‘ซีพีแรม’ ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน ปีที่ 13 ปักหมุด ป่าต้นน้ำ ปิง วัง ยม น่าน นับถอยหลัง Net Zero 2050
ความยั่งยืน คือ หนึ่งในคำที่ถูกพูดถึงบ่อยที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ทว่า การดำเนินการให้เกิดขึ้นจริงนั้น ไม่ง่าย
ต้องอาศัยความสม่ำเสมอ เอาจริงเอาจัง อีกทั้งยุทธศาสตร์ที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จ
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน คือองค์กรที่ไม่เคยหยุดยั้งในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว จึงเดินหน้าสานต่อกิจกรรม “ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน” #ป่าต้นน้ำปิง วัง ยม น่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการ CPRAM Green Life เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนผืนแผ่นดินไทยและสร้างสมดุลโลก โดยดำเนินการมาแล้วเป็นปีที่ 13
ผ่านพลังความร่วมมือของชุมชนและภาคีท้องถิ่น เพื่อเสริมความสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศและส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าสู่คนรุ่นต่อไป สนับสนุนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนเครือเจริญโภคภัณฑ์ ตามกรอบการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความยั่งยืนในการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ.2593 (Net Zero 2050)

13 ปี ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน CPRAM Green Life
เพิ่มพื้นที่สีเขียวบนแผ่นดินไทย
ตลอดระยะเวลา 13 ปี กิจกรรม “ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน” หนึ่งในโครงการ CPRAM Green Life เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนผืนแผ่นดินไทยและสร้างสมดุลโลก ได้สร้างผลลัพธ์เชิงประจักษ์ในหลายมิติ ทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การฟื้นฟูระบบนิเวศป่าต้นน้ำ ป่าบก และป่าชายเลน รวมถึงการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยได้ปลูกต้นไม้กว่า 66,000 ต้น บนพื้นที่รวม 288,000 ตารางเมตร และส่งมอบพันธุ์กล้าไม้ภายใต้กิจกรรม “แสนกล้าสู่แสนต้น” สะสมมากกว่า 90,000 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนผืนแผ่นดินไทย ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
อีกหนึ่งสิ่งที่โครงการให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือ สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน รวมถึงความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายท้องถิ่น ในการร่วมเพิ่มพื้นที่สีเขียว ส่งต่อความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายปลูกต้นไม้สะสม 120,000 ต้น ภายในปี พ.ศ.2573

ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มเกษตรกรห้วยน้ำหิน
พื้นที่ต้นแบบ สะท้อนพลังชุมชนอนุรักษ์
ย้อนไปเมื่อ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา ปักหมุดเช็กอินถิ่นล้านนา มุ่งหน้า ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มเกษตรกรห้วยน้ำหิน ตำบลสถาน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน

สังคม คัดเชียงแสน ปลัดจังหวัดน่าน เผยว่า จังหวัดน่าน มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาภายใต้แนวคิด ‘คนน่านไม่ทิ้งป่า ป่าไม่ทิ้งคนน่าน’ โดยสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน สำหรับกิจกรรม ‘ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน’ หนึ่งในโครงการ CPRAM Green Life ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าวให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
“ศูนย์การเรียนรู้กลุ่มเกษตรกรห้วยน้ำหินแห่งนี้ ถือเป็นพื้นที่ต้นแบบที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของชุมชนในการเรียนรู้ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาอาชีพควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาของจังหวัดน่านที่มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนบนพื้นฐานของการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า การปลูกต้นไม้ดังกล่าวแม้จะเป็นกิจกรรมเพียงวันเดียว แต่ผลที่เกิดขึ้นจะส่งต่อไปอีกหลายสิบปี ต้นไม้ทุกต้นจะช่วยกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูระบบนิเวศ รักษาความชุ่มชื้นของผืนป่าและช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ป่าต้นน้ำ ซึ่งเป็นมรดกอันล้ำค่าของจังหวัดน่านและของประเทศ” ปลัดจังหวัดน่านกล่าว

ด้าน ณัชโชติ เหมทอง รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด รีแคปข้อมูลสำคัญว่า กิจกรรม ‘ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน’ หนึ่งในโครงการ CPRAM Green Life ในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนผืนแผ่นดินไทยฟื้นฟูระบบนิเวศ เพิ่มการดูดซึมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสร้างสมดุลโลกซีพีแรม ผู้ผลิตอาหารพร้อมรับประทาน มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเพื่อประโยชน์ต่อสังคมไทยด้วยหลักธรรมาภิบาล อีกทั้งส่งมอบอาหารที่ดี มีคุณภาพ สู่ผู้บริโภค พร้อมทั้งการสร้างคุณค่าให้กับสังคมรอบด้าน ซึ่งสอดคล้องกับปรัชญา 3 ประโยชน์ ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มุ่งสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร
“หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ต้นไม้ที่เราช่วยกันปลูกในวันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนในพื้นที่ต่อไป ทั้งนี้ ซีพีแรมยังคงมุ่งมั่นส่งมอบความเป็นอยู่ที่ดี ผ่านการสร้างคุณค่าทางสังคมรอบด้านอย่างต่อเนื่อง เพื่อความมั่นคง และความยั่งยืนสู่ชุมชน สังคมและประเทศชาติสืบไป” รองเอ็มดีแห่งซีพีแรมกล่าว

มุ่งเป้า Net Zero 2050 ย้ำปรัชญา 3 ประโยชน์
ประเทศ ประชาชน องค์กร
ขณะที่ บัญชา โชติกำจร ผู้อำนวยการสำนักงานด้านความยั่งยืนและพัฒนาชุมชนฯ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญา 3 ประโยชน์ คือ ประโยชน์แก่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร
“นอกเหนือจากเป้าหมายด้านธุรกิจแล้ว เรายังมีเป้าหมายด้านความยั่งยืนควบคู่กัน โดยมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนขององค์กร ภายในปี พ.ศ.2573 (Carbon Neutral 2030) และเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ.2593 (Net Zero 2050) โดยมีเป้าหมายในการปลูกต้นไม้ควบคู่กับการดูแลรักษาต้นไม้ 20 ล้านต้น ภายในปี พ.ศ.2573 และมีเป้าหมายปลูกต้นไม้ในพื้นที่ 4 ต้นน้ำ ได้แก่ ปิง วัง ยม และน่าน จำนวน 1.4 ล้านต้น สำหรับกิจกรรม ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน หนึ่งในโครงการ CPRAM Green Life อยู่ในเป้าหมาย 20 ล้านต้น และ 1.4 ล้านต้น ของเครือเจริญโภคภัณฑ์” ผอ.ด้านความยั่งยืน เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าว

เครือเจริญโภคภัณฑ์
สำหรับพื้นที่ภาคเหนือ ‘ครัวซีพีแรม ลำพูน’ ถือเป็นฐานการผลิตสำคัญที่ช่วยรองรับการเติบโตของตลาดอาหารพร้อมรับประทานในภาคเหนือ พร้อมต่อยอดวัตถุดิบและอาหารท้องถิ่นสู่อาหารพร้อมรับประทาน มื้อหลักและมื้อรองในร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ สร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนในพื้นที่อย่างมั่นคง หนึ่งในบทพิสูจน์ความมุ่งมั่นดังกล่าวคือการพัฒนา ‘ข้าวซอยไก่’ เมนูอัตลักษณ์ของภาคเหนือ สู่ผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานที่เข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยยังคงรักษารสชาติและเอกลักษณ์ของอาหารถิ่นดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน
สะท้อนวิสัยทัศน์ในการส่งมอบอาหารคุณภาพ เพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับทุกคนอย่างเป็นรูปธรรม

