หน้าแรก ประชาชื่น 5 เดือน ‘ดอนย...

5 เดือน ‘ดอนยายทอง’ จากมโหระทึกใบแรกของเพชรบุรี สู่แหวน ‘ปุสรขิตะ’ ผู้มีชีวิตอยู่เมื่อ 2,100 ปีมาแล้ว?

7.07.26 | 12:00 น.

ไปไกลกว่าคำว่า ‘ฮือฮา’ เสียแล้ว สำหรับการค้นพบแหล่งโบราณคดีแห่งใหม่ของประเทศ ปักหมุดอำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี

‘ดอนยายทอง’ คือชื่อแหล่งที่จะถูกจดจารึกไว้ในศักราชนี้

ไม่ใช่เพียงเพราะการพบโครงกระดูกมนุษย์ อัพเดตล่าสุดถึง 9 โครง พร้อมด้วยโบราณวัตถุล้ำค่ามากมาย โดยเฉพาะกลองมโหระทึกที่พบเป็นครั้งแรกของจังหวัดเพชรบุรี รวมถึงแหวนทองคำมีจารึก และเครื่องประดับทองคำอื่นๆ อันตระการตา

หากแต่เพราะสิ่งที่ค้นพบนั้น ล้วนมีความหมายพิเศษที่นับจากนี้ นักโบราณคดี นักประวัติศาสตร์ นักอ่านจารึก และนักอื่นๆ อีกหลากหลายสาขา ต้องบูรณาการศาสตร์และศิลป์ต่างๆ ร่วมกัน เพื่อวิเคราะห์ ตีความ และนำมาซึ่งองค์ความรู้สู่สังคมไทย ท่ามกลางการให้ความสนใจอย่างล้นหลาม

การขุดค้นและเก็บข้อมูลหลักฐานอย่างเข้มข้น ณ แหล่งโบราณคดี ดอนยายทอง อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี

จากผืนนา สู่แหล่งโบราณคดี

Advertisement

จากมโหระทึกใบแรก สู่ 9 ร่างในหลุมขุดค้น

ย้อนไปเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร เริ่มดำเนินงานขุดค้นแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง โดยมีเป้าหมายเพื่อขุดกู้และชุดศึกษาหลักฐานจากตำแหน่งที่มีการค้นพบกลองมโหระทึกในที่นาของชาวบ้าน นามว่า คนางค์ เพชรสุด หมู่ 6 บ้านดอนพลับ ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี

ในช่วงแรกพบชิ้นส่วนขอบฐานของกลองมโหระทึก อีกทั้งภาชนะดินเผาหลายใบวางอยู่โดยรอบในตำแหน่งที่สัมพันธ์กับกลอง

ครั้นขุดลึกลงไป ปรากฏว่าเจอชิ้นส่วนกลองมโหระทึกอีกใบคว่ำหน้าอยู่ในดิน ไม่เพียงเท่านั้น ยังปรากฏโครงกระดูกมนุษย์ พร้อมด้วยภาชนะสำริด รวมถึงลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน แหวนทองคำ และกำไลทองคำ บางชิ้นยังคงสวมอยู่กับโครงกระดูก

กรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีชำนาญการ หัวหน้าทีมขุดค้น ทุ่มสุดกำลัง ภายใต้การบัญชาการของ นิภา สังคนาคินทร์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี
หนึ่งในกลองมโหระทึก 6 ใบซึ่งเป็นการพบครั้งแรกของจังหวัดเพชรบุรี
จัดแสดงในวันแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อ 27 มิถุนายน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี

นอกจากนี้ ยังพบก้อนดินเผาไฟจำนวนมาก กรามฟันสัตว์เคี้ยวเอื้อง ประเภทวัว ควาย สภาพค่อนข้างสมบูรณ์ โดยพบทั้งกรามบนและกรามล่างอยู่ในบริเวณใกล้กัน ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงการฝังสัตว์ร่วมในพิธีกรรมการฝังศพ

พนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เผยว่า สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของบุคคลผู้ถูกฝัง และความเชื่อเกี่ยวกับการอุทิศสิ่งของในพิธีกรรมหลังความตาย

หลังจากนั้น โครงกระดูกโครงแล้วโครงเล่า ถูกพบอย่างต่อเนื่อง

จนถึงปัจจุบันพบโครงกระดูกมนุษย์ รวม 9 โครง โครงที่ 9 คาดว่าเป็นโครงกระดูกเด็ก โดยพบกลองมโหระทึกเพิ่มเติมอีก 4 ใบ รวมเป็น 6 ใบ

แน่นอนว่ายังพบโบราณวัตถุอื่นๆ เพิ่มอีก อาทิ ภาชนะดินเผาโลหะสำริดลักษณะคล้ายภาชนะครอบบริเวณศีรษะ ซึ่งถือเป็นลักษณะพิเศษที่ไม่พบโดยทั่วไป ไหนจะเครื่องประดับทองคำหลากรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น แหวนทองคำ ลูกปัดทองคำ จี้ทองคำ ต่างหูทองคำ นำมาซึ่งข้อสันนิษฐานที่ว่า นี่คือหลุมฝังศพของชนชั้นสูง อายุสมัยระหว่าง 2,500-1,500 ปี

โดยมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ พระที่นั่งราชธรรมสภา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี อำเภอเมืองเพชรบุรี

ลูกปัดทองคำ สุดล้ำค่าไม่ใช่เพราะมูลค่า หากแต่เป็นหนึ่งในหลักฐานบ่งชี้สถานะบุคคลผู้เป็นเจ้าของ

ปริศนาแหวนตราประทับ ‘ปุสรขิตส’

ผู้ถูกรักษาโดยดาวปุษยะ

ไม่กี่วันหลังการแถลงข่าว ทีมนักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ร่วมกับนักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี กรมศิลปากร คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร พร้อมอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านโครงกระดูกของกรมศิลปากร ร่วมกันเก็บโครงกระดูกมนุษย์ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม หลังเจอฝนถล่ม น้ำไหลทะลักลงท่วมมิดทั้งหลุมไปเมื่อ 18 มิถุนายน

การเก็บกู้โครงกระดูกเหล่านั้น คาดว่าจะใช้เวลาราว 1 เดือนจึงแล้วเสร็จ

ทว่า ระหว่างนั้น กลับได้พบหลักฐานสำคัญอย่างยิ่ง นั่นคือ แหวนทองคำ 2 วง จากโครงกระดูกหมายเลข 4 โดย 1 ในนั้น ปรากฏจารึกบนหัวแหวนซึ่งมีลักษณะการใช้งานเป็น ตราประทับ

เบื้องต้น ดร.อุเทน วงศ์สถิตย์ อาจารย์ภาควิชาภาษาตะวันออกคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านภาษาโบราณ กรมศิลปากร สันนิษฐานว่าเป็นอักษรพราหมี ของอินเดีย อายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 5-7 หรือประมาณ 1,900-2,100 ปีมาแล้ว

‘ปุสรขิตส’ คือคำอ่าน

‘ของปุสรขิตะ’ คือคำแปล

‘ผู้ที่ถูกรักษาโดยฤกษ์หรือดาวปุษยะ’ คือความหมาย

‘เจ้าของแหวนน่าจะอยู่ในวรรณะแพศย์ (พ่อค้า)’ คือข้อสันนิษฐาน

นอกจากนี้ ดร.อุเทนยังเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในเวลาต่อมา หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Maldivo Vedanidhi Giuseppe ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับจารึก ‘ปุสรขิตส’ ในอินเดีย ซึ่งเป็นจารึกบนแผ่นหินจากแหล่งโบราณคดี Sodanga

เรียกได้ว่า ทั้งข้อความ ทั้งรูปแบบอักษรเหมือนกันเป๊ะ

ดร.อุเทนจึงนำคำจารึกแหวนทอง ดอนยายทอง มาเทียบโดยตัดมาเฉพาะคำที่ตรงกัน แล้วอ้างอิงเนื้อหาจากบทความ Stpas, Aoka and Buddhist Nuns: Early Buddhism in Ujjain and Malwa ของนักวิชาการชื่อดัง อย่าง ดร.ปีเตอร์ สกิลลิ่ง ตีพิมพ์ใน Bulletin of the Asia Institute เมื่อ พ.ศ.2554 หน้า 157-173

“จะเห็นได้ว่า สามารถเทียบกันได้ตัวต่อตัว และการกำหนดอายุที่ให้ไว้ที่ 1st centiry BCE (2100 ปีก่อน) จึงสมเหตุสมผล” ดร.อุเทนเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งค่าสาธารณะ

ฝนถล่ม น้ำท่วมหลุม ผู้ว่าฯ นายอำเภอ อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่กรมศิลป์ ผนึกกำลังสูบน้ำและดินโคลน พร้อมทำร่องระบาย เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 18 มิถุนายน (ภาพจากที่ทำการปกครอง อำเภอบ้านลาด)

ส่งถ่านไปสหรัฐ หาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ 3 เดือนรู้เรื่อง

จากคำอ่านจารึกข้างต้น นำไปสู่การตั้งคำถามว่า โครงกระดูกในหลุมขุดค้นโครงใดโครงหนึ่ง คือ ผู้มีชื่อว่า ปุสรขิตะ ซึ่งมีชีวิตอยู่เมื่อ 2,100 ปีมาแล้วใช่หรือไม่?

สุจิตต์ วงษ์เทศ ผู้ก่อตั้งนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเพิ่งควง ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ไปทอดน่องถึงหลุมมาแล้วไม่เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น

“เชื่อว่าโครงกระดูกในหลุมเป็นเจ้าของแหวน แต่ไม่ใช่ผู้มีชื่อว่าปุสรขิตะ ชื่อนี้ต้องเป็นชื่อศักดิ์สิทธิ์ แล้วมีพ่อค้าอินเดียที่มาติดต่อค้าขาย หรือพราหมณ์ที่เดินทางเข้ามา นำมาเป็นของกำนัล เหมือนกรณีลูกปัดแก้วจากต่างประเทศ ก็เป็นของกำนัล ของหรู ของนอกที่ผู้นำเผ่าพันธุ์ (Chiefdom) ได้รับมาจากพ่อค้า” สุจิตต์ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ

สำหรับโครงกระดูกดังกล่าวทั้ง 9 โครงกรมศิลปากรจะนำส่งไปยังกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เพื่อทำการอนุรักษ์ โดยมีการจัดส่งตัวอย่างถ่านที่ได้จากการขุดค้นไปหาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา คาดว่าจะทราบผลค่าอายุที่แน่นอนประมาณ 3 เดือนนับจากนี้

ส่วนหลุมขุดค้น อยู่ระหว่างการเคลียร์เพื่อคืนสู่สภาพเดิม ก่อนส่งมอบพื้นที่คืนเจ้าของสำหรับประกอบอาชีพต่อไป

ทั้งหมดนี้คือภาพรวมความเป็นมา และอัพเดตความคืบหน้าของแหล่งโบราณคดีดอนยายทองที่กระตุ้นความสนใจประชาชนคนไทยทั่วประเทศ ณ ห้วงเวลานี้

พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร