แท็งก์ความคิด : เติบโต-เบ่งบาน
เป็นอีกงานที่ไปร่วมแล้วมีความสุข
งาน Mahidol Alumni Orchestra Charity Concert 2026 ที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล
คอนเสิร์ตนี้บรรเลงโดยศิษย์เก่าวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนให้กับศิษย์ปัจจุบัน
งานนี้ ดร.ปิยวัฒน์ หลุยลาภประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล คนปัจจุบัน
เห็นด้วยและขับเคลื่อนเต็มที่
ดร.ปิยวัฒน์ เป็นศิษย์เก่าของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์เช่นกัน
เป็นผู้ที่บรรดาอาจารย์ยอมรับในความสามารถมาตั้งแต่เรียน
ดร.สุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์คนแรกมักพูดให้ฟังบ่อยๆ
และเมื่อวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ต้องการคนมาสานงานต่อจาก ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีที่หมดวาระ
ดร.ปิยวัฒน์ ตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการสรรหาและได้รับหน้าที่ขับเคลื่อนวิทยาลัยต่อมาจนถึงบัดนี้
งานวันนั้น มี คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานวงไทยแลนด์ฟีลฮาร์โมนี ออเคสตรา มาร่วม
ดร.ปิยวัฒน์ เปิดงานและขอบคุณศิษย์เก่านับร้อยชีวิตที่มาชุมนุมเพื่อช่วยศิษย์ปัจจุบัน
โครงการนี้มี นิติภูมิ บำรุงบ้านทุ่ม เป็นผู้ก่อตั้ง
นิติภูมิ ปัจจุบันเป็น Principal Trumpet, Hong Kong Philharmonic Orchestra
ผู้ร่วมดูแลโครงการยังมี พิชญาภา เหลืองทวีกิจ ปัจจุบันเป็น 2nd Violin, Frankfurt Radio Symphony
วันนั้น พิชญาภา ทำหน้าที่หัวหน้าวง
มี ณัฐวัฒน์ เลื่อนตามผล Thailand Philharmomic Orchestra เป็นคอนดักเตอร์
โครงการดังกล่าวยังมี ฐิระพงษ์ เขียวนิล และ สุชล นินทวงศ์ เป็นผู้ประสานงาน
อาจารย์หลุยส์บอกว่า การศึกษาทางดนตรีมิได้สิ้นสุดลงในวันที่สำเร็จการศึกษา
หากแต่ยังคงส่งต่อคุณค่า แรงบันดาลใจ และความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านบทบาทของศิษย์เก่าที่นำองค์ความรู้และประสบการณ์ไปสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศและประชาคมโลก
คอนเสิร์ต Mahidol Alumni Orchestra Charity Concert 2026 เป็นบทพิสูจน์อีกหนึ่งบทที่เกิดขึ้นจากศิษย์เก่า
เป็นการรวมตัวกันในฐานะนักดนตรีมืออาชีพ ร่วมบรรเลงบทเพลงแห่งความภาคภูมิใจ
พร้อมส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้นักศึกษารุ่นปัจจุบัน
รายได้จากการแสดงจะนำไปสมทบทุนการศึกษา สนับสนุนเยาวชนที่มีความสามารถให้เดินตามเส้นทางแห่งดนตรีได้อย่างเต็มศักยภาพ
เป็นภาพสะท้อนของสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างสถาบันกับศิษย์เก่าทุกคน
การแสดงวันนั้น บรรเลง 4 บทเพลง
เริ่มจาก Maha Vajiralongkorn Overture ประพันธ์โดย พล.ต.ประทีป สุพรรณโรจน์ ซึ่งมานั่งฟังอยู่ด้วย
ตามด้วย เพลงลาวดวงเดือน เรียบเรียงโดย Krittaboon Doktoey
โชว์พลังซอฟต์พาวเวอร์ นุ่มนวลแต่โดนใจจากบทเพลงไทยเดิมที่คุ้นหู แต่มาบรรเลงโดยวงออเคสตรา
และก่อนพักครึ่ง ผู้ฟังจะได้ยินเสียงไพเราะจากเครื่องเป่า เครื่องสาย และความองอาจของเครื่องเป่า ในบทเพลง Bolero ของ Maurice Ravel
ส่วนการแสดงครึ่งหลัง ฟังกันยาวๆ กับบทเพลง Pictures at an Exhibition
ประพันธ์โดย Modest Mussorgsky และ Orch. โดย Maurice Ravel
บทเพลงนี้ได้ฟังศิษย์เก่าวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ใช้เครื่องดนตรีที่ถนัดแสดงฝีมือให้ได้ฟังเต็มๆ
วันนั้นถือเป็นวันที่เซียนดนตรีมาชุมนุมกัน
มองไปรอบๆ ได้เห็นเมล็ดพันธุ์ที่ได้บ่มเพาะจากวิทยาลัยแห่งนี้
ทุกคนเติบโตและเบ่งบาน
ผลิบานทั้งในเมืองหลวง และกระจายไปเบ่งบานทั่วประเทศ
หลายคนเปล่งประกายเจิดจ้าอยู่ต่างประเทศ
จากวันนั้นถึงวันนี้ กว่าเมล็ดพันธุ์คุณภาพที่หว่านไว้จะเติบใหญ่ออกมาเป็นเช่นนี้ได้คงไม่ง่ายนัก
แต่เมื่อสามารถทำเรื่องไม่ง่ายให้สำเร็จได้ ผลที่ปรากฏจึงน่าภาคภูมิใจแทน
ยิ่งในวันที่ศิษย์เก่ารวมตัว หวนกลับมาดูแลวิทยาลัย ปิ๊งไอเดียคิดช่วยรุ่นน้องที่เป็นศิษย์ปัจจุบัน
ยิ่งตอกย้ำถึงความผูกพันที่มีต่อสถาบันการศึกษา
ส่วนกิจกรรมที่ทำกันวันนั้น คือผลผลิตจากการขัดเกลาจากการศึกษาและวิชาดนตรี
ขัดเกลาจนเป็นเมล็ดพันธุ์ที่เติบใหญ่
และกำลังจะสนับสนุนให้เมล็ดพันธุ์ใหม่เติบโตและเบ่งบานต่อไปเฉกเช่นเดียวกับพวกเขาและเธอ
นฤตย์ เสกธีระ



