หน้าแรก ประชาชื่น ยุโรปขวาหัน! ...

ยุโรปขวาหัน! พลิกขั้วอำนาจ(?) รัสเซียในความสัมพันธ์อำพรางกลางสหภาพยุโรป

14.07.26 | 13:01 น.

ยุโรปหขวาหัน ผลงานแนวสารคดี-วิชาการ ของ สรรพมงคล สมวงษ์ ที่จะพาผู้อ่านไปสำรวจการเติบโตของพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดในยุโรป ตั้งแต่รากฐานทางความคิด พัฒนาการทางการเมือง ความสัมพันธ์อันซับซ้อนกับรัสเซีย ตลอดจนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสหภาพยุโรปและระเบียบโลกในอนาคต

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สหภาพยุโรปถูกมองว่าเป็นภาพแทนของประชาธิปไตย เสรีนิยม และความร่วมมือระหว่างประเทศ แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดกลับได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศสมาชิก พร้อมตั้งคำถามต่อคุณค่าที่สหภาพยุโรปเคยยึดถือ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดพรมแดน การย้ายถิ่นฐาน สิทธิมนุษยชน หรือความร่วมมือเหนือรัฐ จนทำให้ภูมิทัศน์การเมืองยุโรปกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ

ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเพียงความเปลี่ยนแปลงของคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง หากแต่เป็นช่วงเวลาที่เผยให้เห็นถึงการต่อสู้ทางอุดมการณ์ ระหว่างโลกเสรีนิยมกับกระแสชาตินิยมที่กำลังหวนกลับคืนมาอีกครั้ง พร้อมชวนสำรวจบทบาทของวิกฤตเศรษฐกิจ ความมั่นคง สงคราม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่ค่อยๆ เปิดพื้นที่ให้แนวคิดฝ่ายขวาเติบโตขึ้น จนกลายเป็นหนึ่งในประเด็นการเมืองที่ทั่วโลกจับตามอง

‘สหภาพยุโรป’ รากแก้วเผชิญพายุลูกใหญ่
จับตาปัญหาการเมืองร่วมสมัย

Advertisement

สรรพมงคล เลคเชอร์ผ่านคำนำผู้เขียน ว่า ‘สหภาพยุโรป คือองค์การระหว่างประเทศที่มีลักษณะเป็นองค์การเหนือรัฐ (Supranational Organization) ที่ประสบความสำเร็จที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ถือกำเนิดขึ้นจากเถ้าถ่านและความสูญเสียอันบอบช้ำหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยความมุ่งหวังที่จะผูกพันชาติต่างๆ ในทวีปยุโรปเข้าด้วยกัน ผ่านความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเมือง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสงครามขึ้นอีก

ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ สหภาพยุโรปได้วิวัฒนาการและสถาปนาตนเองเป็นตัวแสดงหลักที่เชิดชูระเบียบโลกแบบเสรีนิยมประชาธิปไตย (Liberal World Order) อย่างแข็งขัน

ทว่าในปัจจุบัน โครงสร้างที่เคยดูเหมือนรากแก้วอันหยั่งลึกและแข็งแกร่งนี้ กำลังเผชิญกับพายุลูกใหญ่ที่มุ่งเซาะกร่อนบ่อนทำลายจากทั้งภายในและภายนอก นำมาสู่สภาวะความแตกแยกในสหภาพยุโรป (European Disintegration) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเด็นปัญหาทางการเมืองร่วมสมัยที่น่าจับตามองมากที่สุด

หนังสือเล่มนี้จึงถือกำเนิดขึ้นจากความพยายามที่จะทำความเข้าใจพลวัตอันซับซ้อนที่กำลังสั่นคลอนเสถียรภาพของยุโรปและระเบียบโลกที่เราคุ้นเคย

วิกฤตการเงินโลก-คลื่นผู้อพยพ
จุดเปลี่ยนสู่ความเสื่อมถอย
จุดชนวน ‘การเมืองเชิงอัตลักษณ์’

หากย้อนกลับไปเมื่อราว 15-20 ปีก่อน การตั้งคำถามถึงความเสื่อมถอยหรือการล่มสลายของสหภาพยุโรปอาจถูกมองเป็นเรื่องขบขัน แต่จุดเปลี่ยนสำคัญได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจและการเงินโลกในปี 2008 ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพลเมืองในยุโรป นำมาซึ่งมาตรการรัดเข็มขัดที่สร้างความเดือดร้อนแก่ชนชั้นแรงงานและผู้มีรายได้น้อย ซ้ำร้ายยังถูกตอกย้ำด้วยวิกฤตคลื่นผู้อพยพในปี 2011 อันเป็นผลพวงจากเหตุการณ์อาหรับสปริง ที่ทำให้เกิดการทะลักเข้ามาของผู้ลี้ภัยจำนวนมหาศาล

วิกฤตการณ์เหล่านี้ไม่ได้สร้างเพียงปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่ยังจุดชนวน “การเมืองเชิงอัตลักษณ์” (Identity Politics) ที่ทำให้ชาวยุโรปจำนวนมากรู้สึกหวาดกลัวต่อความแตกต่างทางวัฒนธรรมและศาสนา สภาวะความสิ้นหวังและความรู้สึกถูกทอดทิ้งจากชนชั้นนำในกรุงบรัสเซลส์ จึงกลายเป็นช่องโหว่สำคัญที่เปิดทางให้เหล่าพรรคการเมืองขวาจัด (Far-Right Party) ซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเพียงกลุ่มการเมืองชายขอบ กลับมาพื้นชีพและได้รับความนิยมอย่างก้าวกระโดด

พรรคขวาจัด ปรับตัวอย่างชาญฉลาด
สลัดภาพลักษณ์สุดโต่ง สวมเสื้อคลุม ‘ประชานิยมขวาจัด’

ความน่าสนใจของการกลับมาของพรรคการเมืองขวาจัดในยุโรป คือการปรับตัวอย่างชาญฉลาดในปัจจุบัน ด้วยการสลัดภาพลักษณ์ของการเป็นกลุ่มการเมืองขวาสุดโต่ง (Extremist Right) ที่สืบทอดมรดกเผด็จการฟาสซิสต์และนาซี แล้วหันมาสวมเสื้อคลุมของ ‘ประชานิยมขวาจัด’ (Populist Radical Right) ภายใต้ระบอบเสรีนิยมประชาธิปไตย ชูนโยบายชาตินิยม ต่อต้านผู้อพยพ ต่อต้านความหลากหลายทางวัฒนธรรม และที่สำคัญคือการต่อต้านอำนาจการรวมศูนย์ของสหภาพยุโรป เพื่อปกป้องอธิปไตยของรัฐชาติ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของพรรคการเมืองขวาจัดในยุโรปไม่อาจอธิบายได้ด้วยปัจจัยภายในเพียงมิติเดียว หนังสือเล่มนี้จึงต้องการเปิดพรมแดนของการวิเคราะห์ไปสู่ ‘ปัจจัยภายนอก’ ที่เข้ามาสอดแทรกและซ้อนทับอยู่เบื้องหลัง นั่นคือบทบาทของ ‘รัสเซีย’ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีปูติน

นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามเย็น รัสเชียมีความรู้สึกหวาดระแวงต่อโลกตะวันตกมาโดยตลอด จากการขยายตัวของนาโต (NATO) และสหภาพยุโรปที่รุกคืบเข้าสู่ ‘พื้นที่หลังบ้าน’ ของรัสเซีย จนนำมาสู่การตอบโต้ด้วยยุทธศาสตร์เพื่อบ่อนทำลายความแข็งแกร่งของระเบียบโลกเสรีนิยมตะวันตก โดยการทำสงครามลูกผสม (Hybid Warfare) ซึ่งเป็นการผสมผสานทั้งการใช้กำลังบีบบังคับเข้ากับการใช้อำนาจโน้มนำ จนพัฒนาออกมาเป็น “มาตรการรุก” (Active Measures) เพื่อเจาะทะลวงเข้าสู่ภายในใจกลางของยุโรป โดยมีพรรคการเมืองขวาจัดในยุโรบที่เป็นดั่ง ‘ม้าไม้เมืองทรอย’ ชั้นดี ที่มีจุดยืนสอดคล้องกับรัสเซียในการต่อต้านเสรีนิยม สหรัฐอเมริกา และเชิดชูคุณค่าอนุรักษนิยม ควบคู่ไปกับการสร้าง

ความชอบธรรมทางอุดมการณ์ เพื่อสร้างเรื่องเล่าของการเป็นขั้วอำนาจทางเลือกที่ค้ำจุนศีลธรรมและจารีตประเพณี ซึ่งสวนทางกับสภาพแวดล้อมทางสังคมในโลกตะวันตกที่ดูเหมือนว่ากำลังจะเสื่อมทรามลง แนวคิดเหล่านี้จึงทำงานอย่างสอดประสานกันเพื่อดึงดูดกลุ่มอนุรักษนิยมและขวาจัดในยุโรปให้กลายมาเป็นพันธมิตรของรัฐบาลเครมลิน

 

เจาะลึก ‘รัฐสภายุโรป’
สมรภูมิซ่อนเร้นการต่อสู้ทางอุดมการณ์

เนื้อหาแกนกลางของหนังสือเล่มนี้จึงจะพาผู้อ่านเจาะลึกเข้าไปยังรัฐสภายุโรป ซึ่งเป็นดั่งสมรภูมิซ่อนเร้นของการต่อสู้ทางอุดมการณ์ ที่ซึ่งพรรคการเมืองขวาจัดเหล่านี้ใช้พื้นที่ของกระบวนการประชาธิปไตยในยุโรบเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อรัสเซีย หรืออย่างน้อยก็เพื่อขัดขวางการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดต่อรัสเซีย และเพื่อให้เห็นกลไกการทำงานที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

หนังสือเล่มนี้ได้นำเสนอกรณีศึกษาเปรียบเทียบระหว่างพรรค FPO ของออสเตรีย กับพรรค FN/RN ของฝรั่งเศส ซึ่งแม้ทั้ง 2 พรรคจะมีความใกล้ชิดกับรัสเซีย แต่กลับแตกต่างกันอย่างมี
นัยสำคัญ กล่าวคือ ในกรณีพรรด FPO ของออสเตรีย รัสเซีย

สามารถแทรกซึมผ่านโครงสร้างรัฐและสังคมได้อย่างเปิดเผย

เนื่องจากออสเตรียมีนโยบายเป็นกลางทางทหารและพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียสูง ขณะที่ในกรณีพรรค FN/RN ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐแกนนำของโลกตะวันตก รัสเซียกลับต้องใช้้กลไกที่ซับซ้อนกว่าผ่านตัวกลาง คลังความคิด
และที่สำคัญที่สุดคือ “การเงินและสื่อ” เพื่อสนับสนุนพรรคการเมือง โฆษณาชวนเชื่อโจมตีคู่แข่งทางการเมือง และสร้างกระแสบิดเบือนข้อมูลอย่างเป็นระบบ

การศึกษาเปรียบเทียบนี้จึงจะช่วยทำให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของรัฐบาลเครมลินในการปรับแต่งยุทธศาสตร์ให้เหมาะสมต่อการแทรกแซงและแทรกซึมเข้าสู่ระบบนิเวศทางการเมืองของแต่ละรัฐชาติในยุโรป ฉะนั้น การเติบโตของพรรคการเมืองขวาจัดในยุโรบจึงไม่ใช่เพียงผลลัพธ์ของความไม่พอใจจากประชาชน แต่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากการบรรจบกันของ ‘วิกฤตภายใน’ และ ‘บริบทจากภายนอก’

หนังสือเล่มนี้จึงเป็นความพยายามตั้งคำถามสำคัญของผู้เขียนว่า หากขบวนการอเสรีนิยมเหล่านี้ยังคงเติบโตต่อไปและสามารถกุมอำนาจในการกำหนดทิศทางของสหภาพยุโรปได้ ระเบียบโลกแบบเสรีนิยมที่เราคุ้นเคยจะล่มสลายลงหรือไม่

ติดตามทุกช่องทางของสำนักพิมพ์มติชนที่
Line : @matichonbook
Youtube : @MatichonBooks
Tiktok : @matichonbook
Twitter : @matichonbooks
Instagram : matichonbook
www.matichonbook.com14
โทร 0-2589-0020 ต่อ 3350-3360