวล้ำทางเทคโนโลยีเพื่อมวลมนุษยชาติ

ในโอกาสเฉลิมฉลอง ครบรอบ 105 ปีของการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน และครบรอบ 51 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทย 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย คลาคล่ำไปด้วย

คณะผู้แทนจากแวดวงพรรคการเมืองไทย นักวิชาการ ตลอดจนสื่อมวลชน ตบเท้าเข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างเนืองแน่น พร้อมแลกเปลี่ยนประเด็นอันเกี่ยวข้องกับการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือในด้านต่างๆ ระหว่างไทย-จีน ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

“หลายพรรคการเมือง ได้ส่งสารแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 105 ปี ณ ที่นี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ” เอกอัครราชทูตจีนเอ่ยวาจา

ต่อไปนี้คือส่วนหนึ่งของถ้อยคำ ที่กำลังบอกทิศทางประวัติศาสตร์ยุคใหม่แห่งการ ‘สร้างประชาคมโลก’

ที่มี ‘ไทย’ เป็นหนึ่งในกัลยาณมิตรสำคัญ

“วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นวันครบรอบ 105 ปีของการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน และ 51 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทย

โดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้กล่าวสุนทรพจน์สำคัญ ณ กรุงปักกิ่ง ทบทวนถึงเส้นทางการพัฒนาที่รุ่งโรจน์และความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ อีกทั้งอธิบายคุณลักษณะอันโดดเด่น 6 ประการ พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกพรรคทุกคน มีความเชื่อมั่นในการสานต่อการต่อสู้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายประการที่ 2 ของการต่อสู้ในรอบร้อยปี

คือ ‘การสร้างประเทศสังคมนิยมที่ทันสมัยและเข้มแข็งอย่างรอบด้าน ในกลางศตวรรษนี้’

พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้นำพาประชาชนกับความทันสมัยแบบจีน สร้างรูปแบบใหม่ของ ‘อารยธรรมของมวลมนุษยชาติ’ และขยายเส้นทางความทันสมัยไปสู่ประเทศกำลังพัฒนา จะยืนหยัดอยู่ฝ่ายที่ถูกต้องของฝ่ายประวัติศาสตร์ และฝ่ายก้าวหน้าของอารยธรรมเสมอ จะเปลี่ยนแปลงแนวโน้มการพัฒนาของโลก ด้วยความมานะอุตสาหะ

สังคมนิยมภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่าเป็น ผู้สร้างสันติภาพของโลก ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนา และผู้พิทักษ์ระเบียบระหว่างประเทศ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงที่ไม่พึงปรากฏในรอบร้อยปีได้ถือกำเนิดขึ้น และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ของมนุษยชาติยืนอยู่บนทางแยกอีกครั้ง พรรคจะส่งเสริมค่านิยมร่วมกัน และเสริมพลังในการแก้ไขปัญหาใหญ่ รวมถึงเพิ่มพลังเชิงบวกในการสร้างสังคมสันติสุขระดับโลก

105 ปี แห่งการเดินทางกรำแดดกรำฝน พรรคได้เติบโตจากสมาชิก 50 คน จนกลายเป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีสมาชิกกว่า 100 ล้านคน มีองค์กรรากฐานกว่า 5 ล้านองค์กร นำพาประชากรกว่า 1,400 ล้านคน ปกครองประเทศอย่างต่อเนื่อง 77 ปี นำพาชาวจีนไปสู่ความก้าวหน้ายิ่งใหญ่ จากการ ‘ยืนขึ้น การลุกขึ้น ไปสู่ การแข็งแกร่งขึ้น’ สร้างปาฏิหาริย์สองประการ คือ การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และความมั่นคงทางสังคมระยะยาว

นับตั้งแต่เริ่มต้นยุคใหม่ คณะกรรมการกลางภายใต้การนำของท่านสี จิ้นผิง ได้นำพาประชาชนทุกกลุ่มชาติพันธุ์ ‘ปฏิรูปประเทศ’ เอาชนะความลำบากยากจน จนประสบความสำเร็จในการนำพาจีนเข้าสู่ การพัฒนาคุณภาพสูง

ในปี 2025 GDP ได้แตะกว่า 140 ล้านล้านหยวน ครองอันดับ 2 ของโลก และมีบทบาทในเวทีโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จีนได้บูรณาการสร้างผลผลิตและโอกาสการพัฒนาร่วมกันอย่างกว้างขวางสำหรับประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ เราเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบศตวรรษ ผู้นำในหลายประเทศต่างหันมาให้ความสนใจ พวกเขาต้องฟังสิ่งที่จีนพูด ทำไมจีนประสบความสำเร็จได้?

ตลอดระยะเวลา 1 ปี ผมได้พบปะผู้นำไทย ทั้งพรรครัฐบาลและฝ่ายค้าน ตลอดจนประชาชนจากหลากหลายสาขาวิชาชีพ รวมถึงได้เชิญเข้าร่วมงานต่างๆ ข้าพเจ้าสังเกตเห็นว่าทุกท่านให้ความสนใจนโยบายและมักถามถึงเคล็ดลับในการปกครองจีน ซึ่งข้าพเจ้าถ่ายทอดว่า กุญแจสำคัญในการบริหารของจีนนั้น อยู่ที่พรรคคอมมิวนิสต์จีน เหตุผลที่สามารถเอาชนะความเสี่ยงต่างๆ นานา เป็นเพราะการสร้างความแข็งแกร่งของพรรคคอมมิวนิสต์จีนอย่างต่อเนื่อง

เหตุผลที่จีนทำได้ เพราะพรรคคอมมิวนิสต์จีนทำได้

เหตุผลอยู่ที่ การยึดมั่นในจุดยืนของประชาชน พรรคได้ยืนหยัดเคียงข้างประชาชนเสมอมา รับใช้ประชาชนอย่างสุดหัวใจ มุ่งมั่นแน่วแน่ เพื่อประโยชน์พื้นฐานของประชาชนส่วนใหญ่ เมื่อเข้าสู่ยุคใหม่ คณะกรรมกลางภายใต้การนำของท่านสี จิ้นผิง ได้เน้นย้ำว่าต้องให้ประชาชนอยู่ในสถานะสูงสุดในใจเสมอ

เหตุผลอยู่ที่ การยืนหยัดเคียงข้างประชาชน ยึดมั่นในหลักการที่ว่า ‘ประชาชนต้องมาก่อน’ เพราะ ‘ประเทศ คือ ประชาชน’ การสนับสนุนของประชาชน เป็นรากฐานอันแข็งแกร่ง เพื่อสร้างความสำเร็จทางประวัติศาสตร์

เหตุผลที่ทำได้นั้น อยู่ที่ความสามารถใน การปรับตัวให้เข้ากับกระแสของยุคสมัย พรรคได้เข้าใจกฎเกณฑ์ ทิศทาง การพัฒนาของโลกอย่างเท่าทัน แก้ไขปัญหาท้าทาย จนเกิดการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของจีนอย่างสิ้นเชิง ปรับตัวตามระเบียบโลกอย่างแม่นยำ โดยเสนอ ‘1 แถบ 1 เส้นทาง’ และความริเริ่มระดับโลก 4 ประการ ที่สำคัญในการสร้างประเทศสังคมนิยมอย่างรอบด้าน

เหตุผลอยู่ที่การ เสริมสร้างความแข็งแกร่งของพรรค คือการปฏิวัติตนเองอย่างกล้าหาญ พรรคยึดมั่นในทฤษฎีวิทยาศาสตร์ บนพื้นฐานอุดมการณ์ความเชื่อร่วมกัน ด้วยวิสัยทัศน์ที่เข้มงวด ทำให้ยังแข็งแกร่งในอุดมการณ์

เมื่อเข้าสู่ยุคใหม่ ท่านสี จิ้นผิง ได้เสนอกลยุทธ์ใหม่ๆ ก่อให้เกิดแนวคิดสี จิ้นผิง ทั้งระบบแกนนำและภาวะผู้นำ การชี้นำทางอุดมการณ์ ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างยุคใหม่ของการปกครอง หากยังได้นำเอาแนวคิดและภูมิปัญญามา ส่งเสริมความก้าวหน้าทางอารยธรรมทางการเมืองของมนุษยชาติ

มุ่งมั่นเพื่ออุดมการณ์ยิ่งใหญ่ ให้เกิดสันติภาพและการพัฒนาของมนุษยชาติ ดำเนินนโยบายอย่างอิสระและเน้นสันติภาพ ด้วย หลัก 4 ประการ ได้แก่ ‘ความอิสระ ความเสมอภาค เคารพซึ่งกันและกัน และการไม่แทรกแซงกิจการภายใน’

“พรรคได้สถาปนาความสัมพันธ์ฉันมิตรกับกว่า 700 องค์กร ใน 170 ประเทศทั่วโลก รวมถึงพรรคการเมืองในไทย และวางรากฐานทางการเมืองที่มั่นคง ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐต่อรัฐ แนวคิดทางการทูต ประเทศจีนชูธง สร้างประชาคมโลก ตามแนวคิดริเริ่มระดับโลก 4 ประการ บนพื้นฐานความเสมอภาค Win-Win เท่าเทียม สนับสนุนการพัฒนาโลก ปกป้องระเบียบระหว่างประเทศ จีนเป็นหุ้นส่วนที่แท้จริงของประเทศไทย ที่สามารถไว้วางใจและพึ่งพาได้เสมอ

ปี 2025 จีนและไทยได้ร่วมกันเฉลิมฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ และทรงพบหารือข้อราชการกับท่านสี จิ้นผิง ครั้งประวัติศาสตร์ พร้อมบรรลุฉันทามติสำคัญในการกระชับความร่วมมือ เพื่อสร้างประชาคมจีน-ไทยร่วมกัน

ความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ไทย แสดงให้เห็นถึงความมีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในปีนี้ ความร่วมมือระหว่างจีนไทยในอุตสาหกรรม สะท้อนความเติบโตอย่างแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง เป็นครั้งแรกที่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ของจีนได้ลงทุนขนาดใหญ่ในไทย และบริษัทผลิตแผงวงจรชั้นนำหลายแห่ง ได้ขยายการลงทุนในไทย เพื่อให้การอุตสาหกรรมไทยเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและอัจฉริยะ

ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวเมืองไทยมีจำนวนถึง 2.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 19% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยไปจีนก็พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ปัญญาประดิษฐ์ การสำรวจอวกาศห้วงลึก และอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ กำลังจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของความร่วมมือทั้งสองประเทศ เพื่อผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมต่อประชาชน

51 ปีที่ผ่านมา จีนและไทยยืนหยัดเดินเคียงบ่าเคียงไหล่ ก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน เคารพ ร่วมกันพัฒนาและสนับสนุนซึ่งกันและกันในการปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง ผลประโยชน์ด้านการพัฒนาของชาติ ความร่วมมือที่ยังประโยชน์ร่วมกันได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ประสบความสำเร็จ โดย ‘การค้าทวิภาคี’ เพิ่มขึ้นกว่า 6,000 เท่า เมื่อเทียบกับตอนต้นของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต จีนเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของไทยติดต่อกันถึง 13 ปี และยังเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตร แหล่งลงทุนหลัก และแหล่งท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของไทย

ข้าพเจ้าเชื่อว่า ด้วยความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด จะสร้างเสริมการพัฒนาอย่างสันติ ร่วมกันแก้ไขความเสี่ยง และความท้าทายต่างๆ จนกลายเป็นกำลังสำคัญ

ปีนี้ เป็นปีเริ่มต้นของ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจีน ฉบับที่ 15 จีนจะยังคงยึดมั่นในหลักการแห่งมิตรภาพ ความจริงใจ ความร่วมมือแบบ Win-Win และยอมรับความแตกต่างทางนโยบายทางการทูต เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพของภูมิภาคและโลก

ณ จุดเริ่มต้นทางประวัติศาสตร์ครั้งใหม่นี้ จีนยินดีที่จะเสริมสร้างการประสานยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมกันกับไทย รักษามิตรภาพอันยืนนาน และกระชับความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้ผลการพัฒนาเป็นประโยชน์ต่อประชาชนทั้งสองประเทศเป็นวงกว้าง

ร่วมกันส่งเสริมสันติภาพ และความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค เพื่อเขียนบทใหม่ ในการสร้างประชาคมจีน-ไทย เริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่ที่ทันสมัยของทั้งสองประเทศ

(จากซ้าย) ศ.กิตติคุณ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ, ภูมิธรรม เวชยชัย, จาง เจี้ยนเว่ย, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และ แนน บุณย์ธิดา สมชัย

แนน บุณย์ธิดา สมชัย
โฆษกพรรคภูมิใจไทยและ รมช.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่ง กับความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ที่มีมาอย่างยาวนาน ยิ่งในขณะนี้โลกกำลังเผชิญความท้าทาย หรือเปลี่ยนไปในทิศทางใด ไม่มีผู้ใดคาดการณ์อนาคตได้ อย่างไรเราคือ ‘กัลยาณมิตรที่ยืนเคียงข้างกันตลอดมา’ ดังจะเห็นได้จากความสัมพันธ์ที่รัฐบาลจีนได้สนับสนุนไทยในเวทีระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาแลกเปลี่ยนระหว่างรัฐและประชาชนในทุกมิติ

ดิฉันขอส่งความปรารถนาดีและคำอวยพรในโอกาสนี้ ขอให้สายสัมพันธ์แห่งจีนไทย แข็งแกร่งดั่งภูผา อบอุ่นดั่งแสงตะวัน ประหนึ่งดอกโบตั๋นและดอกเหมย ที่เบ่งบานงดงามในใจของพวกเราทั้งสองประเทศ ตราบนิรันดร์

ภูมิธรรม เวชยชัย
อดีตรองนายกรัฐมนตรี ผู้แทนพรรคเพื่อไทย

ในโอกาสสำคัญของ 2 วาระอันส่งคุณค่า ตลอดศตวรรษที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีบทบาทสำคัญในการนำพาประเทศจีนก้าวผ่านความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ สร้างการพัฒนาหลายด้าน และทำให้จีนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบทบาทสำคัญของโลกทั้งในด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต

สำหรับไทยแล้วนั้น ความสัมพันธ์ตลอด 51 ปีที่ผ่านมา เติบโตอย่างต่อเนื่องบนพื้นฐานความเคารพซึ่งกันและกัน ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน และการแสวงหาประโยชน์และความสันติร่วมกัน

ความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศไม่ได้จำกัดเพียงมิติทางการทูต แต่ฝังรากลึกในสายสัมพันธ์ของประชาชน วัฒนธรรม การค้า การลงทุน การศึกษาและการแลกเปลี่ยน

พรรคเพื่อไทยเชื่อมั่นว่าโลกในศตวรรษที่ 21 เป็นโลกที่ประเทศต่างๆ ต้องร่วมมือกัน มากกว่าการเผชิญหน้ากัน ความท้าทายร่วมไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน หรือเทคโนโลยี ต้องอาศัยความร่วมมือ ไว้วางใจ และการเคารพในผลประโยชน์ร่วมกัน

ประเทศไทยและจีน ต่างเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาของภูมิภาค ความร่วมมือโครงสร้างพื้นฐาน การค้า การลงทุน รวมทั้งภาคเศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI รวมทั้งด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ล้วนเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างโอกาสทั้ง 2 ประเทศ

พรรคเพื่อไทย ให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่สมดุล เปิดกว้าง เราเชื่อว่าความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงร่วมกัน

ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ ขออวยพรให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนประสบความสำเร็จในการดำเนินภารกิจเพื่อพัฒนาประเทศและขอให้มิตรภาพเจริญงอกงามยิ่งขึ้นในทุกมิติ ขอให้ทั้ง 2 ประเทศร่วมกันสร้างอนาคตแห่งสันติภาพ ให้เจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และอดีตรองนายกฯ

หากนับตามประวัติศาสตร์ เรามีความสัมพันธ์กันมากว่าหลายร้อยปี นับสั้นๆ ตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาจนถึงปัจจุบัน ก็เกือบ 700 ปีแล้ว เรามีความแนบแน่นทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การค้า ความมั่นคงทางการทูต ประชาชนไทยจำนวนมากมีบรรพบุรุษที่มาจากประเทศจีน รวมถึงครอบครัวของผม เป็นความสัมพันธ์ที่หล่อหลอมทางจิตวิญญาณและสายเลือด

สำหรับความยิ่งใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนนั้น ไม่ใช่เพียงพรรคการเมืองที่มีอายุกว่า 100 ปี แต่เป็นเพราะพิสูจน์ให้เห็นว่า ‘รูปแบบการปกครองและบริหารประเทศ’ ที่จะนำไปสู่ความมั่นคงและสำเร็จที่แท้จริงนั้น ต้องสอดคล้องและเหมาะสมกับวัฒนธรรมของประเทศ

นอกจากความร่วมมือร่วมใจและความมุ่งมั่นที่แท้จริงแล้ว สิ่งที่ทำให้ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนประสบความสำเร็จ คือมีความเป็น ‘นักสู้’ และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใด ทำให้จีนก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับมี ‘ผู้นำ’ ที่มีวิสัยทัศน์ มุ่งมั่น ชัดเจน กล้าหาญ ให้ความสำคัญกับคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญของชาติ ทำให้ประเทศก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป

การครบรอบปีที่ 105 ในฐานะที่เป็นคนเอเชียด้วยกัน คือการแสดงให้เห็นว่าเราก็ทำได้ ขอบคุณจีนที่เป็นมิตรแท้กับประเทศไทยอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายร้อยปี ผมเชื่อมั่นว่าจีนและประเทศไทย จะมีความสัมพันธ์ที่มั่นคงและยั่งยืนต่อไป

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ
รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรม

ในนิมิตหมายมงคล ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีอย่างยิ่ง และขอส่งความปรารถนาดีอย่างจริงใจ ณ โอกาสประวัติศาสตร์นี้ กว่าศตวรรษที่ผ่านมาพรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้สร้างคุณูปการ ปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่น จนนำมาสู่ความก้าวหน้าอย่างเป็นที่ประจักษ์ ทั้งยังสร้างเสริมความร่วมมือในประชาคมระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับสากล

แม้พรรคกล้าธรรมจะเป็นพรรคการเมืองน้องใหม่ แต่เราตระหนักและให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด ต่อความสัมพันธ์ที่ตั้งบนพื้นฐาน ความเคารพไว้วางใจ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวด้วยสายใยทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิดของพี่น้องทั้งสองประเทศ

พรรคกล้าธรรม มีความมุ่งมั่นอย่างใกล้ชิด ที่จะได้ร่วมมือกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ อันจะนำมาสู่ความสงบสุขของทั้งสองประเทศและภูมิภาคต่อไป

ขออำนวยพรให้จีนประสบความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไป และมีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์สันติภาพและการพัฒนาของโลกที่ยั่งยืนสืบไป

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์
เลขาธิการพรรคประชาชน

ตลอดกว่า 70 ปีที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้นำพาประเทศประสบความสำเร็จ ผ่านความท้าทายหลากหลายมิติ ซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจเหล่านั้นได้เพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ ภาคเอกชนต่างๆ ภายในประเทศจีน ซึ่งการพัฒนาได้กระจายตัวไปหลายภูมิภาค หลายมณฑล พร้อมขจัดปัญหาความยากจนภายในประเทศ อีกทั้งยังเป็นการพัฒนาความมั่นคง ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนจีน

ขอชื่นชมในการบริหารประเทศ ที่มุ่งเน้นเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง ‘พรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค’ ที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้เรียนรู้กระบวนการสร้างพรรค และสร้างนโยบายจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน เรานำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทสังคมไทย เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย ขอขอบคุณในการร่วมมือที่ผ่านมา และหวังว่าจะได้พัฒนาความสัมพันธ์ เรียนรู้ร่วมกันต่อไป

พรรคประชาชนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ในการนำเอาเทคโนโลยีมาพัฒนาคุณภาพชีวิต ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันภาคธุรกิจ รวมทั้งยกระดับภาคการเกษตรของไทยให้เข้มแข็ง ที่สำคัญไม่น้อยกว่ากัน คือการแก้ไขปัญหามลพิษ ทั้งภายในประเทศและมลพิษข้ามพรมแดนในระดับภูมิภาค

จากที่ได้เรียนรู้ประสบการณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เชื่อว่าเรามีความมุ่งมั่นในทิศทางเดียวกัน โดยยึดเอาผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ชาติเป็นที่ตั้ง เฉกเช่นที่ผ่านมา ดังนั้นเราทั้ง 2 ชาติจะสามารถแก้ไขทางการค้า การลงทุน ปัญหามลพิษข้ามพรมแดน สร้างสรรค์ทางวัฒนธรรม และความสัมพันธ์อันดีร่วมกันได้อย่างแน่นอน

ขออวยพรให้พรรคคอมมิวนิสต์จีนประสบความสำเร็จในการพัฒนาประชาชาติจีนในทุกมิติ และขอให้ความสัมพันธ์อันดีระหว่างพรรคประชาชนและพรรคคอมมิวนิสต์จีน ระหว่างประชาชนไทยและจีน ระหว่างราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน เจริญงอกงามยิ่งขึ้น และมั่นคงยิ่งๆ สืบไป

อิสรา สุนทรวัฒน์
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ตลอดศตวรรษที่ผ่านมา ด้วยวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นแน่วแน่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้นำพาประเทศจีนก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับโลก ทั้งในด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม แต่สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุด คือความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการขจัดความยากจน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดียิ่งในการพัฒนาทรัพยากรของโลก

พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับความเป็นพันธมิตรกับจีนอย่างยิ่ง เพราะความเจริญรุ่งเรืองของจีน คือรากฐานสำคัญของความมั่นคง และการเติบโตระดับภูมิภาคอาเซียน

ในอนาคตข้างหน้าเราพร้อมที่จะร่วมมือ เพื่อรับมือกับความท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านพลังงานสะอาด หรือนวัตกรรมของโลก

ขอให้มิตรภาพระหว่างไทยและจีน ยั่งยืนและสืบทอดต่อไป และขอให้สาธารณรัฐประชาชนจีน ประสบความสำเร็จ มีความสงบสุข เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป

ศ.กิตติคุณ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ
อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย และอดีตประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ

ความสำเร็จของพรรคคอมมิวนิสต์จีน แสดงออกผ่านการนำของประเทศจีน

จาก 13 คนที่เป็นผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ ไปสู่สมาชิกรุ่นแรก 50 คน และวันนี้มีสมาชิกพรรค 100 ล้านคน ซึ่งทำให้ประเทศจีนที่มีประชากรมากที่สุดในโลก

มาถึงวันนี้ในปี 2026 จีนมีเศรษฐกิจเป็นอันดับ 2 ของโลก ตั้งแต่การเริ่มต้นแนวนโยบาย ‘หนึ่งประเทศ สองระบบ’ มาจนถึงปัจจุบันนี้ GDP ของจีนกระโดดอย่างน่าอัศจรรย์ใจ เฉลี่ย 14,874 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงมาก กลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับ 2 ได้

ผมคิดว่ามีลักษณะ 6 ข้อที่น่าสนใจ คือ

1.ไม่มีพรรคการเมืองไหนในโลก ที่จะมีวินัยขนาดนี้ 2.มีวิสัยทัศน์ในการวางแผน พัฒนาเศรษฐกิจ สังคม อย่างเป็นขั้นตอน 3.มีความสามารถในการปฏิบัติ ให้แผนเกิดขึ้นจริง 4.มีผู้นำและระบบคัดเลือกผู้นำที่ดี 5.ผู้นำของจีนเอาประชาชนเป็นหลัก 6.ไม่ใช่สังคมนิยมที่อยู่กับที่ กำลังเข้าสู่ยุคสังคมนิยมใหม่

แสดงให้เห็นว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนและสังคมนิยมจีน มีการปรับตัวเข้ากับสถานการณ์โลก ซึ่งในปี พ.ศ.2475 เรามีประชาธิปไตยในเมืองไทย แต่เราไปเอาอย่างตะวันตก วันนี้ที่เราจะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยพรรคการเมืองทั้งหลาย ผมคิดว่าเราต้องมาดูจีนเป็นตัวอย่างของการพัฒนาแบบตะวันออก

ถึงเวลาที่ประเทศไทยจะศึกษาบทเรียนของ ‘ระบอบการปกครองจีน’ ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีน เราจะเอามาปรับให้เข้ากับสังคมไทยแค่ไหน เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความสามารถในจินตนาการของท่าน

อธิษฐาน จันทร์กลม
อคิรา ทองโม้