หน้าแรก ประชาชื่น สถาบันโพธิคยา...

สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ปั้นเยาวชนไทยสู่เวทีโลก หนุนพลังแห่ง ‘ธรรม(ะ)ชาติ’ สารคดีและการอนุรักษ์

27.07.26 | 11:07 น.

สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980
ปั้นเยาวชนไทยสู่เวทีโลก
หนุนพลังแห่ง ‘ธรรม(ะ)ชาติ’ สารคดีและการอนุรักษ์

เมื่อพูดถึง สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 (BGVI) สังคมไทยย่อมนึกถึงผลงานด้านการเผยแผ่พุทธศาสนา แต่วันนี้สถาบันโพธิคยาฯ ได้นำเสนออีกบทบาทที่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าสถาบันให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมอย่างมาก โดยมองว่า ‘ธรรมะ’ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของศาสนา หากยังเชื่อมโยงกับ ‘ธรรมชาติ’ เพราะธรรมะ คือ รากฐานของจิตสำนึก ขณะที่ ธรรมชาติ คือรากฐานของการดำรงชีวิตของมนุษย์

เมื่อผู้คนมีจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นและสิ่งแวดล้อม ย่อมจะนำไปสู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งกำลังเป็นประเด็นสำคัญของประชาคมโลก การสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากการปลูกฝังยุวชน ผู้เป็นกำลังสำคัญของอนาคต มากกว่าการรอให้คนในวัยปัจฉิมวัยเป็นผู้ขับเคลื่อนเพียงฝ่ายเดียว

สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 (BGVI) ร่วมกับมูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม (ESF Thailand) ได้ขับเคลื่อนการพัฒนาเยาวชนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างต่อเนื่อง ผ่านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างผู้นำรุ่นใหม่ ตลอดจนการเรียนรู้ผ่านการผลิตภาพยนตร์สารคดีและสื่อสร้างสรรค์เพื่อสังคม

จนนำมาสู่โครงการ ‘Youth Wildlife Guardians’ ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้การวิจัย การผลิตสารคดี และการสื่อสารสาธารณะจากการลงมือปฏิบัติจริง จนสามารถสร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ และได้รับเกียรติเป็นผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุมระดับนานาชาติ ณ สำนักงานสหประชาชาติ นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์

Advertisement

โดยคณะเยาวชนผู้แทนประเทศไทย 8 คน ประกอบด้วย ณริดา จรณะจิตต์, ธรัช ธนพีรศุ, ปริน อุทัยแสงชัย, ธนดล เชื้อชูวงศ์, ญาดา รุจนเวชช์, ญาตา ชูสกุลธนะชัย, หทัยศธร เอกรังษี, ณวริน จรณะจิตต์ โดยนำเสนอภาพยนตร์สารคดีที่ผลิตในประเทศไทยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับผู้แทนสหประชาชาติ นักวิชาการและผู้แทนจากหลายประเทศ โดยมีการแถลงผลความสำเร็จของคณะเยาวชนไทย ที่ห้องประชุมชั้น 6 บริษัทไทยนครพัฒนา ถนนงามวงศ์วาน จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ในการนี้ ผู้บริหารสถาบันโพธิคยาฯเข้าร่วม อาทิ ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980, ดร.อภัย จันทนจุลกะ รองประธาน, นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะรองเลขาธิการสถาบัน, ดร.วีณา อุปัทยา ผู้ช่วยเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ สถาบันโพธิคยาฯ, ดร.อลงกต ชูแก้ว ผอ.มูลนิธิสิ่งแวดล้อมและสังคมและผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ เป็นต้น

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมุ่งปลูกฝังให้เยาวชนเป็น ผู้พิทักษ์ธรรมชาติ ทำหน้าที่ดูแลและรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อม ขณะที่การผลิตภาพยนตร์สารคดีเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารเรื่องราวของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้สังคมรับรู้ พร้อมสร้างความตระหนักว่าทุกคนต่างมีหน้าที่ร่วมกันในการค้ำจุนโลกเพื่อความยั่งยืนของทุกสรรพสิ่ง

หน้าที่มนุษย์ ค้ำจุนสมดุลโลก
ปลุกจิตสำนึกผู้พิทักษ์ เพื่อธรรมชาติที่ยั่งยืน

ดร.วีณา อุปัทยา ผู้ช่วยเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ สถาบันโพธิคยาฯ เอ่ยถึงแนวคิดการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 (BGVI) และมูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมและสังคม (ESF Thailand) ว่ามีรากฐานมาจาก ธรรมะ ซึ่งไม่ได้หมายถึงหลักคำสอนทางศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายถึงหน้าที่ของมนุษย์ในการค้ำจุนและรักษาสมดุลของโลก

ดร.สุภชัย วีระภุชงค์ แสดงความยินดีกับ 5 เยาวชนไทย ที่เข้าร่วมประชุมระดับโลกที่ UN นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์

“คำว่า ‘ธรรมะ’ ในภาษาสันสกฤตและภาษาบาลี มีความหมายเดียวกัน คือ การค้ำจุนโลก และในความหมายเชิงรากศัพท์ หมายถึงหน้าที่ของมนุษย์ในการปกป้องและรักษาสมดุลของธรรมชาติ ไม่ใช่การอ้างความเป็นเจ้าของหรือครอบครองทรัพยากรทั้งหมด” ดร.วีณากล่าว

ด้าน ดร.อลงกต ชูแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิสิ่งแวดล้อมและสังคมและผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ กล่าวว่า ภาพยนตร์ที่นำมาฉายในงานนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลงานทั้งหมดกว่า 56 เรื่องที่เยาวชนร่วมกันสร้างสรรค์ โดยยังมีสารคดีอีกหลายเรื่องที่สะท้อนความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย อาทิ เรื่องพะยูน ฟอสซิลที่บอกเล่าประวัติศาสตร์สิ่งมีชีวิต เรื่องนกกระเรียนพันธุ์ไทยซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของชาวบุรีรัมย์ การติดตามนกเงือกหัวแรดในผืนป่าฮาลา-บาลา สารคดีม้าน้ำขนาดเล็กที่ชี้ให้เห็นว่าทุกชีวิตล้วนมีความสำคัญต่อระบบนิเวศ รวมถึงผลงานของเยาวชนวัย 10 ปี ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของปลาไหลมอเรย์กับบทบาทในการรักษาแนวปะการัง โดยมีเยาวชนในโครงการทั้งหมดประมาณ 40 คน

“นอกจากการสร้างเยาวชนแล้ว BGVI และ ESF ยังขยายความร่วมมือสู่ภาคธุรกิจ โดยสนับสนุนการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ได้ 14 จาก 17 เป้าหมาย พร้อมเชิญองค์กรและบริษัทที่มีธรรมาภิบาลและผลงานด้านความยั่งยืนมาร่วมแลกเปลี่ยนและเตรียมนำเสนอผลงานบนเวทีสหประชาชาติ เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นต้นแบบด้านความยั่งยืนในระดับโลก เราต้องการต่อยอดจากการสร้างเยาวชนผู้พิทักษ์ธรรมชาติ ไปสู่การสร้างเครือข่ายองค์กรต้นแบบด้านความยั่งยืน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน” ดร.อลงกตกล่าว

บทเรียนจาก ‘มาเรียม’
สู่การเป็นกระบอกเสียงให้ผู้ไร้เสียง

ณริดา จรณะจิตต์ หรือแคลร์ เด็กสาววัย 17 ปี โรงเรียนอินเตอร์ อย่าง ‘บางกอกพัฒนา’ (Bangkok Patana School) ในฐานะ Youth Project Leader ของ ESF ด้านสัตว์ทะเลใกล้สูญพันธุ์ เผยว่า ทุ่มเทชีวิตให้กับสิ่งที่ค้นพบและหลงใหลใต้ทะเลมาโดยตลอด ไม่เพียงในฐานะนักดำน้ำหรือนักอนุรักษ์ แต่ยังทำหน้าที่เป็นนักเล่าเรื่อง เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและสร้างความตระหนักเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล

จุดเริ่มต้นของณริดา เกิดขึ้นเมื่อได้เข้าค่ายทางทะเลครั้งแรก และได้พบกับ ‘มาเรียม’ พะยูนที่พลัดหลง จนกลายเป็นสัญลักษณ์การอนุรักษ์ทะเลไทย ก่อนเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนที่มีขยะพลาสติกในทางเดินอาหารเป็นหนึ่งในสาเหตุ

สร้างประสบการณ์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้กับนักเรียนไทย ผ่าน VR

การได้พบมาเรียมสร้างแรงบันดาลใจให้เขียนหนังสือสำหรับเด็กเรื่อง ‘Mariam the Lost Dugong’ โดยนำรายได้จากหนังสือไปบริจาคให้มูลนิธิที่ดูแลสัตว์ทะเลในภาคใต้ของประเทศไทย ประสบการณ์นั้นทำให้ณริดาตระหนักว่า แม้จะเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงและสร้างผลกระทบเชิงบวกให้เกิดขึ้นได้

หลังจากนั้น ได้ผลิตสารคดี 2 เรื่อง ได้แก่ Giants of the Deep: The Whale Shark Story และ Beyond the Surface: The Whale Shark Chronicles โดยลงพื้นที่พูดคุยกับคนในท้องถิ่นและเป็นกระบอกเสียงให้กับผู้ที่ไม่มีโอกาสส่งเสียง รวมถึงทำโครงการฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่บลูคาร์บอนที่มีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อมของโลก

ณริดาเชื่อว่าสิ่งแวดล้อมเป็นรากฐานสำคัญที่เชื่อมโยงกับปัจจัยอื่นๆ ทั้งสันติภาพและสิทธิมนุษยชน โดยประเด็นเหล่านี้ล้วนมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน และความสมดุลรวมถึงสันติภาพควรเริ่มต้นจากภายในตัวเราเอง สิ่งที่เราเลือกจะยึดถือและปฏิบัติในชีวิต ย่อมส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและผลกระทบที่เราสร้างขึ้นต่อโลก

นอกจากนี้ ยังมองว่าหากมนุษย์สามารถค้นหาความสมดุลภายในตนเอง ผ่านหลักธรรมและพุทธศาสนาได้ ก็จะสามารถนำไปสู่การสร้างสมดุลให้กับความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้เช่นกัน

ก้าวแรกวัย 4 ขวบ
ภารกิจรักษาฉลามเสือดาว

ธนดล เชื้อชูวงศ์ อายุ 15 ปี จาก Brighton College International School Bangkok เผยถึงจุดเริ่มต้นของตนเองว่า เริ่มเมื่อตอน 4 ขวบ ตอนที่ได้เข้าค่ายธรรมชาติครั้งแรกกับ ดร.อลงกต ชูแก้ว ผอ.มูลนิธิสิ่งแวดล้อมและสังคมและผู้ช่วยเลขาธิการสถาบันโพธิคยาฯ ถึงค่ายนั้นจะไม่ได้สะดวกสบาย เพราะแทบไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่ค่ายนั้นกลับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ก้าวเข้าสู่เส้นทางของการเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติ

ธนดลหลงใหลในท้องทะเลตั้งแต่เด็ก และ ดร.อลงกตก็คอยสนับสนุนความฝันนั้นมาโดยตลอด จนได้เรียนดำน้ำสกูบา เรียนการถ่ายภาพใต้น้ำ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการสร้างภาพยนตร์สารคดี

โดยสารคดีเรื่องแรกของธนดลเกี่ยวกับฉลามเสือดาว (Leopard Shark) ชื่อเรื่องว่า The Charming Leopard Shark ที่กวาดรางวัลมาได้กว่า 22 รางวัล โดยเผยว่าฉลามเสือดาวเป็นสัตว์ที่น่าหลงใหล มันนอนนิ่งอยู่บนพื้นทะเล ดูสงบและไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบตัว

แต่ตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จำนวนประชากรของฉลามเสือดาวกลับลดลงอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ ธนดลจึงสร้างสารคดีเรื่องนี้ขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักให้ผู้คนเห็นถึงความสำคัญของฉลามเสือดาวต่อความหลากหลายทางชีวภาพของมหาสมุทร และไม่ใช่เพียงฉลามเสือดาวเท่านั้น แต่รวมถึงสัตว์ทุกชนิด ทั้งในทะเลและบนบก

ธนดลหวังว่าตัวเองจะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างการเปลี่ยนแปลง และหวังว่าพวกเราทุกคนที่อยู่ในที่นี้จะร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงเช่นกัน รวมทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนคนอื่นๆ ลุกขึ้นมาปกป้องธรรมชาติ และร่วมกันพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าสิ่งแวดล้อมมีคุณค่ามากเพียงใด และสมควรได้รับการปกป้องจากพวกเราทุกคน

นักบันทึกเรื่องราวของม้าน้ำ
เพราะตัวเลขสร้างความรู้สึกไม่ได้เท่าของจริง

ธรัช ธนพีรศุ อายุ 16 ปี จาก International Community School (ICS) เผยจุดเริ่มต้นว่า หลายปีก่อนได้เริ่มศึกษาวิจัย และบันทึกเรื่องราวของม้าน้ำหางเสือ (Tiger Tail Seahorse) ซึ่งกำลังเข้าใกล้ภาวะสูญพันธุ์ แต่กลับมีคนจำนวนน้อยที่รับรู้ถึงปัญหานี้

ธรัชเล่าว่า มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ Youth Wildlife Guardian Program ของ ESF Thailand และได้เป็นหนึ่งในสมาชิกของโครงการ ตอนแรกธรัชคิดว่าจะได้นั่งค้นคว้าข้อมูลอยู่ในห้องเพียงอย่างเดียว แต่ความเป็นจริงกลับได้รับโอกาสลงพื้นที่ที่จังหวัดกระบี่ เพื่อไปศึกษาเกี่ยวกับม้าน้ำตัวเป็นๆ ด้วยตาตนเอง

ซึ่งจากการดำน้ำ สำรวจ และบันทึกข้อมูล พบม้าน้ำเพียง 4 ตัว เท่านั้น ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยมาก การได้เห็นสถานการณ์จริงกับตาทำให้ได้ตระหนักถึงวิกฤตที่พวกมันกำลังเผชิญ และเป็นแรงผลักดันให้สร้างสารคดีเรื่อง Time and the Vanishing เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวให้ผู้คนได้รับรู้ในวงกว้าง

พร้อมทั้งนำเรือหางยาวขึ้นมาตั้งริมถนน และจัดนิทรรศการภาพถ่ายจากการดำน้ำกว่า 20 ภาพ เพื่อให้ผู้คนที่สัญจรไปมาได้แวะชม เพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้กว้างขวางมากขึ้น

ธรัชเผยว่า แนวคิดคือ แค่ตัวเลขบนหน้ากระดาษอาจไม่สามารถสร้างความรู้สึกได้มาก เท่าการได้เห็นเรื่องราวที่แท้จริง และเมื่อหันไปมองทะเลที่อยู่ตรงหน้า พวกเขาอาจเริ่มเปลี่ยนมุมมองและตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์

จุดเริ่มต้นจาก 136 ชีวิต
สันติภาพคือสมดุลของธรรมชาติและมนุษย์

ด้าน ปริน อุทัยแสงชัย อายุ 15 ปี จาก NIST International School เผยว่า การได้ทำงานอย่างใกล้ชิดธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติในจังหวัดพังงา แหล่งที่อยู่สุดท้ายของเต่ามะเฟือง และมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูถิ่นอาศัยของเต่ามะเฟือง ทำให้ได้เห็นผลกระทบที่แท้จริงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น

ทั้งคลื่นทะเลที่ท่วมรังเต่า และการตายของแม่เต่ามะเฟือง ที่หาดท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ซึ่งเสียชีวิตจากการติดอวนและสายประมง เมื่อทีมสัตวแพทย์ผ่าชันสูตร พบว่าในท้องมีไข่เต่ามะเฟืองอยู่ถึง 136 ฟอง ซึ่งไม่เคยมีโอกาสได้ฟักเป็นตัว มันสะท้อนให้เห็นถึงจุดตัดระหว่างกิจกรรมของมนุษย์กับวิกฤตการล่มสลายของระบบนิเวศ ตอกย้ำถึงความเร่งด่วนที่มนุษย์ต้องลุกขึ้นมาปกป้องธรรมชาติ

ปรินเผยอีกว่า การทำภาพยนตร์สารคดี เรื่อง The Story of the Leatherback และ Sanctuary of the Leatherback ทำให้ได้เรียนรู้ว่าเรายังสามารถร่วมกันสร้างแนวทางใหม่ๆ ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม

“เมื่อพวกเรานั่งอยู่ในห้องเช่นนี้ เรามักจะคิดว่าคำว่า ‘สันติภาพ’ หมายถึงการปราศจากความขัดแย้งของมนุษย์ การปราศจากสงคราม แต่ในวันนั้นเมื่อผมยืนอยู่บนหาดทรายที่จังหวัดพังงา ผมได้ตระหนักว่าสันติภาพจะต้องถูกนิยามขึ้นมาใหม่ มันไม่อาจคงอยู่ได้โดยปราศจากความสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ” คือคำตอบด้วยความมุ่งมั่นจากเยาวชนที่รักในเต่ามะเฟือง

สร้างนักอนุรักษ์ ผ่านเทคโนโลยี
VR เพื่อสิ่งแวดล้อม

เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ญาดา รุจนเวชช์ อายุ 15 ปี จาก Hotchkiss School นำเสนอผลการศึกษาที่ใช้เทคโนโลยีสร้างโลกเสมือนจริง (Virtual Reality: VR) เป็นเครื่องมือสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมและส่งเสริมการอนุรักษ์ในกลุ่มนักเรียนไทย

โดยโครงการมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ เพื่อระบุปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมทางอารมณ์ของนักเรียน เพื่อประเมินประสิทธิภาพของเทคโนโลยี VR ในการจัดการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม และเพื่อพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ด้วย VR ที่สามารถขยายผลไปใช้ได้ในวงกว้าง โดยมีนักเรียนกว่า 1,200 คน ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 2 จากหลายภูมิภาคทั่วประเทศไทยเข้าร่วมการศึกษา โดยเรียนรู้ประสบการณ์ผ่าน VR 3 หัวข้อ ได้แก่ การอนุรักษ์สัตว์ใกล้สูญพันธุ์, การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, ระบบอาหารที่ยั่งยืน และในระบบ VR ยังได้นำภาพยนตร์และสารคดีที่จัดทำไว้มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การเรียนรู้

หลังจากจบกิจกรรม มีการเก็บข้อมูลทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยผลการศึกษาพบว่า นักเรียนมีความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น มีทัศนคติเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้สูง แต่สิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน คือ การบูรณาการกับหลักสูตร การเสริมศักยภาพครู การเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม และการปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้โครงการเหล่านี้ก้าวข้ามการเป็นเพียงโครงการเฉพาะกิจ ไปสู่การนำไปใช้ในระดับที่กว้างขึ้น

ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดจะเกิดขึ้นเมื่อประสบการณ์อันสมจริงได้รับการเสริมด้วยการชี้แนะ การอภิปรายและการเรียนรู้ร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อทั้งสองสิ่งทำงานร่วมกัน เราจะสามารถสร้างพลังให้คนรุ่นใหม่ร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นได้

กัญญารัตน์ รักษ์แพทย์
พรหมพร เจริญกิจชัชวาล

///////////////

“นอกจากความฝันในการเป็นศูนย์รากเทียนแห่งธรรมแห่งแรกของโลก หรือเป็นศูนย์กลางในการเผยแผ่ธรรมะออกไปทั่วโลก เรายังให้สําคัญกับเยาวชนอย่างมาก

วันนี้ผมคิดว่าเราต้องใช้ระบบที่เรียกว่า แซนด์วิช คือต้องสร้างฐานราก เยาวชนที่มีอายุตั้งแต่ 10 ขวบขึ้นมา เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลง เยาวชนรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกได้เร็วมาก

น้องๆ ที่ยืนอยู่ตรงนี้ ได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับแผ่นดินไทยในการไปนำเสนอผลงานต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคมในเวทีสหประชาชาติ จึงอยากจะฝากความหวังไว้กับน้องๆ ทุกคน

วันนี้กระแสโลกเกิดขึ้น อย่าง เนเน่ (รัตติกานต์ อำลอย) ซึ่งไปออกรายการ America’s got talent

“น้องๆ ที่อยู่ตรงนี้ก็ไม่ได้เป็นรอง เรามีทาเลนต์ในแง่ของการรักโลกสิ่งแวดล้อม และสําคัญคือต้องมีธรรมะอยู่ในใจ เพราะธรรมะเท่านั้นที่จะนําพาพวกเราไปสู่ความสําเร็จทั้งทางโลกและทางธรรมต่อไป”

ดร.สุภชัย วีระภุชงค์
เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980