เปิดหลักฐาน เจาะไทม์ไลน์
ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา
ร่องรอยชาตินิยมในมิติประวัติศาสตร์
วางแผงแล้ว ทั้งออนไซต์บนร้านหนังสือจริง และพร้อมให้สั่งซื้อผ่านออนไลน์ สำหรับนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ที่อยู่ยั้งยืนยงมาถึงปีที่ 47 ฉบับที่ 10 โดยชูเรื่องเด่น ‘ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ปัญหาชาตินิยมในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม’ โดย รศ.ดร.ศานติ ภักดีคำ
ในวันที่โลกเลี้ยวขวา สังคมไทยก็เปิดไฟเลี้ยวเข้าเลนรักชาติแบบสุดโต่ง พร้อมสตาร์ตรถทัวร์ไปลงใต้โพสต์ใครต่อใครทั้งที่อาจยังไม่ได้อ่าน ‘ข้อเท็จจริง’ ไม่ทันพิจารณาบริบททางประวัติศาสตร์ ไม่พร้อมเปิดใจศึกษาข้อมูลใดๆ ที่ส่อไปในทางที่ถูกเรียกว่า ‘ชังชาติ’
ศิลปวัฒนธรรม ในเครือ ‘มติชน’ ทั้งฉบับพิมพ์ และเวอร์ชั่นออนไลน์ ปักหมุดจุดยืนสร้างสังคมคุณภาพ เพื่อคุณภาพของประเทศ เดินหน้าสู่คุณภาพใหม่ ด้วยการนำเสนอบทความคุณภาพออกสู่สายตาผู้อ่าน
‘ประเทศไทยและกัมพูชา เป็นประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกัน ด้วยเหตุนี้นับแต่อดีต ประชาชนของประเทศทั้งสอง จึงได้มีการปฏิสัมพันธ์กันมานับแต่โบราณ ดังปรากฏหลักฐานทางโบราณคดีที่สะท้อนให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนและติดต่อทางวัฒนธรรม มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ในสมัยที่ยังไม่มีการกำหนดพรมแดน’
คือย่อหน้าแรกในบทนำของบทความชิ้นไฮไลต์ของฉบับ ซึ่ง รศ.ดร.ศานติ ร้อยเรียงเรื่องราวหลากประเด็นสำคัญ ตั้งแต่การเชื่อมโยงของกลุ่มคนโบราณที่อาศัยอยู่ในดินแดนประเทศไทยปัจจุบัน และกัมพูชา โดยเฉพาะในเวลาที่ดินแดนทั้ง 2 ประเทศต่างรับวัฒนธรรมจากต่างถิ่นเข้ามาแล้ววิวัฒนาการเป็นวัฒนธรรมของตน
ขีดเส้นใต้เน้นย้ำในห้วงพุทธศตวรรษที่ 12 เป็นต้นมา ซึ่งปรากฏหลักฐานการรับวัฒนธรรมจากอินเดียที่ก่อให้เกิดความเชื่อถือศรัทธาทางศาสนา แนวคิด อีกทั้งหลักการปกครอง รวมถึงศิลปวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็น ภาษา วรรณคดี นาฏศิลป์ ดังที่ปรากฏหลักฐานในวัฒนธรรมทวารวดีทางภาคกลางของไทย และฟูนัน เจนละ ในกัมพูชา ด้วยเหตุนี้ วัฒนธรรมอินเดียที่รับมา จึงเป็นรากฐานและบ่อเกิดศิลปวัฒนธรรมสำคัญทั้งในไทยและกัมพูชาอย่างไม่อาจปฏิเสธ
รศ.ดร.ศานติเล่าเรื่องราวของไทย-กัมพูชา ตั้งแต่ก่อนจะเป็น ‘รัฐชาติ’ ยกความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ปรากฏชัดในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัชสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือ ‘เจ้าสามพระยา’ ที่ทรงขยายอำนาจเข้าไปปกครอง ‘เมืองพระนคร’ ระยะหนึ่ง โดยส่งพระราชโอรส คือ สมเด็จพระอินทราชา และ สมเด็จเจ้าพญาแพรกศรีมหาราชา ออกไปปกครอง โดยนักวิชาการท่านนี้เชื่อว่าน่าจะเป็นเหตุให้อิทธิพลทางวัฒนธรรมของกรุงศรีอยุธยาเข้าไปสู่ราชสำนักกัมพูชา เช่น อิทธิพลด้านการใช้ยศตำแหน่งและระบบราชการแบบอยุธยา
สำหรับ ‘การรับรู้เรื่องเขตแดน’ ของไทย-กัมพูชาในครั้งกรุงเก่า ฉายชัดจากทั้งพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา และพงศาวดารกัมพูชาว่ามีการ ‘ปักปันเขตแดน’ โดยอาศัย ‘พรมแดนธรรมชาติ’ คือ คลองอ่างศิลา แล้วปักจารึก จนเป็นที่มาของชื่อ ‘ด่านพระจารึก’ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดสระแก้ว
จากนั้น รศ.ดร.ศานติไล่ไทม์ไลน์ต่อมายังประเด็นการสถาปนารัฐชาติ ผู้คนและเขตแดน ซึ่งในพุทธศตวรรษที่ 23 สมัยรัตนโกสินทร์ กรอบความคิดเรื่องอาณาจักร เริ่มชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อกัมพูชายอมเป็น ‘ประเทศราช’ ของไทย และกษัตริย์กัมพูชาเสด็จเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร อันนำไปสู่การกำหนดพื้นที่ รวมถึงเขตแดนที่ชัดเจนขึ้น
ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงขอดินแดนพระตะบองและเสียมราฐ ทำให้เขตแดนของกรุงรัตนโกสินทร์ทางภาคตะวันออกไปสุดที่เมืองระสือ ซึ่งเป็นเมืองบริวารของเมืองพระตะบอง
นักวิชาการท่านนี้ ยกหลักฐานใน ‘จารึกทำเนียบหัวเมือง’ ที่คอสองพระระเบียงพระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามฯ ท่าเตียน กรุงเทพฯ มาให้อ่าน
ความตอนหนึ่งว่า
‘…เมืองระสือ เขมร ขึ้นเมืองปัตบอง สิ้นอาณาเขตต์เพียงนี้…’
เนื้อหาช่วงต่อมาของบทความ ระบุถึงการ ‘แทรกแซงของเจ้าอาณานิคม’ กับการสร้าง ‘ความแปลกแยก’ โดยนำเสนอหลักฐานในการที่ฝรั่งเศสมีความพยายามหลายประการในการที่จะตัดขาดความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม และสร้างอัตลักษณ์การรับรู้ตัวตนของคนกัมพูชาขึ้นมาใหม่ ดังที่ปรากฏชัดในวรรณกรรมที่ฝรั่งเศสพิมพ์เผยแพร่ อย่าง ‘บ็อณฎำตาเมียะฮ์’ (คำสั่งตาเมียะฮ์) ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์กัมพูชาในยุคก่อนและช่วงที่กัมพูชาตกอยู่ใต้อาณานิคมฝรั่งเศส สะท้อนสภาพบ้านเมืองกัมพูชาในภาวะสงครามอานามสยามยุทธ์ และสภาพบ้านแตกสาแหรกขาดของชาวกัมพูชา นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงภยันตรายจากการแทรกแซงของไทยและเวียดนามอีกด้วย
บทความดังกล่าว ไม่ลืมประเด็นสำคัญ อย่าง ‘แบบเรียนสร้างชาติ’ ซึ่งเป็นการปลูกฝังชาตินิยมผ่านประวัติศาสตร์กัมพูชา ที่เน้นความเป็นชาตินิยมอย่างมาก เช่น คำนำในหนังสือ ‘ประวัติศาสตร์ของประเทศกัมพูชา’ ของ ชา อวม, โผแผง และ โสม อิม ซึ่งใช้เป็นแบบเรียนประถมศึกษา
ความตอนหนึ่งว่า
‘การศึกษาประวัติศาสตร์ของชาติ ไม่ใช่มีประโยชน์แต่สำหรับการสอบเท่านั้น การศึกษาจะทำให้นางรู้ถึงเหตุการณ์ใหญ่ๆ ในอดีตกาล รู้จักมหาบุรุษของชาติ ทราบชัดถึงความเจริญรุ่งเรืองของชาติ…หรือนำให้นางพบกับความทุกข์ระทมใจที่เกิดขึ้นจากการขบถและต่างชาติ…นำให้นางตั้งความคิดให้มั่นคงเต็มที่ เพื่อยกย่องและนำให้นางมีความคิดดีงามประเภทหนึ่งซึ่งเรียกว่า ความรักชาติ…’
จากนั้น เข้าสู่หัวข้อ ‘ความขัดแย้งจากบาดแผลอาณานิคม’ ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดจากการกำหนดเขตแดน และการเขียนแผนที่ ซึ่งเกิดจากสนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส โดยเฉพาะ พ.ศ.2447 หลังวิกฤตการณ์ ร.ศ.112 ไทยต้องยอมเสียฝั่งขวาแม่น้ำโขง
ปิดท้ายด้วยการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมไทย-กัมพูชา และ ‘ปัญหากับการสร้างความรู้ความเข้าใจซึ่งกันและกัน’ ซึ่งกลายเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่ถูกนำเสนอในบริบทความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เนื่องจาก ‘วัฒนธรรม’ เป็นประเด็นหนึ่งซึ่งกัมพูชานิยมใช้สำหรับนำมาสร้างความรู้สึกชาตินิยม และปัจจุบันมีการนำมาใช้เป็นประเด็น ‘ความเมืองระหว่างประเทศ’ เช่นเดียวกับประวัติศาสตร์ ซึ่งก็ถูกหยิบมาเป็นประเด็นเช่นกัน
รศ.ดร.ศานติมองว่า การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและการลดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจึงเป็นเรื่องจำเป็นและเร่งด่วน เพื่อมิให้มีการนำข้อมูลที่ผิดพลาดทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมาผลิตซ้ำ
แม้ความเป็นจริงจะดูเหมือนเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก
พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร
เปิดสารบัญ
‘ศิลปวัฒนธรรม’ ปีที่ 47 ฉบับ ที่ 10
-สโมสรศิลปวัฒนธรรม
-แดดเริงแสง/ขรรค์ชัย บุนปาน
-ย้อนประวัติศาสตร์คำเรียกพระอิสริยยศ ‘พระอัครมเหสี’
บนหน้าประวัติศาสตร์ดินแดนไทย/ ยสินทร เรณางกูร
-ชื่นเช้า/พนม นันทพฤกษ์
-เรื่องเล็กๆ ระหว่างสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จฯ เยือนรัสเซีย/อภิรัตน์ สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง
-โคลงแปรพระพุทธไสยาสน์ : ประวัติศาสตร์ระหว่างบรรทัด/ผศ.ธนโชติ เกียรติณภัทร
-เกิดมาเพื่อ/ขุนทองกะลาเปียก
-สมบัติผู้ดีถึงมารยาทเล่มน้อย/ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย
-ข้อสังเกตบางประการเกี่ยวกับความเหมือนและความแตกต่างของประเพณีการฝังศพยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายในประเทศไทยและญี่ปุ่น/ธนิก เลิศชาญฤทธ์
-ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ร่องรอยชาตินิยมในมิติประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม/รศ.ดร.ศานติ ภักดีคำ
-เมื่อกษัตริย์สิ้นอำนาจ ใครคือผู้สร้าง ‘ชาติปาตานี’ ขึ้นมาใหม่?/ฐนพงศ์ ลือขจรชัย
-พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช มรดกโลกแห่งคาบสมุทรภาคใต้ของไทย ทบทวนองค์ความรู้และข้อสันนิษฐานใหม่/รศ.ดร.ประภัสสร์ ชูวิเชียร
-ตำนานแผนที่ไทย ภูมิศาสตร์อันคลุมเครือ คำเตือนจาก เจมส์ แมคคาร์ธี/ไกรฤกษ์ นานา
PRE-ORDER ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 16 สิงหาคม ฉบับละ 150 บาท (ค่าจัดส่ง 40 บาท)
เริ่มจัดส่ง 17 สิงหาคม ช่องทางสั่งซื้อ
https://www.silpa-mag.com/magazine
0-2589-0020 ต่อ 3352



