มีมติรับหลักการแห่งร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 วงเงินรวมทั้งสิ้นกว่า 9.3 หมื่นล้านบาทไปเรียบร้อยในช่วงค่ำของวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
รุมถกเข้ม 2 วันเต็ม โดยมีคณะผู้บริหาร กทม. นำโดย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แทคทีมรองผู้ว่าฯและหัวหน้าหน่วยงานช่วยกันเคลียร์

45 คือเสียง ‘เห็นชอบ’ ส่วนไม่เห็นชอบ งดออกเสียง ไม่ลงคะแนน เป็นศูนย์
แม้มีเหตุวุ่นเบาๆ ระหว่างกดโหวต เมื่อตัวเลขขณะแสดงตนอยู่ที่ 44 แต่พอโหวตปั๊บได้เสียง 45 ทำเอา ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภา กทม. ต้องเร่งสาง จากก่อนหน้านี้มีเรื่องใหญ่อย่างข้อกล่าวหา
‘เสียบบัตรแทนกัน’ โดย ภัทรศักดิ์ ใหม่พระเนตร ส.ก.เขตยานนาวา อธิบายว่าเป็นข้อผิดพลาด มิได้มีเจตนา นาทีนี้จ่อตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง หลังมีการยื่นหนังสือร้องเรียนทั้งจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่อ้อมไปส่งมหาดไทย และจาก ศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ที่ไวกว่า เพราะไปยื่นตรง ณ สำนักงานเลขาฯสภา กทม.
กลับมาที่สาเหตุของความอลหม่าน สรุปว่า วิรัช คงคาเขตร ส.ก.เขตบางกอกใหญ่ คือ ชื่อที่เพิ่มเข้ามาภายหลัง โดยเจ้าตัวลุกขึ้นชี้แจงว่า เมื่อสักครู่ตนอยู่ในห้องประชุม แต่คาดว่า ‘ดันบัตรไม่สุด’ ตอนนับองค์ประชุม
“ต้องขออภัย ผมกดไปแล้ว ใส่ไปแล้วตอนนับองค์ประชุม แต่ไม่สุด แต่ตอนโหวตก็ปรากฏตามมติที่ประชุม กราบขออภัย ผมไม่ทราบจริงๆ” วิรัชสารภาพ เป็นอันจบเรื่อง
ว่าแล้วมาย้อนบรรยากาศก่อนและหลังการโหวตไปพร้อมกัน
รีแคปภาพกว้าง งบ 9.3 หมื่นล้าน
สำนักระบายน้ำยืน 1 ที่ 9.5 หมื่นล้าน
‘ลาดกระบัง’ งบเขตเยอะสุด
เปิดฉากยังห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแดง ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 เพื่อพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ภาคเช้ามี เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย ส.ก. เขตบึงกุ่ม รองประธานสภา กทม.คนที่หนึ่ง เป็นประธาน ส่วนภาคบ่าย ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.เขตบางซื่อ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธาน

เหล่า ส.ก.ลุกถกหลากประเด็น โดย สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง หรือเฮียล้าน กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว กล่าวถึงภาพรวมงบประมาณกรุงเทพมหานครปีนี้ ที่มีจำนวนรวมไม่เกิน 93,918.92 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายบริหารมีการกันงบไว้กว่า 6,000 ล้านบาท เพื่อชำระค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1-2 และดอกเบี้ยเงินกู้ 6,044 ล้านบาท รถไฟฟ้า โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 2 (ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ) เพื่อจ่ายกระทรวงการคลัง ส่งผลให้ กทม.มีงบคงเหลือในการใช้จ่าย ‘บริหารจัดการเมือง และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน’ 86,956 ล้านบาท โดยเน้นย้ำว่ารายรับ-รายจ่ายต้องสมดุลกัน
“ปีนี้สำนักการระบายน้ำเป็นที่หนึ่ง ของบประมาณราว 95,000 ล้านบาท ส่วนสำนักการโยธาเป็นรอง ปีที่แล้วเป็นอันดับ 1 แต่ปีนี้เนื่องจากไม่มีใครมาประมูลงาน สงสัยลดงบประมาณลง 8.7 พันล้านเศษ, สำนักการจราจรและขนส่ง 8.3 พันล้าน, สำนักการแพทย์ก็กว่า 5,500 สำนักสิ่งแวดล้อม 5,500 เศษ เรียงตามลำดับมา
สำนักงานเขต ทําได้งบมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ครองแชมป์มาทุกปี ‘สำนักงานเขตลาดกระบัง’ ที่ได้เยอะที่สุด (793 ล้านบาท) เพราะเป็นเขตที่กำลังพัฒนาและเป็นเขตฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะ ดร.จอห์น สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง ท่านก็ไฟต์เพื่อดูแลความทุกข์สุขให้น้องประชาชน ผู้บริหารเห็นตรงกัน ก็เลยได้งบประมาณเยอะที่สุด
ส่วนเขตที่รองลงมาคือ หนองจอก กว่า 779 ล้าน, เขตบางขุนเทียนรองลงมา 751 ล้าน, หนองแขม 686 ล้าน, ดอนเมือง 644 ล้าน คือลำดับมากที่สุด
ส่วนน้อยที่สุดคือ เขตสัมพันธวงศ์ 219 ล้าน, เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 247 ล้านบาท, สำนักงานเขตบางรัก เก็บภาษีได้เยอะแต่งบได้น้อย 256 ล้าน, เขตบางกอกใหญ่ 286 ล้าน, เขตวังทองหลาง 294 ล้าน นี่คือภาพรวม” เฮียล้านรีแคป ก่อนตั้งคำถามหลากประเด็นคาใจ
6 พันล้านกันไว้จ่าย ‘สายสีเขียว’
ทำงบหายไปหลายส่วน
ด้าน ผู้ว่าฯชัชชาติ พร้อมทีมผู้บริหาร ลุยแจงทุกปม เปิดไทม์ไลน์แก้กลิ่น ‘โรงขยะอ่อนนุช’ เล็งเชื่อม ‘ส่งต่อคนไข้ติดยา’ เสริมศักยภาพเพื่อการบำบัด เตรียมเพิ่มทั้งถังขยะ-ถังดับเพลิง 3,682+
“ต้องขอบพระคุณสำหรับการอภิปรายของท่านสุทธิชัยที่ได้ลงรายละเอียดในเนื้องานของแต่ละสำนักและเขต ต้องเรียนว่างบประมาณเราปีนี้มีข้อจำกัด เนื่องจากมีส่วนที่ต้องไปชำระค่าจ้างเดินรถ BTS และหนี้ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายรวมกว่า 6,000 ล้าน ทำให้เหลือใช้จ่ายจริงๆ ประมาณ 86,000 ล้าน งบประมาณจึงอาจหายไปหลายส่วน เกี่ยวกับการลงทุนต่างๆ ทางผู้บริหารจะรับไปดูว่าควรจะสั่งเพิ่มเติมกลับไปหรือไม่ ในกรณีที่มีการตัดงบบางส่วนออก ในชั้นกรรมาธิการพิจารณางบ” ชัชชาติแจง ก่อนกล่าวถึงประเด็นหลัก คือข้อสังเกต ‘การซ่อมรถดับเพลิงต่างๆ’ โดยยืนยันว่าเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ แต่จะนำข้อสังเกตของท่านไปดูข้อเท็จจริงให้ละเอียดอีกที
จากนั้นกล่าวถึงประเด็น ‘การก่อสร้างที่ล่าช้า’ โดยอธิบายว่าบางโครงการเป็นปัญหาของทางผู้รับเหมาในเรื่องรูปแบบการประมูล ใช้วิธี ‘ราคาต่ำสุด’ บางครั้งก็อาจจะไม่มีศักยภาพดี หรือขาดแคลนสภาพคล่อง ทำให้การส่งงานล่าช้าไป
“อย่างกรณีสถานีดับเพลิงพระโขนง ซึ่งเหลืออีกเพียงนิดเดียวก็จะแล้วเสร็จ ต้องมีการผลักดันเพื่อให้ดำเนินการต่อไปให้แล้วเสร็จ ซึ่งเชื่อว่ามีหลายหน่วยงานที่มีปัญหาในกรณีนี้ เป็นตัวหนึ่งที่ต้องรีบไปเร่งรัด ส่วนเรื่องที่ท่านตั้งข้อสังเกตสำนักสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับเรื่องรถต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องที่สืบเนื่องมานาน เรามีการสร้างรถขยะ รถน้ำ รถดูดฝุ่น มาต่อเนื่องยาวนาน พอจะมีการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต มันมีความเห็นที่แตกต่างกันเยอะ ยกตัวอย่างเช่น TOR มีการเปลี่ยนแปลงไม่รู้กี่หน”
จัดสรรงบไว้แล้ว ‘บ้านพิชิตใจ’
‘ดับเพลิง’ ขอมา 28 สำนักงานเขต
ต่อมา ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงการ ‘เสริมศักยภาพของสถานที่ฟื้นฟูยาเสพติด’ ที่เป็น ‘บ้านพิชิตใจ’ ของ กทม.นั้น ก็อยู่ในงบประมาณแล้ว
“คือจะมีการขึ้นอาคารในพื้นที่ด้านข้าง ซึ่งจะรองรับได้อีก 80-100 เตียง โดยจะแยกเป็นชาย-หญิง ทำให้สามารถรับเพิ่มเติมได้” น.ส.ทวิดากล่าว และว่า ทั้งนี้ ได้พูดคุยกับทาง ป.ป.ส. ตำรวจ และสถาบันจิตเวช ในส่วนของคนไข้สีส้ม/สีแดง เอาไว้ด้วย ว่าจะมีการเชื่อมระบบการส่งต่อ” รองผู้ว่าฯสมัย 2 กล่าว
นอกจากนี้ ยังชี้แจงถึงเรื่อง ‘สถานีดับเพลิงของชุมชนนอกจัดตั้ง’ ในปีงบ 2570 นี้ ซึ่งมีทั้งหมด 28 สำนักงานเขตที่ขอเข้ามา โดยจะใช้หลักเกณฑ์ของมหาดไทย ‘5 หลังคาเรือน ต่อ 1 ถังดับเพลิง’ ซึ่งทางฝ่ายบริหารได้จัดสรรงบประมาณไว้ 3,682 ถัง แต่หากมีการสำรวจเพิ่มเติม ก็จะจัดสรรเพิ่มเติมต่อไป
ครั้นถึงคิว ศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯอีกสมัย ก็ขอแจงประเด็นของ ‘สำนักการศึกษา’ เรื่องที่มี ส.ก.เสนอให้สร้าง ‘โรงเรียนนานาชาติ สังกัด กทม.’ นั้น ทางฝ่ายบริหารก็มีโครงการนี้เมื่อปีที่แล้ว โดยทางสภา กทม.ผ่านงบประมาณมาให้เรียบร้อยแล้ว คือการจัดทำโรงเรียนให้เป็นหลักสูตรมาตรฐานนานาชาติ ซึ่งปัจจุบันก็ได้ดำเนินการแล้ว ที่โรงเรียนวัดมหรรณพาราม เป็นโรงเรียนที่มีหลักสูตร EP ในอดีตอยู่แล้ว ช่วงชั้นละ 1 ห้อง ซึ่งมีความพร้อมและเทียบเคียงจะเป็นโรงเรียนหลักสูตรนานาชาติได้
“ปัจจุบันเราเปิดไปแล้วได้ระดับชั้น ป.1 และ ป.2 จะทยอยเพิ่มทีละ 1 ชั้นเรียน ป.4 ป.5 ป.6 ซึ่งจะครบระดับชั้น ป.6 ในปีการศึกษา 2573 น่าจะพ้นสมัยของเราไปแล้ว โดยหลักสูตรที่ทำนั้นเราเน้นการเข้าถึง ‘ทุกคน’ เป็นแห่งแรก ที่จะสามารถถอดบทเรียนเพื่อยกระดับโรงเรียนสองภาษา ที่มีห้อง EP (English program) ในปัจจุบันมี 40 เขต ยังไม่ครบทั้ง 50 เขต ภายใน 4 ปีนี้ก็จะเป็นการทยอยเปิดเพิ่ม ในส่วนของโรงเรียนที่เป็น EP อยู่แล้ว จะหาแนวทางในการขยายผลโรงเรียนมาตรฐานนานาชาติต่อไป” ศานนท์เผย ก่อนไปต่อในส่วนของ ‘สำนักพัฒนาสังคมฯ’ ที่เห็นว่างบประมาณอาจจะน้อยกว่าปีก่อนหน้าค่อนข้างมาก ความจริงแล้วนั้นมีงบอยู่อีกก้อนคือ ‘โครงการชุมชนเข้มแข็ง’ ที่ปัจจุบันได้กระจายเข้าไปสู่สำนักงานเขตแล้ว กล่าวคือไม่ได้ตั้งงบก้อนนี้ ไปที่สำนักพัฒนาสังคมฯ ดังเดิม แต่หากนำงบก้อนนั้นรวมกับงบของสำนักพัฒนาฯ จะเห็นว่ามีความใกล้เคียงกับทุกปีที่ตั้งงบประมาณ”
แจงยิบ ‘โรงขยะอ่อนนุช’ เปิดไทม์ไลน์เคลียร์
เร่งรัดออกระเบียบ ‘รถขยะ EV’
ปิดท้ายด้วยรองผู้ว่าฯหน้าใหม่ แต่ฝีมือไม่ใหม่ อย่าง พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ลุกเคลียร์ปมโรงขยะอ่อนนุช ซึ่งมีหลายโรงขยะที่เกี่ยวข้อง และการกำจัดขยะหลายวิธีการ หนึ่งในโรงขยะที่เป็นปัญหา ‘โรงขยะ NBT’ ที่มีการคัดแยกและหมักเป็นก๊าซชีวภาพเพื่อผลิตเป็นพลังงาน ที่ผ่านมากรุงเทพฯร่วมกับหน่วยงานอื่น เช่น กรมโรงงาน ก็ได้ติดตามอย่างใกล้ชิด
“ขออนุญาตแชร์ไทม์ไลน์ ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2565 กรมโรงงานสั่งปิดโรงงานนี้เพื่อให้มีการปรับปรุงแก้ไข เดินระบบใหม่
วันที่ 5 มกราคม 2569 เมื่อเปิดใช้แล้วยังมีเรื่องร้องเรียนอยู่ ทาง กทม.ได้สั่งปิดวันที่ 10 มกราคม 2569 และให้มีการปรับปรุงระบบต่างๆ ที่ผ่านมาก็ได้มีการเทสต์ระบบอยู่ และมีการติดตามอย่างใกล้ชิด
ส่วนตัวโรงขยะ เราก็ได้ขอให้ผู้ประกอบการปรับปรุงนอกเหนือจากงานของ TOR ด้วย เช่น ให้ปรับปรุงเป็นระบบปิดทั้งหมด, ติดตั้งประตูเปิด-ปิดแบบอัตโนมัติ ช่วงบริเวณตึก RDF (อาคารสำหรับคัดแยกและแปรรูปขยะมูลฝอยให้เป็นเชื้อเพลิงขยะ) จำนวน 3 บาน
มีการขอให้ผู้รับจ้างติดเครื่องวัดกลิ่นแบบเรียลไทม์ เพื่อที่จะสามารถรายงานให้กับประชาชนรอบข้าง แล้วตอนนี้เราก็มีแผนใน 100 วันแรก ที่จะเปิดข้อมูลเครื่องตรวจ E-Nose เช่นกัน
รวมถึงมีการติดตั้ง CCTV ประตูปิด-เปิด ติดตั้งระบบบำบัดอากาศภายในอาคารรวม 167,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมงที่เพิ่มขึ้นมา และอื่นๆ อีกหลายประเด็น ซึ่งเราติดตามอย่างใกล้ชิด รวมถึงในโรงอื่นๆ ที่เราดำเนินการขอให้ผู้รับจ้างทำนอกเหนือ TOR ในเรื่องประเด็นของโรงขยะอ่อนนุช” พรพรหมเผย
จากนั้นกล่าวถึง ‘รถขยะ’ โดยเน้นย้ำว่าต้องดำเนินการอย่างเร่งรัด เพราะเรื่องขยะตกค้างเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ห้ามไม่ให้เกิดขึ้น ซึ่งมีบรรจุอยู่ในร่างงบ ปี 2570 ทั้งเรื่องการทำสัญญาระยะสั้น ในส่วนรถขยะที่ทยอยหมดสัญญาไปตั้งแต่ปี 2568-70
ระหว่างนี้ ยังเร่งรัดเพื่อออกระเบียบ เรื่อง ‘รถขยะ EV’ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรถ 8 ลบ.ม. ที่อยู่ระหว่างการประกาศเชิญชวนระหว่างวันที่ 14 กรกฎาคม-10 กันยายน 2569 โดยมีกำหนด ยื่นข้อเสนอนี้ในวันที่ 21 กันยายน 2569
“ส่วนรถขยะขนาด 5 และ 5 ตัน ได้นำ TOR เปิดรับวิจารณ์อีกครั้ง ซึ่งทางคณะกรรมการอยู่ระหว่างการพิจารณา”
สุดท้าย เรื่อง ‘ถังขยะ’ ที่ผ่านมา กทม.ก็มีการจัดซื้อถังขยะและแจกจ่ายให้กับประชาชน แหล่งกำเนิดต่างๆ อย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นปี 2569 จัดซื้อจำนวน 96,000 ใบ, ปี 2566 จำนวน 96,000 ใบ, ปี 2567 จำนวน 138,265 ใบ ที่แยกเป็นชุด ขนาด 85 ลิตร 100 และ 130 ลิตร
“ส่วนปี 2569 ก็ได้มีการจัดซื้อจำนวน 35,000 ใบ ตอนนี้อยู่ระหว่างการจัดซื้อล็อตแรก 130 ลิตรได้ 2 รอบแล้ว เรื่องของถังขยะเป็นเรื่องที่สำคัญ ส่วนการคัดแยกขยะต้นทาง เราก็รับข้อเสนอแนะของท่าน พยายามปรับปรุงให้ดีที่สุด เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ได้ง่ายแล้วต้องใช้เวลาในการปรับพฤติกรรมของประชาชนทุกคน
จะต้องมีการดำเนินการอย่างใกล้ชิดกับสำนักเทศกิจ ฝ่ายรักษาความสะอาด เพื่อดูมาตรการว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนสามารถทิ้งขยะได้ถูกที่ ไม่มีขยะตกค้าง” พรพรหมกล่าวชี้แจง
ตั้ง 49 กรรมาธิการวิสามัญ คนนอก คนใน คนดังพรึบ
จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการตั้งคณะกรรมการวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างข้อบัญญัติฯ ภัทราภรณ์สอบถามที่ประชุมว่าควรมีจำนวนเท่าใด
ฉัตรชัย หมอดี ส.ก.เขตบางนา ได้เสนอให้ที่ประชุมแต่งตั้ง จำนวน 49 คน ซึ่งที่ประชุมได้ให้การรับรอง
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เสนอคณะกรรมการวิสามัญในสัดส่วนของฝ่ายบริหาร 15 ราย ได้แก่
1.พลเอกนิพัทธ์ ทองเล็ก ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม.
2.ต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ
3.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม.
4.ภิมุข สิมะโรจน์ ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ
5.กนกวรรณ เอี่ยมลิ้ม รองปลัดกรุงเทพมหานคร
6.วาสนา บูรณกิตติโสภณ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
7.ทรรศนีย์ พันธ์ประคุณ ผู้อำนวยการสำนักการคลัง
8.เจษฎา จันทรประภา ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ
9.พิศมัย เรืองศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา
10.เชษฐา ทรัพย์เย็น ผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
11.วรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม
12.ประพาส เหลืองศิรินภา ผู้อำนวยการสำนักการโยธา
13.กาญจนา ภูมิพัฒน์ผล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสังคม
14.ดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย
15.ดนัย เหลืองแก่นคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานกฎหมายและคดี สำนักปลัด กทม.
จากนั้น ฉัตรชัย หมอดี ส.ก.เขตบางนา เสนอรายชื่อในสัดส่วนของสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและบุคคลภายนอก รวม 34 คน ได้แก่
1.ฉัตรชัย หมอดี ส.ก.เขตบางนา
2.เอกวิน โชคประสพรวย ส.ก.เขตราชเทวี
3.สราวุธ อนันต์ชล ส.ก.เขตพระโขนง
4.อภิวัฒน์ ด่านศรีชาญชัย ส.ก.เขตจตุจักร
5.อำนาจ ปานเผือก ส.ก.เขตบางแค
6.อดิศร ฤกษ์ลักษณี ส.ก.เขตดอนเมือง
7.อัครชัย กันธมาลา ส.ก.เขตดุสิต
8.กันตพงศ์ ดีชัยยะ ส.ก.เขตตลิ่งชัน
9.ณพวิทย์ วงศ์อารีย์ ส.ก.เขตหลักสี่
10.ณัฐนนท์ นาคหล่อ ส.ก.เขตทวีวัฒนา
11.สุรเกียรติ หวังพิทักษ์ ส.ก.เขตคลองสามวา
12.วรภพ วิริยะโรจน์ พรรคประชาชน
13.ศ.อมร พิมานมาศ นายกสภาวิศวกรฯ
14.อริย์ธัช ยอดไชยเกียรติ อดีตผู้สมัคร ส.ก.เขตบางกอกน้อย พรรคประชาชน
15.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ สื่อมวลชนชื่อดัง
16.มธุรส เบนท์ ส.ก.เขตสะพานสูง
17.วิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก
18.ปวิน แพทยานนท์ ส.ก.เขตบางคอแหลม
19.ณรงค์ศักดิ์ ม่วงศิริ ส.ก.เขตบางบอน
20.พงศกร รัตนเรืองวัฒนา ส.ก.เขตบางกะปิ
21.เอกชัย ไชยนุวัติ รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.สยาม
22.ธวัชชัย ปิยนนทยา อดีตประธานสภากรุงเทพมหานคร
23.แมน เจริญวัลย์ อดีตรองประธานสภา กทม. คนที่ 1
24.นภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย
25.สุชัย พงษ์เพียรชอบ ส.ก.เขตคลองเตย
26.สมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน
27.ธนวัฒน์ เชิดชูกิจกุล ส.ก.เขตประเวศ
28.อนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ ส.ก.เขตวังทองหลาง
29.สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ส.ก.เขตจอมทอง
30.กิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ ส.ก.เขตทุ่งครุ
31.วิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี
32.เมธาวี ธารดำรงค์ ส.ก.เขตปทุมวัน
33.สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง
34.สมชาย เวสารัชตระกูล ส.ก.เขตสายไหม
ทั้งนี้ ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานครกำหนดระยะเวลาสำหรับการเสนอแปรญัตติเป็นเวลา 15 วัน โดยมีระยะเวลาในการพิจารณาร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2570 ให้แล้วเสร็จภายใน 45 วัน
ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 16 กันยายน 2569 เพื่อให้คณะกรรมการวิสามัญได้พิจารณารายละเอียดงบประมาณต่อไป
ทีมข่าวเฉพาะกิจ

