ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ผ่านมา มีหนังสือในค่ายมติชนอยู่เล่มหนึ่งที่ถือเป็นหนึ่งในที่สุดของหนังสือแห่งปี
เป็นหนังสือที่มียอดสั่งซื้อล่วงหน้าสูงที่สุดเท่าที่สำนักพิมพ์มติชนเคยเปิดพรีออเดอร์มา ทั้งๆ ที่มีราคาสูงถึงเกือบ 1,000 บาท
“ร้อยเรื่องราววังต้องห้าม” จ้าว กว่างเชา เขียน อชิรัชญ์ ไชยพจน์พานิช และ ชาญ ธนประกอบ แปล จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อเป็นการฉลองที่พิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณมีอายุครบรอบ 90 ปีในปีที่ผ่านมา
ไม่เพียงภาพประกอบที่พิมพ์สี่สีสวยงามตลอด 320 หน้า แค่ผังของพื้นที่ภายในพระราชฐานแต่ละจุด ตรงไหนเรียกว่าอะไร มีความสำคัญอย่างไร ก็ทำให้ผู้อ่านจินตนาการเสมือนได้เข้าไปเดินชมภายในพระราชวังต้องห้าม
เป็นที่มาของเสียงเรียกร้องให้พาไปชมสถานที่จริงของพระราชวังที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานเกือบ 600 ปี เป็นสถานที่ที่จักรพรรดิราชวงศ์หมิงและชิงรวมทั้งสิ้น 24 พระองค์ ทรงใช้เป็นที่ประทับและปฏิบัติพระราชกิจปกครองอาณาจักร

“มติชนอคาเดมี” จึงเปิดทริปพิเศษสุดสุด เลาะรั้วชมวัง…ชิมถังหูลู่ ไปกับทัวร์ “ร้อยเรื่องราววังต้องห้าม” ระหว่างวันที่ 20-24 กันยายน 2560 โดยมีวิทยากรคนพิเศษ คือ นพ.บัญชา พงษ์พานิช
“ผมไปคนเดียวเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ทำให้เราเข้าใจอะไรเพิ่มขึ้นมาก การอ่านจากในหนังสือ ดูจากโทรทัศน์ ฟังจากสารพัดนิยายจีน เราไม่เข้าใจอย่างแท้จริงหรอก การไปถึงปักกิ่งจะทำให้เราเข้าใจอีกหลายอย่าง
“เช่น เราอ่านประวัติศาสตร์ทำให้ผมฝันว่า หน้าเทียนอันเหมินออกมาหน้าวังมีโรงน้ำชาที่องค์ชายสาม องค์ชายสี่ องค์ชายห้า จะแอบออกมาเที่ยวหอแดง ซึ่งผมจะไปหานอนที่หอแดงให้จงได้ เมื่อไปถึงผมหาโรงแรมจนเจอฝ่านเตี้ยนทั้งหลายแต่มันไม่มีอย่างนั้นแล้ว มันมีอีกแบบแล้ว อย่างนี้เป็นต้น แต่อย่างน้อยเราก็ได้เห็นได้เข้าใจหรือเทียนอันเหมินซึ่งคือประตูแห่งสวรรค์ที่อะไรๆ ก็เกิดขึ้นที่เทียนอันเหมินมันก็ควรไปให้เห็นให้เข้าใจ” นพ.บัญชาบอก และว่า
“ปักกิ่ง” ถือว่าเป็นศูนย์กลางแห่งโลกแห่งจักรวาล เมื่อ 30 ปีก่อนผมมีความคิดว่าสักวันต้องไปให้ถึงศูนย์กลางของโลกในคติของฝ่ายตะวันออกฝ่ายจีนให้ได้ ปัจจุบันจีนก็กำลังแรงและจะเป็นศูนย์กลางจริงๆ ปักกิ่งจึงเป็นที่หมายที่คนที่มีกำลังและมีโอกาสไม่ควรพลาด

สำหรับความพิเศษของทริปนี้ที่ “ต้องไป” มีอย่างน้อย 4 แห่ง
อันที่ 1 แน่นอน “พระราชวังต้องห้าม” ซึ่งเป็นศูนย์กลางสุดยอดของโลกนี้อย่างน้อยก็หลายร้อยปีก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่ของโลก และตอนนี้ก็กำลังจะสร้างการเปลี่ยนแปลงใหม่อีกระลอกหนึ่ง จะเป็นการไปแบบใหม่พิเศษสุด เพราะว่าครั้งนี้ได้หนังสือเล่มใหม่ของจีน “ร้อยเรื่องราววังต้องห้าม” ที่สำนักพิมพ์มติชนไม่รอช้านำมาแปลเป็นภาษาไทย ซึ่งผมคั่นไว้หมดแล้วว่าจะต้องพาไปตรงไหนบ้าง
“ผมไปมาแล้ว 2 รอบ โดยไม่มีหนังสือเล่มนี้ ผมใช้หนังสือเล่มอื่น โลนลี่แพลนเน็ตบ้าง ไอวิทเน็ตบ้าง แต่พอไปใหม่ด้วยหนังสือเล่มนี้มันยิ่งกว่าครับ เพราะฉะนั้นคราวนี้จะออกแบบให้ใช้เวลาให้คุ้มค่า ให้ได้เห็นและเข้าใจเรื่องพระราชวังต้องห้ามที่เป็นศูนย์บัญชาการโลกในยุคหนึ่ง
“จะพาไปที่จุดที่ต้องเห็น ต้องผ่าน ต้องรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระที่นั่งสำคัญๆ และพิพิธภัณฑ์สำคัญอย่างน้อยที่สุดไปดูสมบัติจักรพรรดิ เครื่องทอง มงกุฎ แหวน ปิ่นปักผม จะต้องไปดูเพราะว่าเพิ่งจัดใหม่สวยมาก”

อันที่ 2 เราต้องรู้จักประเทศจีน ซึ่งสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่ไปไม่ได้คือ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจีน” (National Museum of China) เพิ่งปรับปรุงอาคารใหม่ที่อยู่ด้านหน้าตรงข้ามกับศาลามหาประชาชน ซึ่งทุกวันสี จิ้นผิง หรือสภาประชาชนยังใช้ประชุมกันอยู่ แต่ตรงข้ามปรับปรุงอาคารที่สร้างไว้ตั้งแต่สมัยประกาศเอกราชและตั้งเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีน ปรับปรุงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง อลังการมาก
“ผมไปกับพี่ชายสองคนใช้เวลา 6 ชั่วโมง เรียกได้ว่าไปสำรวจมาให้ทุกท่านแล้ว ครั้งนี้เราจะใช้เวลาเพียงชั่วโมงเศษๆ เอาเฉพาะห้องพื้นฐานเพื่อให้เข้าใจประวัติศาสตร์ของชาติจีน และการเปลี่ยนผ่านตอนปฏิวัติประชาธิปไตยมาเป็นคอมมิวนิสต์เพื่อจะได้รู้จักรากเดิมของจีนที่ไทยเราซึมซับจีนเยอะมาก” นพ.บัญชาบอก และว่า
“ประเทศไทยเราก็กำลังหาทางออกในเรื่องของการเปลี่ยนผ่านก็ลองไปดูกรณีศึกษาว่าจะเป็นอะไร จะเป็นสังคมนิยม จะเป็นประชาธิปไตย จะเป็นคอมมิวนิสต์หรือจะเป็นอะไรไม่รู้ต้องไปดูกันละครับ และนี่คือความแตกต่างที่ 2”

เทียนถานหอบัญชาฟ้าดิน
นอกจากนี้ อีกความพิเศษที่แตกต่างจากทัวร์ปักกิ่งทั่วไปที่ นพ.บัญชานำเสนอคือ “ข่งเมี่ยว”
“ทราบมาว่าทางจีนถามมาว่า ไปทำไม” วิทยากรทัวร์ครั้งนี้บอกพร้อมกับยิ้มละไม
“เราไปที่วัดย่งเหอกงก็คือวัดลามะ ซึ่งเป็นตำหนักขององค์ชายสี่ เรื่ององค์ชายสี่ก็มัน เขาบอกว่าองค์ชายสี่แปลงสาส์นตอนที่คังซีสิ้น จากที่คังซีจะแต่งตั้งองค์ชายสิบสี่ขึ้นเป็นฮ่องเต้ แก้ให้ “สิบ” หายไป เหลือเป็นองค์ชายสี่ เป็นฮ่องเต้ย่งเล่อ สร้างความเจริญเกือบจะสูงสุดของจีน ซึ่งสูงสุดคือ ฮ่องเต้เฉินหลงและค่อยๆ ตกลงมาจบที่ซูสีไทเฮา”
ส่วนใหญ่คนก็จะไปแต่วัดย่งเหอกง ครั้งแรกที่ผมไปและทุกครั้งที่ผมไปไม่เคยพลาดวัดนี้เพราะว่าที่หน้าวัดย่งเหอกง รถทัวร์จะพาไปแล้วก็ผ่าน ผมเห็นหู่โต้งซึ่งคือย่านอยู่ของคนจีน เป็นเวิ้งเป็นชุมชนหรือเป็นหมู่บ้านสวยมากเลยผมก็เดินไปเรื่อยปรากฏว่าฝรั่งเต็มเลยครับไทยไม่มีใครพาไป

ปรากฏว่าขวามือมีประตูวัดหนึ่งที่สวยมากๆ วัดนี้ก็คือ “วัดข่งเมี่ยว” คือเป็นวัดของอาจารย์ข่ง
จีนเป็นจีนได้เพราะฮ่องเต้แห่งสมัยราชวงศ์ฮั่นตัดสินใจที่จะต้องหาหลักศรัทธาสักหลักหนึ่งมาให้ประชาชนยึดถือสุดท้ายก็ยึดหลักปรัชญาของขงจื๊อ เขาเลยเรียกขงจื๊อว่า “อาจารย์ข่ง” วัดข่งเมี่ยวเป็นวัดที่มีตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวน
วัดข่งเมี่ยวถ้าเปรียบกับไทยก็เหมือนวัดพระแก้ว ถ้าสมัยอยุธยาก็เท่ากับวัดพระศรีสรรเพชญ์ คือเป็นวัดศูนย์รวมเรื่องการศึกษาของปวงปราชญ์แห่งแผ่นดินจีน ที่นี่เป็นสนามสอบจอหงวนด้วย ที่ฝึกจอหงวน เป็นที่รวมจารึกมากมาย
และถือว่าที่นี่คือมหาวิทยาลัยราชอาณาจักรแห่งจักรวรรดิจีนในช่วงหมิง ชิง ก่อนที่จะเป็นมหาวิทยาลัยปักกิ่งอย่างทุกวันนี้ นี่คือสองสามความพิเศษ
นอกจากนี้ ยังมีสถานที่อื่นๆ ที่ถ้าไปปักกิ่งไม่ได้ไปถือว่ายังไม่ถึง ไม่ว่าจะเป็น เทียนถานหอบูชาฟ้าดิน กำแพงเมืองจีน สุสาน 13 กษัตริย์ ของจักรพรรดิทั้งหลาย หรือแม้กระทั่ง วังฤดูร้อน ซึ่งมีทิวทัศน์เรื่องราวลึกๆ อีกหลายอย่างก็พาไป
สำหรับสายกินสายช้อป นพ.บัญชายืนยันว่า ทริปครบเครื่องแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องกิน

ที่นี่มีวัฒนธรรมการกินที่ใช้คำว่า “พิสดารที่สุดในโลก” ฉะนั้น นอกจากที่มติชนอคาเดมีจัดให้ ผมจะพาทุกท่านไปนอนที่ใจกลางแห่งจุงกั๋ว ใจกลางแห่งจีน ชื่อว่า “ถนนหวังฟูจิ้น” อยากจะเดินดูอะไร อยากจะไปกินอะไร เช่นแมงป่องที่เสียบไม้ขายก็หากินได้ที่นี่ ซึ่งนี่ก็คือเมืองจีน สรรพสิ่งที่คนจีนใช้เป็นอาหารมีที่ถนนหวังฟูจิ้น
“ผมเชื่อว่าสามสี่คืนที่นอนที่นี่อิ่มครับ เป็นตลาดพื้นบ้าน มีทั้งของที่ระลึกทั้งของกินแปลกๆ มีร้านแบรนด์เนมอยู่รอบๆ อยากจะกินอะไรซื้ออะไรยี่ห้ออะไรตามอัธยาศัย สุดท้ายสำหรับผม ผมเป็นคนบ้าหนังสือ ร้านหนังสือที่ดีที่สุดของปักกิ่งอยู่ตรงนั้นครับ ร้านจงหัวเป็นตึก 7 ชั้น หัวถนนหวังฟูจิ้น นี่คือร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน”
นพ.บัญชาบอกอีกว่า ที่นี่ยังมีร้านหนังสือที่น่าสนใจอีกร้าน Foreign Languages Bookstore
“ประเทศจีนมีเรื่องอะไรที่อยากให้คนจีนรู้ จะแปลเป็นภาษาจีน ฉะนั้นถ้าไปดูที่ร้านจงหัวจะเห็นวรรณกรรมวรรณคดีของโลกหนังสือดีๆ ของทั้งโลกไปวางอยู่ที่นั่น เพราะฉะนั้นคนจีนไม่ต้องรู้ภาษาอังกฤษก็สามารถอ่านได้
Foreign Languages Bookstore จะคัดสรรว่าเรื่องอะไรของเมืองจีนที่คนต่างชาติจะต้องรู้ แปลเป็นภาษาอังกฤษบ้าง ภาษาเยอรมันบ้าง มีตั้งแต่ประวัติศาสตร์โบราณ โบราณคดี เทคโนโลยี ธุรกิจ การพัฒนา เรียกว่าคนจีนอยากให้โลกรู้จักเรื่องอะไรก็จะแปลออกมาให้อ่าน มีหนังสือใหม่ออกมาให้ซื้ออ่านตลอดเวลา
“ที่สำคัญราคาถูกลงด้วย นี่แหละครับเสน่ห์ของหวังฟูจิ้น”
ทั้งหมดนี้คือส่วนหนึ่งของเอ็กซ์คลูซีฟ ทริป มติชนจัดเต็มในทัวร์ “ร้อยเรื่องราววังต้องห้าม” ระหว่างวันที่ 20-24 กันยายน 2560
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม 0-2954-3977-84 ต่อ 2115, 2116, 2123, 2124 โทร 08-2993-9097, 08-2993-9105 ID Line : matichonacademy


