หน้าแรก ประชาชื่น วิทยาเปรียบดั...

วิทยาเปรียบดั่งอาวุธ พี.บี. 85 การช่าง มอบหนังสือเติมโอกาสโรงเรียนตชด. ในวันที่การเรียนรู้ยังไม่เท่าเทียม

10.07.26 | 13:09 น.
ธนิย์ เจริญไชยประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี.บี. 85 การช่าง จำกัด พร้อมครอบครัวและผู้บริหารเครือมติชน ร่วมส่งมอบหนังสือให้กับโรงเรียนตชด.

“บ้านจะน่าอยู่จริงหรือ หากรอบข้างเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง”

คือ การเปรียบเปรยของ ธนิย์ เจริญไชยประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พี.บี. 85 การช่าง จำกัด ซึ่งสะท้อนแนวคิดเรื่องการแบ่งปัน ที่แม้ไม่อาจเติมเต็มทุกความขาดแคลนได้ทั้งหมด แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการส่งต่อโอกาส เพราะการเติบโตของสังคมจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าโอกาสยังคงกระจุกตัวอยู่เพียงบางกลุ่ม

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นพื้นที่แห่งการสร้างความรู้และมอบโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนในชุมชนห่างไกล จะได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อจำกัดของพื้นที่ยังคงทำให้การเข้าถึงทรัพยากร บุคลากร และสื่อการเรียนรู้เป็นเรื่องไม่ง่าย โดยเฉพาะหนังสือที่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปิดโลกการเรียนรู้ของเด็กๆ

ธนิย์ ในฐานะเอ็มดี พี.บี. 85 การช่าง จึงตัดสินใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนอนาคตของชาติ โดยการมอบหนังสือโครงการ The Blooming Through Reading อ่านผลิบาน ของเครือมติชน ให้ห้องสมุดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 5 แห่ง โดยมี พ.ต.อ.พรหมวุฒิ วุฒิวิวัฒน์ชัย รองผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (รอง ผบก.อก.บช.ตชด.) รับมอบอย่างเป็นทางการเมื่อ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ โถงชั้น G อาคารสำนักงาน บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน)

ในการนี้ ผู้บริหารในเครือมติชน นำโดย วรศักดิ์ ประยูรศุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท งานดี จำกัด, นฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการกองบรรณาธิการมติชน, สรพันธุ์ บุนปาน ผู้อำนวยการฝ่ายขายหนังสือพิมพ์ บริษัท งานดี จำกัด, เจตนา จนิษฐ ที่ปรึกษา บริษัท งานดี จำกัด และ มณฑล ประภากรเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักพิมพ์มติชน ร่วมเป็นสักขีพยาน

Advertisement
ธนิย์ เจริญไชยประเสริฐ และพ.ต.อ.พรหมวุฒิ วุฒิวิวัฒน์ชัย

ติดอาวุธทางปัญญา
ขอบคุณผู้เสียสละ แบ่งปันโชคแก่ผู้ขาดโอกาส

ความตั้งใจแรกเริ่มของธนิย์ คือ มุ่งแบ่งปันความรู้ให้ผู้คนในสังคมที่ยังขาดโอกาส ด้วยการมอบหนังสือที่เปรียบเสมือนการติดอาวุธทางปัญญาให้เด็กๆ ส่วนการเลือกโรงเรียน ตชด.ทั้ง 5 แห่ง มาจากเหตุผลทางใจที่อยากขอบคุณตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นทั้งผู้กล้าและผู้เสียสละในการทำหน้าที่เป็นรั้วของชาติ

“ผมมองว่า ต่อให้มีโลกที่ดีอย่างไร แต่ถ้าคุณออกไปนอกรั้วบ้าน แล้วสภาพรอบข้างเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง เต็มไปด้วยสงครามหรือยาเสพติด แล้วจะอยู่กันอย่างไร เมื่อเราโชคดี มีโอกาสมากกว่าหลายคนจึงอยากแบ่งปันความโชคดีนี้ให้ผู้ที่ยังขาดโอกาส

ถามว่าทำไมถึงเลือกมอบหนังสือ ก็เพราะคำกล่าวที่ว่า วิทยาเปรียบดั่งอาวุธ การติดอาวุธทางปัญญาให้เด็กๆ เข้าถึงความรู้ได้ มันเหมือนการช่วยให้เขามีโอกาสในการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี เข้าถึงโอกาสในการทำให้สังคมดีขึ้น และจะช่วยเสริมสร้างให้ประเทศชาติแข็งแรงขึ้นมาได้

ในสังคมของเรายังมีคนเดือดร้อน และมีความจำเป็นอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้าเราไม่ช่วยกันแล้วใครจะช่วยเรา ส่วนเหตุผลที่เลือกมอบให้โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เพราะ ตชด.คือผู้เสียสละทำหน้าที่เป็นรั้วให้ประชาชนจึงคิดว่าเราจะขอบคุณและแสดงความห่วงใยอย่างไรได้บ้างการมอบหนังสือครั้งนี้ก็ถือเป็นการขอบคุณไปยังครอบครัวของผู้กล้าเหล่านั้น” ธนิย์เล่าถึงความตั้งใจจริงในการส่งมอบหนังสือ

รวมมิตรหนังสือที่จะช่วยส่งเสริมจินตนาการและความรู้สำหรับเด็กประถมศึกษา1-3

เมื่อ ‘อยากรู้’ จึง ‘อยากอ่าน’
การปลูกฝังที่ดีที่สุด เริ่มต้นจากครอบครัว

นอกจากการส่งต่อหนังสือให้เด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกล ธนิย์ยังเริ่มปลูกฝังนิสัยรักการอ่านจากคนใกล้ตัวที่สุด นั่นคือลูกๆ ทั้ง 3 คน ซึ่งยังอยู่ในวัยประถมศึกษา โดยพยายามนำหนังสือให้ดูตั้งแต่เล็กๆ เริ่มจากการดูรูปภาพ กระตุ้นความ ‘อยากรู้’ ให้เกิดความ ‘อยากอ่าน’

“เริ่มต้นผมจะอ่านให้เขาฟัง แล้วทำให้เขารู้ว่า การเริ่มต้นเรียนรู้จากตรงนี้ หนูจะได้เจอกับเรื่องราวสนุกมากมาย หนูจะมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น แม้ยังอ่านหนังสือไม่แข็งแรง อย่างที่บอกว่าวิทยาคืออาวุธ เราจะต้องติดอาวุธทางปัญญาให้ลูก” ธนิย์กล่าว

ความเชื่อที่ว่า หนังสือคืออาวุธทางปัญญา สะท้อนผ่านหนังสือที่ถูกคัดสรร เพื่อส่งต่อให้โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั้ง 5 แห่ง ทั้งหมดล้วนสอดแทรกความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความสนุกสนานเพลิดเพลินใจ โดยครอบคลุมทั้งนิทาน หนังสือเสริมทักษะ และความรู้รอบตัว เพื่อเปิดโลกการเรียนรู้ของเด็กๆ อาทิ สีเทาเจ้าตัวจิ๋ว โดย รัศมี เบื่อขุนทด, นิทานการเงิน โดย ยังชิน แก้วชัยเจริญกิจ, โลกสุดพิเศษของจูลี่แสนธรรมดา โดย คุณหมวก, 50 สิ่งแรกในเมืองไทย โดย นันทลักษณ์ คิรีมา และ บ๊อคบ๊อคผจญภัยในบ้านรูปทรงแสนสนุก โดย ธัญดา โอวาทศิริวงศ์ เป็นต้น

ลิสต์หนังสือที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสแห่งการเรียนรู้

ไม่มีไฟ ก็ไร้สัญญาณเน็ต
‘หนังสือเล่ม’ ยังสำคัญ ใน ‘พื้นที่ชายขอบ’

ในวันที่การเรียนรู้ทั้งโลกกำลังขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ เด็กจำนวนไม่น้อยในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนยังต้องเผชิญข้อจำกัดในทรัพยากรพื้นฐาน อย่างไฟฟ้า อินเตอร์เน็ต และการเข้าถึงสื่อการเรียนรู้

พ.ต.อ.พรหมวุฒิ อธิบายสถานการณ์ของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนว่า ปัจจุบันความขาดแคลนน้อยลง แต่ก็ยังถือว่าขาดแคลน ทั้งไฟฟ้าและอินเตอร์เน็ต ‘หนังสือเล่ม’ ที่จับต้องได้ จึงจำเป็น ทั้งต่อนักเรียน และครูผู้สอน

“ถามว่าขาดแคลนไหมก็ยังขาดแคลน เพราะในบริบทของเด็กนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน คือเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ชายขอบ ด้อยโอกาสทางการศึกษา

โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนทั้ง 222 แห่ง ยังมีมากกว่า 100 โรงเรียนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องอาศัยพลังงานจากโซลาร์เซลล์ ซึ่งในช่วงฤดูฝน ฝนจะตกตลอดทั้งวัน การใช้งานก็เป็นไปอย่างจำกัด

ส่วนอินเตอร์เน็ตก็เป็นอินเตอร์เน็ตประทังชีวิต เพราะเข้าถึงได้เฉพาะช่วงที่มีไฟฟ้าใช้ และไม่ได้เป็นอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เพราะฉะนั้นหนังสือจึงยังเป็นสิ่งสำคัญ ในช่วงที่ฝนตกหนัก เด็กออกไปไหนไม่ได้ ห้องสมุดจะกลายเป็นพื้นที่การเรียนรู้ที่สำคัญที่สุด

นักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน คือเด็กชั้นประถมศึกษา ป.1-6 โดยเด็ก ป.1-3 จะอยู่กับครูในห้องสมุด หนังสือที่ได้รับมอบในวันนี้มีประโยชน์อย่างมาก โดยถูกคัดมาแล้วว่าเหมาะสมกับเด็กๆ ส่วนใหญ่เป็นหนังสือนิทาน หนังสือภาพ และหนังสือแนวสารคดีที่ให้ความรู้ด้านต่างๆ เชื่อว่าเด็กๆ จะชอบมาก ได้ทั้งความบันเทิงและความรู้

นอกจากนี้ ครูก็สามารถนำไปใช้เป็นสื่อการสอนได้ด้วย ผมเชื่อว่าหนังสือเล่มยังมีความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่ไม่สามารถที่ใช้เทคโนโลยีได้เต็ม 100% ดังนั้น ต้องขอขอบพระคุณผู้บริจาคที่มีจิตศรัทธาเป็นอย่างมาก” พ.ต.อ.พรหมวุฒิทิ้งท้าย

เมื่อทรัพยากรยังมีข้อจำกัด หนังสือจะยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปิดโลกการเรียนรู้ และสร้างโอกาสให้กับเด็กในพื้นที่ห่างไกล

พรหมพร เจริญกิจชัชวาล เรื่อง
สมจิตร์ ใจชื่นภาพ