‘ก็คงต้องบู๊กันไป’
ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย
ประธานสภา กทม.หญิงคนแรก ชูธงโปร่งใส เปิดเวที Hack งบกรุงเทพฯ
ไม่พลิกความคาดหมาย
ไม่มีคำว่าเซอร์ไพรส์ หากไม่นับการที่พรรคประชาธิปัตย์ ส่ง วิรัช คงคาเขตร ส.ก.บางกอกใหญ่หลายสมัย ชิงเก้าอี้ประธานสภา กทม.คนที่ 26 ของสภากรุงเทพมหานครชุดที่ 14 โดยเจ้าตัวระบุว่าตนเอง ‘ไม่มีวิสัยทัศน์’ แต่มั่นใจว่า ‘เป็นหัวหน้าห้องที่ดี’
สุดท้าย เหล่าสมาชิกส่วนใหญ่ของสภากรุงเทพมหานคร ไม่เลือกหัวหน้าห้อง แต่มีมติเอกฉันท์ โหวตให้ ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย หรือเนอส ส.ก.บางซื่อสมัยที่ 2 พรรคประชาชน ดำรงตำแหน่งประธานสภากรุงเทพมหานครคนล่าสุด และคนแรกในประวัติศาสตร์ที่มีคำนำหน้าว่า ‘นางสาว’ เนื่องด้วยตลอด 53 ปีของสภาแห่งนี้ ผู้ได้รับเกียรตินั่งเก้าอี้ประธาน ไม่ว่าจะมาจากการ ‘แต่งตั้ง’ หรือ ‘เลือกตั้ง’ ก็ล้วนเป็นชาย
39 เสียง คือคะแนนที่ได้ โดยมากกว่าที่เคยมีการนับนิ้วรวมเสียงไว้ที่ 37
ขณะที่วิรัช หัวหน้าห้อง ได้เลขมงคลไป 7 เสียง
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) ในการประชุมสภา กทม.นัดแรก โดยมีชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียง หลังจาก อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานเปิดประชุมครั้งปฐมฤกษ์ เมื่อ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา
เพียงนัดแรก ก็วุ่น! เมื่อเกิดการถกเถียงหนัก ว่าจะโหวตกันอย่างไร จากที่ เมธาวี ธารดำรงค์ ส.ก.เขตปทุมวัน ในฐานะประธานสภา กทม.ชั่วคราว ระบุว่าจะเป็นการ ‘โหวตลับ’ เขียนชื่อใส่ซอง เอาซองใส่หีบ แล้วนับคะแนน
ส่งผลให้ ส.ก.หลายรายลุกขึ้นคอมเมนต์อย่างเข้มข้น อาทิ อำนาจ ปานเผือก ส.ก.เขตบางแค กล่าวว่า การลงมติมี 2 วิธี คือ 1.ลงคะแนนโดยเปิดเผย 2.ออกเสียงด้วยการลงคะแนนลับ โดยเสนอที่ประชุมให้ใช้ตามข้อบังคับที่ 72 การออกเสียงลงคะแนนเปิดเผย โดยใช้เครื่องออกเสียงในการลงคะแนน
อย่างไรก็ตาม นภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย แสดงความเห็นว่า การลงคะแนนเลือกประธานสภา กทม. ต้องใช้ ‘ข้อ 7’ ตามข้อบังคับเท่านั้น คือ ‘ลงคะแนนลับ’ อย่างเดียว
ด้าน สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น ส.ก.เขตลาดกระบัง มาด้วยอุณหภูมิร้อนแรง โดยมองว่าเป็นปัญหาเรื่อง ‘การตีความ’ ขอให้เพื่อนสมาชิกพิจารณาบทสุดท้าย หมวดที่ 12 ข้อ 126 หน้า 53 ว่า ถ้ามีปัญหาต้องตีความข้อบังคับ ให้เป็นอำนาจของสภาที่จะวินิจฉัย การลงมติต้องมีคะแนนเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่อยู่ในที่ประชุม เมื่อที่ประชุมลงมติวินิจฉัยให้เป็นประการใดแล้ว ให้ถือว่าคำวินิจฉัยนั้นเป็นที่สิ้นสุด
ต่อมามี ส.ก.หลายรายร่วมแสดงความเห็นอีกครั้ง อาทิ ฉัตรชัย หมอดี ส.ก.เขตบางนา กล่าวว่า การใช้วิธีกดปุ่ม ไวกว่า ขอให้ฝ่ายกฎหมายของสภา กทม.ชี้
จากนั้น ประธานชั่วคราวได้ขอให้ฝ่ายกฎหมายตีความ ขณะที่ สมชาย เวสารัชตระกูล ส.ก.เขตสายไหม ไม่เห็นด้วยกับการที่ต้องตีความ แต่แนะให้เป็นไปตามระเบียบ
ทำเอา ดร.จอห์น ลุกขึ้นกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เริ่มสมัยแรกก็ชุลมุนแล้ว”
ตัดฉากมายังบทสรุปว่า ใช้วิธี ‘ยกมือ’ โหวต
ก่อนที่ผลออกมาอย่างที่รู้กล่าวไปข้างต้น แล้วให้ประธานสภา กทม.คนล่าสุด เลือกรองประธานสภา ไม่เกิน 2 ราย
ได้ชื่อ เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย ส.ก.บึงกุ่ม กลุ่มคนทำงาน เป็นรองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 1
ดร.นริสสร แสงแก้ว ส.ก.บางเขน สังกัดอิสระ เป็นรองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 2
โดยการประชุมครั้งต่อไปจะมีขึ้นในวันพุธที่ 22 กรกฎาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป เพื่อพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 วงเงินกว่า 9.3 หมื่นล้านบาท
ก่อนจะถึงวันนั้น มาย้อนฟังวิสัยทัศน์ของประธานสภา กทม.คนใหม่ และ 2 รองประธาน พร้อมลุยดำเนินการในวาระดำรงตำแหน่ง 2 ปี
ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย
ประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 26
ส.ก.บางซื่อ
“จากที่ได้แถลงไปก่อนที่จะได้มีการโหวต ตัววาระที่จะขับเคลื่อน คือเรื่อง สภาโปร่งใส และสภาที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งมีทั้งหมด 4 ประเด็น ดิฉันในฐานะตัวแทนพ่อแม่พี่น้องเขตบางซื่อ ได้มีการแถลงไปก่อนหน้านี้แล้วในเรื่องของ สภาโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยหลักๆ มี 4 เรื่อง
อันดับแรก คือ เปิดให้มีการถ่ายทอดสด โดยการแก้ข้อบังคับในที่ประชุม ถ่ายทอดสดการประชุมทั้งคณะสามัญและวิสามัญทั้งหมด ซึ่งในการถ่ายทอดสด ถ้าหากว่ามีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง หรือต้องอ้างอิงถึงบุคคลที่ 3 หรือบริษัทที่มีความสุ่มเสี่ยงก็สามารถปิดการถ่ายทอดสดได้
เรื่องที่ 2 คือ เรื่องการเปิดเผยการลงมติของสมาชิกสภา กทม.ที่ปัจจุบันยังคงต้องให้ประธานสภา กทม.เป็นผู้อนุมัติอยู่ ให้เปิดเผยโดยอัตโนมัติเหมือนกับสภาใหญ่
เรื่องที่ 3 การเปิดเผยสถิติการเข้าประชุมของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เพื่อความโปร่งใสและให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบถึงการทำงานของสมาชิกทุกท่าน
เรื่องที่ 4 การสนับสนุนการทำงานของสมาชิก เพื่อให้ ส.ก.ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการผลักดันให้มีการตั้งสำนักงานวิชาการและงบประมาณของสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งจะไปสนับสนุนการไปวิเคราะห์งบประมาณ และเรื่องการสนับสนุนข้อมูลสำหรับการทำร่างข้อบัญญัติต่างๆ
ประธานสภากรุงเทพมหานครจะทําให้สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ทั้ง 50 เขตปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ควบคู่กับหน่วยงานราชการกรุงเทพมหานคร ดิฉันว่าเป็นสิทธิของเพื่อนสมาชิก แต่ช่องทางและระบบต่างๆ ได้เสนอไปแล้ว อยู่ใน 4 ข้อข้างต้น
เรื่องนี้ทั้ง 4 ข้อ เราก็มีไทม์ไลน์ ไว้แล้วว่าจะพยายามผลักดันให้ได้ภายในเดือนธันวาคมปี 2569 แต่ในวาระของการพิจารณางบประมาณที่กำลังจะมาถึงในปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ทางดิฉันเองพยายามที่จะผลักดันกับเพื่อนสมาชิก ให้มีการไลฟ์สดในการประชุมพิจารณางบประมาณในครั้งนี้ให้ได้
สำหรับประเด็นจะทำให้กรุงเทพมหานครที่มีความหลากหลายให้เป็นของทุกคน สิ่งที่เราควรทำมากขึ้น คือการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เสนอเรื่องงบประมาณต่างๆ
จากเดิมที่เรามีงาน Hack งบกรุงเทพฯ คิดว่าการที่เราจะ Hack งบกรุงเทพฯเป็นของสภา กทม.ไปเลย จะทำให้ประชาชนเข้าใจในเรื่องงบประมาณไปพร้อมๆ กัน และพี่น้องประชาชนก็จะได้ช่วยกันตรวจสอบไปกับเรา รวมถึงสามารถเสนอแนะได้ว่า หลังจากนี้ควรจะใช้งบประมาณไปในทิศทางไหน
การที่พี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม จะต้องทําสภา กทม.แห่งนี้ให้เป็นสภาที่รองรับคนรุ่นใหม่ โดยใช้ประสบการณ์ความเก๋าของคนรุ่นเก่ามาผสมผสานกัน
ในส่วนการทำงานร่วมกับรองประธานสภา กทม.ทั้ง 2 ท่าน ในการแบ่งงานมีการพูดคุยกันคร่าวๆ คาดว่าไม่มีปัญหา สามารถทำงานร่วมกันได้ และส่วนตัวคิดว่าจะสามารถประสานงานกับเพื่อนสมาชิกได้อย่างเป็นอย่างดี
คิดว่าไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นประธานสภา ก็จะมีความกดดัน หรือต่อให้เป็นท่านรองทั้ง 2 ท่าน ก็น่าจะมีความกดดันเช่นเดียวกัน คงต้องบู๊กันไป
(การรักษาเสียงสนับสนุน) เป็นการบริหารจัดการความสัมพันธ์ เพราะไม่ว่าอย่างไร การทํางานในสภา กทม. ต้องร่วมกันกับเพื่อนสมาชิก คิดว่าไม่ได้เป็นกังวล ค่อยๆ ทําไป
ทั้งนี้ ต้องฝากพี่ๆ สื่อมวลชนทุกท่าน ช่วยสนใจสภา กทม. เพราะงบประมาณเยอะมาก ปีนี้เห็นว่ามีเพิ่มขึ้นมาอีกหลายพันล้าน ฝากติดตามพวกเราด้วย ต้องยอมรับว่าเป็นหน้าที่ของสภากรุงเทพมหานคร และเพื่อนสมาชิกทุกท่านด้วย ที่ต้องช่วยกันผลักดันให้พี่น้องประชาชนรับทราบถึงการทำงานของพวกเรา เพื่อให้การทำงานของพวกเรามีน้ำหนัก แต่ในจุดนี้เราดีใจที่ได้ ส.ส.หลายๆ ท่านเข้ามาช่วยประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนเข้าใจและเห็นถึงความสำคัญของงบกรุงเทพมหานคร
สภากรุงเทพมหานครภายใต้การนําของพวกเรา 3 คน จะมีการประชาสัมพันธ์มากขึ้น
สำหรับการทำงานร่วมกับฝ่ายบริหาร คิดว่าเราตรงไปตรงมาเหมือนเดิม ตรงไหนที่สนับสนุนกันได้และเป็นเหตุเป็นผล เราก็สนับสนุนกัน ตรงไหนที่เราจําเป็นจะต้องตรวจสอบ เราก็จะตรวจสอบอย่างเข้มข้น ไม่ได้มีอะไรที่เปลี่ยนไปจาก 4 ปีก่อน”
เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย
รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 1
ส.ก.บึงกุ่ม กลุ่มคนทำงาน
“พวกเราทั้ง 3 คน ประธาน และรองประธาน พร้อมผลักดัน เพื่อแก้ไขปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชน พร้อมเปิดพื้นที่ประชาชนได้มีส่วนร่วมตรวจสอบงบประมาณและการทำหน้าที่ของสภากรุงเทพมหานคร เช่น การออกข้อบัญญัติ การตรวจสอบการทำงานและการใช้งบประมาณของฝ่ายบริหาร โดยพวกเราจะทำงานโดยยึดประชาชนเป็นที่ตั้ง”
ดร.นริสสร แสงแก้ว
รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 2
ส.ก.บางเขน สังกัดอิสระ
“ผมจะตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ มีคุณภาพเพื่อขับเคลื่อน กทม.ร่วมกันกับเพื่อนสมาชิกทั้ง 50 คน 50 เขต เพื่อพัฒนากรุงเทพมหานครต่อไป
เราจะขับเคลื่อนให้กรุงเทพมหานครโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ คุ้มค่าแก่ภาษีของประชาชน ตามแนวทางของประธานและเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร”
ทีมข่าวเฉพาะกิจ

