หน้าแรก ประชาชื่น ‘มติชน’เปิดเว...

‘มติชน’เปิดเวทีปักธง‘เศรษฐกิจสุขภาพ’ ฟื้นท่องเที่ยวไทยด้วย Longevity

15.08.26 | 12:00 น.

‘มติชน’เปิดเวทีปักธง‘เศรษฐกิจสุขภาพ’ ฟื้นท่องเที่ยวไทยด้วย Longevity


ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่อยู่ในระดับต่ำ การส่งออกที่ชะลอตัว กำลังซื้อภายในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ และภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง

สภาวะดังกล่าวยังเกิดขึ้นท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่เกิดจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามในหลายภูมิภาค รวมถึงความไม่แน่นอนด้านพลังงานและการค้า ส่งผลกระทบต่อ ‘ระบบเศรษฐกิจ’ ของประเทศต่างๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 กองบรรณาธิการมติชนจัดงานสัมมนา EXCLUSIVE MEETING ‘NEW TOURISM NEW ECONOMY: เจาะโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพ พลิกอนาคตท่องเที่ยวไทย’ เปิดเวทีแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้กำหนดนโยบาย เกี่ยวกับบทบาทของการท่องเที่ยวต่ออนาคตเศรษฐกิจไทย ที่ The Crystal Box อาคารเกษรทาวเวอร์ ชั้น 19 กรุงเทพฯ

Advertisement

บรรยากาศสุดคึกคักเพราะมีตัวแทนจากภาคธุรกิจ ราชการ, บริษัทเอกชน, SME, ตลอดจนแพทย์ และผู้ที่มีบทบาทในการร่วมขับเคลื่อนองค์กรให้ผ่านพ้นสถานการณ์วิกฤต หลั่งไหลลงทะเบียนเข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่อง

โดยทีมผู้บริหารในเครือมติชน ร่วมให้การต้อนรับ นำโดย นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นายวรศักดิ์ ประยูรศุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.มติชน, นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการ กอง บก.มติชน, นายจำลอง ดอกปิก ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการ บมจ.มติชนและนายสุพัด ทีปะลา บรรณาธิการบริหาร กอง บก.มติชน

Longevity-Wellness Economy โอกาสเศรษฐกิจอายุยืน

ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ

เปิดเวทีสัมมนาด้วย ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ขึ้นเสวนาในหัวข้อ Longevity Economy: โอกาสใหม่ของเศรษฐกิจไทย ดำเนินรายการโดย นายเอกภัทร์ เชิดธรรมธร โดยระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ใช่เพียงประเด็นด้านสาธารณสุข แต่เป็น “ไฟต์บังคับ” ของที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งปรับตัว ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากประมาณ 5.7 ล้านคนในปี 2543 เพิ่มเป็นกว่า 14.5 ล้านคนในปัจจุบัน และคาดว่าอีก 15 ปีข้างหน้าจะเพิ่มเป็นประมาณ 20 ล้านคน เมื่อคนอายุมากขึ้น ปัญหาสุขภาพก็เพิ่มขึ้นตาม ทั้งโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง คอเลสเตอรอล ความดันโลหิต และโรคประจำตัวต่างๆ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นต้นทุนของประเทศ หากไม่เตรียมรับมือ เศรษฐกิจไทยจะได้รับผลกระทบโดยตรง

หากประเทศไทยไม่ปรับตัวสร้าง Longevity Economy หรือเศรษฐกิจที่มุ่งส่งเสริมการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ จะยิ่งทำให้ภาระการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อฐานะการคลังของประเทศ และปัจจุบันภาคบริการกำลังกลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว การแพทย์ และธุรกิจด้านสุขภาพ ซึ่งเชื่อมโยงกับ Longevity Economy โดยประเทศไทยยังมีจุดแข็งหลายด้าน ทั้งสภาพอากาศที่เหมาะกับการพักผ่อนตลอดปี ความเป็นมิตรของผู้คน ความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวก แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ความปลอดภัย และอาหารไทยที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ต่อยอดสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพได้ ดังนั้น ประเทศไทยไม่ควรขายแค่อาหารอร่อย แต่ควรขายอาหารที่ทำให้สุขภาพดี อยู่แล้วอายุยืน นี่คือความท้าทายของ Wellness Economy

5 Game Changers พลิกตำราสู่ท่องเที่ยวใหม่

นิธี สีแพร

จากนั้น นิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) Executive Talk ในหัวข้อ ‘New Tourism: ยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตใหม่’ ระบุ เศรษฐกิจเพื่อสุขภาพ หรือตลาด Wellness Economy กลายเป็นเครื่องยนต์หลักตัวใหม่ที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ด้วยมูลค่ามหาศาลและความพร้อมของประเทศ โดย Wellness Tourism & Medical Wellness ถือเป็นโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพของโลกและประเทศไทย ปี 2567 เศรษฐกิจเวลเนสมีมูลค่ากว่า 6.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 7.9% เทียบกับปี 2566 ไทยมีส่วนแบ่งตลาดที่ 42.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ และคาดการณ์ว่า ปี 2572 จะโตได้กว่า 9.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ททท.กำลังเดินหน้ายุทธศาสตร์ 5 ปัจจัยจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ (Game Changers) ของอุตสาหกรรม ได้แก่ 1.Life Economy การดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งเป็นสินค้าใหม่ที่ตลาดโลกต้องการ 2.Subculture Economy เจาะกลุ่มความสนใจเฉพาะทาง อาทิ กลุ่มคนชอบออกกำลังกายหรือเต้นตามสวนสาธารณะ 3.Night Economy การสร้างมูลค่าเพิ่มจากการท่องเที่ยวในเวลากลางคืน อาทิ อาจปรับเวลาเปิดแหล่งโบราณสถาน สร้างประสบการณ์ใหม่ในการท่องเที่ยว 4.Circular Economy ท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 5.Platform Economy การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อเข้าถึงนักท่องเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

WellEra ดันไทยสู่ Better Living Destination

ฐิติพร หนูคง

ตามด้วย ฐิติพร หนูคง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ โครงการซิลเวอร์ เวลเนส บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด หรือ BDMS ได้ Executive Talk หัวข้อ ‘เจาะโอกาสเศรษฐกิจสุขภาพ พลิกอนาคตท่องเที่ยวไทย’ ระบุ หลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สวิตเซอร์แลนด์ และดูไบ ต่างใช้จุดแข็งของตนเองผลักดันอุตสาหกรรมเวลเนส โดยประเทศไทยก็มีจุดแข็งทั้งทรัพยากรธรรมชาติ อาหารไทย การบริการ การแพทย์แผนไทย และมาตรฐานการรักษาระดับสากล ซึ่งควรบูรณาการเพื่อยกระดับจาก Tourism Destination ไปสู่ Better Living Destination

โดย BDMS พัฒนาโครงการ WellEra ภายใต้แนวคิด Everyday Wellness Ecosystem for Everyone เพื่อให้การดูแลสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ใช่เพียงการรักษาเมื่อเจ็บป่วย หากทุกฝ่ายร่วมกันผลักดัน จะช่วยยกระดับประเทศไทยจากจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว ไปสู่ Better Living Destination ได้อย่างเป็นรูปธรรม

จบเสวนาครึ่งแรก เวทีได้พาทุกคนเข้าสู่ช่วง Wellness Retreat Experience โดย สุชาดา ฝ่ายสิงห์ หรือ ‘ทีน่า’ ครูสอนโยคะ, นักบำบัดด้วยเสียง และครูสอนไอซ์บาธ เจ้าของ Moonzpell Studio ที่นำเทคนิค ‘Sound Healing’ หรือการบำบัดด้วยคลื่นเสียงโดยใช้ ‘ขันทิเบต’ มาชวนผู้ร่วมงานผ่อนคลายร่างกายและกลับมาอยู่กับลมหายใจ ในปัจจุบันขณะ

Wellness…Next S-Curve พลิกเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวไทย

นพ.นพรัตน์ พานทองวิริยะกุล

ปิดท้ายเวทีด้วยสัมภาษณ์พิเศษหัวข้อ ‘Next Gen Business Talk’ โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญร่วมเวที ได้แก่ พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทพราวและบริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) และ นพ.นพรัตน์ พานทองวิริยะกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH) ดำเนินรายการโดย นายอติรุจ กิตติพัฒนะ

พราวพุธ ลิปตพัลลภ

พราวพุธระบุ ธุรกิจ Wellness เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความแตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการ เนื่องจากผู้บริโภคพร้อมจ่ายเพิ่มเพื่อบริการที่ตอบโจทย์สุขภาพ โดยประเทศไทยมีต้นทุนสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสุขภาพ ทั้งวัฒนธรรมไทย อาหารไทย สมุนไพรไทย การแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่มีอยู่แล้ว หากภาครัฐและเอกชนร่วมกันพัฒนา Wellness Ecosystem จะช่วยเปลี่ยนศักยภาพเหล่านี้ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ และยกระดับไทยจากการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางท่องเที่ยว ไปสู่ Wellness Integrated Destination ที่สร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว

ปัจจุบันบริษัทได้นำแนวคิดดังกล่าวมาพัฒนาโครงการ Wellness Residence ร่วมกับโรงพยาบาลบีเอ็นเอช โดยออกแบบตั้งแต่ต้นทางให้เป็นที่อยู่อาศัยที่ส่งเสริมสุขภาพ ตั้งแต่ทำเลในย่านสาทร-สีลม ซึ่งเชื่อมต่อพื้นที่ทำงาน โรงเรียน และสวนสาธารณะ ไปจนถึงการออกแบบอาคารสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยแบบ “Vertical Home” พร้อมพัฒนาบริการ Health Butler
ที่ดูแลด้านสุขภาพครบวงจร

Wellness Tourism หนุนเทรนด์ใหม่ที่พักใกล้ รพ.

นพ.นพรัตน์ระบุ คำว่า Wellness มีความหมายกว้างมากๆ แล้วแต่ว่าใครจะตีความยังไง แต่ในส่วนมุมมองของทางการแพทย์คือ การส่งเสริมให้คนมีสุขภาพที่ดี ตั้งแต่การรักษาที่ดี การป้องกันโรคที่ดี และก็การส่งเสริมสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ ปัจจุบัน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เริ่มมีเทรนด์ซื้อที่อยู่อาศัยใกล้กับโรงพยาบาล เทรนด์ดังกล่าวเริ่มมามีอิทธิพลกับประเทศไทย ยกตัวอย่าง หากผู้ป่วยเกิดอาการ stroke ผู้ป่วยจะมีเวลาแค่ 4 นาทีก่อนที่เซลล์สมองจะเริ่มตาย หากผู้ป่วยอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร มีฝนตก รถติด การเดินทางไปยังโรงพยาบาลไม่รู้จะใช้เวลากี่นาที แต่หากเรามีบ้านอยู่ใกล้โรงพยาบาลการเดินทางอาจใช้เวลาประมาณ 1 นาที

นักท่องเที่ยวที่เข้ามารักษาตัวในประเทศไทยจำเป็นต้องมีที่อยู่อาศัยหากมีครอบครัวมาด้วยจะยิ่งเพิ่มกิจกรรมที่ทำในประเทศนั้นด้วย ทั้งการช้อปปิ้ง การนวด การสปา การเสริมความงาม จึงทำให้ระยะเวลาที่ต้องอาศัยในประเทศและค่าใช้จ่ายก็เพิ่มมากขึ้นตาม

ผู้ฟังมากประสบการณ์ร่วมแลกเปลี่ยนวิทยากร

มาริสา สุโกศล หนุนภักดี

ตลอดการสัมมนาในแต่ละเซ็กชั่นที่วิทยากรพูด ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าฟังซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวได้ซักถาม เพื่อสะท้อนมุมมองอันจะเป็นประโยชน์ในทิศทางการท่องเที่ยวใหม่ ในฐานะเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจของไทย

โดย มาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมโรงแรมไทย ตั้งถามว่า ในการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการโปรโมต Wellness Medical Tourism ประเทศไทยยังไม่มีเจ้าภาพหลักในการพัฒนาเรื่องนี้ ในแง่ของการท่องเที่ยวไม่มีเจ้าภาพ ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขก็ไม่ได้เข้ามาโปรโมตหรือสร้าง Marketplace ให้กับผู้ประกอบการ ทำให้บางครั้งข้อมูลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ไม่ได้อยู่ในสตรีมเดียวกัน จึงอยากทราบว่าควรมีวิธีการอย่างไรในการโปรโมตเรื่องนี้ในระดับประเทศ?

ศุภวุฒิตอบว่า ยอมรับว่าไม่ทราบเหมือนกัน เพราะหน่วยราชการไทยมีอยู่เยอะ หลายๆ กรณีต่างคน ต่างทำ และมันไม่ปะติดปะต่อกันเท่าไหร่ ขอรับเอาไว้ เพราะตอนคุยกับกรรมการสภาพัฒน์ (สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ) อาจจะนำเสนอว่ามีเจ้าภาพได้ไหม ดังนั้นต้องเรียนตรงๆ เรื่องไม่มีเจ้าภาพนี้หลายเรื่อง

นอกจากนี้ ยังมีตัวแทนภาคเอกชน อุไรวรรณ สุขสงวน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศิภาเรียลเอสเตท สอบถามว่า ในตึกมีแบ่งเป็นเซ็กชั่นหรือไม่ เช่น ชั้นสำหรับผู้สูงอายุอยู่ และมี Facility รองรับตรงนี้ หากเกิดเหตุการณ์ที่กะทันหันที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายด้วยวีลแชร์ ต้องใช้เปลพยาบาล (Stretcher) เรามีลิฟต์รองรับหรือไม่?

พราวพุธตอบว่า ถ้าพูดถึงเปลพยาบาล ของเราการันตีว่าถึงมือหมอได้ภายใน 5 นาที ทดสอบกันมาแล้ว ตั้งแต่ห้องฉุกเฉินในโครงการ เข็นออกมา ลิฟต์ของเรารองรับ Stretcher เข้าถึงได้ และด้วยความเร็วของลิฟต์ ไปจนถึงทางเดินร่วม (Corridor) รวมไปถึง วีลแชร์ เข้าถึงได้เช่นกัน และทางโรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH) ได้ Assign เรื่อง ‘Family Doctor’ เข้ามา ไม่ใช่ฝ่ายอายุรกรรม แต่เป็นคนที่ดูแลการใช้ชีวิตประจำวัน สอบถามตั้งแต่ Medical History แนะนำการกิน nutrition ว่าควรจะต้องทำอย่างไร รวมไปถึงให้คำแนะนำ ในแง่การใช้ชีวิต การออกกำลังกาย

“เราออกแบบโครงการมาสำหรับทุกเพศทุกวัยโดยมองว่า Facility ทุกอย่างที่เรามี เหมือนกับเป็น ‘ฮาร์ดแวร์’ หรือแพลตฟอร์ม ส่วนในแง่ของ ‘ซอฟต์แวร์’ ว่าแต่ละคนจะอยากใช้ฮาร์ดแวร์ในการทำอะไร สามารถ Customize ได้ ผ่านทางคำแนะนำของ Family Doctor รวมไปถึง Health Butler ของเราเองด้วย” พราวพุธตอบทิ้งท้าย

ตลอด 4 ชั่วโมงของเวทีสัมมนาเกิดการวิเคราะห์โอกาสและความท้าทาย พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางในการยกระดับ ‘การท่องเที่ยวไทย’ สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการใช้ ‘จุดแข็งของประเทศ’ ที่มีอยู่แล้วในหลากหลายมิติ ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลง

ทีมเศรษฐกิจมติชน