หน้าแรก ประชาชื่น ‘ซีพีแรม’ ปลู...

‘ซีพีแรม’ ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน ปีที่ 13 ปักหมุด ป่าต้นน้ำ ปิง วัง ยม น่าน นับถอยหลัง Net Zero 2050

17.07.26 | 12:00 น.

‘ซีพีแรม’ ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน ปีที่ 13 ปักหมุด ป่าต้นน้ำ ปิง วัง ยม น่าน นับถอยหลัง Net Zero 2050

ความยั่งยืน คือ หนึ่งในคำที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ทว่า การดำเนินการให้เกิดขึ้นจริงนั้น ไม่ง่าย

ต้องอาศัยความสม่ำเสมอ เอาจริงเอาจัง อีกทั้งยุทธศาสตร์ที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จ

บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน คือองค์กรที่ไม่เคยหยุดยั้งในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว จึงเดินหน้าสานต่อกิจกรรม “ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน” #ป่าต้นน้ำปิง วัง ยม น่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการ CPRAM Green Life เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนผืนแผ่นดินไทยและสร้างสมดุลโลก โดยดำเนินการมาแล้วเป็นปีที่ 13

Advertisement

ผ่านพลังความร่วมมือของชุมชนและภาคีท้องถิ่น เพื่อเสริมความสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศและส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าสู่คนรุ่นต่อไป สนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนเครือเจริญโภคภัณฑ์ ตามกรอบการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความยั่งยืนในการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.2593 (Net Zero 2050)

13 ปี ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน CPRAM Green Life

เพิ่มพื้นที่สีเขียวบนแผ่นดินไทย

ตลอดระยะเวลา 13 ปี กิจกรรม “ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน” หนึ่งในโครงการ CPRAM Green Life เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนผืนแผ่นดินไทยและสร้างสมดุลโลก ได้สร้างผลลัพธ์เชิงประจักษ์ในหลายมิติ ทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การฟื้นฟูระบบนิเวศป่าต้นน้ำ ป่าบก และป่าชายเลน รวมถึงการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยได้ปลูกต้นไม้กว่า 66,000 ต้น บนพื้นที่รวม 288,000 ตารางเมตร และส่งมอบพันธุ์กล้าไม้ภายใต้กิจกรรม “แสนกล้าสู่แสนต้น” สะสมมากกว่า 90,000 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนผืนแผ่นดินไทย ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

อีกหนึ่งสิ่งที่โครงการให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือ สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมถึงความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายท้องถิ่น ในการร่วมเพิ่มพื้นที่สีเขียว ส่งต่อความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายปลูกต้นไม้สะสม 120,000 ต้น ภายในปี พ.ศ.2573

ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มเกษตรกรห้วยน้ำหิน

พื้นที่ต้นแบบ สะท้อนพลังชุมชนอนุรักษ์

ย้อนไปเมื่อ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา ปักหมุดเช็กอินถิ่นล้านนา มุ่งหน้า ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มเกษตรกรห้วยน้ำหิน ตำบลสถาน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

สังคม คัดเชียงแสน ปลัดจังหวัดน่าน

สังคม คัดเชียงแสน ปลัดจังหวัดน่าน เผยว่า จังหวัดน่าน มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาภายใต้แนวคิด ‘คนน่านไม่ทิ้งป่า ป่าไม่ทิ้งคนน่าน’ โดยสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สำหรับกิจกรรม ‘ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน’ หนึ่งในโครงการ CPRAM Green Life ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าวให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

“ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มเกษตรกรห้วยน้ำหินแห่งนี้ ถือเป็นพื้นที่ต้นแบบที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของชุมชนในการเรียนรู้ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาอาชีพควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาของจังหวัดน่านที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนบนพื้นฐานของการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า การปลูกต้นไม้ดังกล่าวแม้จะเป็นกิจกรรมเพียงวันเดียว แต่ผลที่เกิดขึ้นจะส่งต่อไปอีกหลายสิบปี ต้นไม้ทุกต้นจะช่วยกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูระบบนิเวศ รักษาความชุ่มชื้นของผืนป่าและช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ป่าต้นน้ำ ซึ่งเป็นมรดกอันล้ำค่าของจังหวัดน่านและของประเทศ” ปลัดจังหวัดน่านกล่าว

ณัชโชติ เหมทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด

ด้าน ณัชโชติ เหมทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด รีแคปข้อมูลสำคัญว่า กิจกรรม ‘ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน’ หนึ่งในโครงการ CPRAM Green Life ในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนผืนแผ่นดินไทยฟื้นฟูระบบนิเวศ เพิ่มการดูดซึมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสร้างสมดุลโลกซีพีแรม ผู้ผลิตอาหารพร้อมรับประทาน มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเพื่อประโยชน์ต่อสังคมไทยด้วยหลักธรรมาภิบาล อีกทั้งส่งมอบอาหารที่ดี มีคุณภาพ สู่ผู้บริโภค พร้อมทั้งการสร้างคุณค่าให้กับสังคมรอบด้าน ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญา 3 ประโยชน์ ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร

“หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ต้นไม้ที่เราช่วยกันปลูกในวันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนในพื้นที่ต่อไป ทั้งนี้ ซีพีแรมยังคงมุ่งมั่นส่งมอบความเป็นอยู่ที่ดี ผ่านการสร้างคุณค่าทางสังคมรอบด้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อความมั่นคง และความยั่งยืนสู่ชุมชน สังคมและประเทศชาติสืบไป” รองเอ็มดีแห่งซีพีแรมกล่าว

มุ่งเป้า Net Zero 2050 ย้ำปรัชญา 3 ประโยชน์

ประเทศ ประชาชน องค์กร

ขณะที่ บัญชา โชติกำจร ผู้อำนวยการสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชนฯ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญา 3 ประโยชน์ คือ ประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร

“นอกเหนือจากเป้าหมายด้านธุรกิจแล้ว เรายังมีเป้าหมายด้านความยั่งยืนควบคู่กัน โดยมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนขององค์กร ภายในปี พ.ศ.2573 (Carbon Neutral 2030) และเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ.2593 (Net Zero 2050) โดยมีเป้าหมายในการปลูกต้นไม้ควบคู่กับการดูแลรักษาต้นไม้ 20 ล้านต้น ภายในปี พ.ศ.2573 และมีเป้าหมายปลูกต้นไม้ในพื้นที่ 4 ต้นน้ำ ได้แก่ ปิง วัง ยม และน่าน จำนวน 1.4 ล้านต้น สำหรับกิจกรรม ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน หนึ่งในโครงการ CPRAM Green Life อยู่ในเป้าหมาย 20 ล้านต้น และ 1.4 ล้านต้น ของเครือเจริญโภคภัณฑ์” ผอ.ด้านความยั่งยืน เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าว

บัญชา โชติกำจร ผู้อำนวยการสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชนฯ
เครือเจริญโภคภัณฑ์

สำหรับพื้นที่ภาคเหนือ ‘ครัวซีพีแรม ลำพูน’ ถือเป็นฐานการผลิตสำคัญที่ช่วยรองรับการเติบโตของตลาดอาหารพร้อมรับประทานในภาคเหนือ พร้อมต่อยอดวัตถุดิบและอาหารท้องถิ่นสู่อาหารพร้อมรับประทาน มื้อหลักและมื้อรองในร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ สร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนในพื้นที่อย่างมั่นคง หนึ่งในบทพิสูจน์ความมุ่งมั่นดังกล่าวคือการพัฒนา ‘ข้าวซอยไก่’ เมนูอัตลักษณ์ของภาคเหนือ สู่ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานที่เข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยยังคงรักษารสชาติและเอกลักษณ์ของอาหารถิ่นดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน

สะท้อนวิสัยทัศน์ในการส่งมอบอาหารคุณภาพ เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคนอย่างเป็นรูปธรรม