
จากมัสยิดบางอ้อถึงรัฐสภา
ข้ามฝั่งเจ้าพระยาค้านทางเดินริมน้ำ
ขอช่วยปกป้อง ‘พื้นที่อัตลักษณ์’
แนวโน้มคงยังไม่จบง่ายๆ สำหรับกรณี ‘ถนนหลังเขื่อนตามโครงการพัฒนาริมน้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด’ ซึ่งชาวบ้านเคยร่วมกันแถลงคัดค้านมาแล้วตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ทั้งยังเคยเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในวันดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ วันสุดท้ายในสมัยแรก ขอให้ยกเลิกโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด หรือโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ล่าสุด 13 สิงหาคมที่ผ่านมา ชาวบ้านนัดหมายรวมตัวกันที่ ‘มัสยิดบางอ้อ’ ลงเรือมุ่งหน้าอาคารรัฐสภา เกียกกาย เพื่อยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ขอให้ติดตามและตรวจสอบโครงการดังกล่าว ซึ่งเดิมมีจุดเริ่มต้นจากแนวคิดการพัฒนาทางเดินและทางจักรยานริมแม่น้ำเจ้าพระยาในยุคอดีตผู้ว่าฯอัศวิน ขวัญเมือง ก่อนจะมีการปรับรายละเอียดโครงการมาอย่างต่อเนื่อง จนเข้าสู่การพิจารณาของสภากรุงเทพมหานครในสมัยชัชชาติ 1 โดยเมื่อเดือนกันยายน 2568
สภา กทม.มีมติเสียงข้างมากเห็นชอบโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการผูกพัน 2 ปี ระหว่างปี 2569-2570 เงินงบประมาณ 264,268,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่ออกมาคัดค้านอย่างต่อเนื่อง
จี้ยุติทั้ง 12 บล็อก หวั่นใจ ‘ความไม่ชัดเจน’
3 เดือนไร้หนังสือทางการ
นิศานาถ โยธาสมุทร ตัวแทน ‘กลุ่มคัดค้านถนนหลังเขื่อนเขตบางพลัด’ เผยถึงสาเหตุการยื่นหนังสือในครั้งนี้ว่า ในนามกลุ่มคัดค้านถนนหลังเขื่อนเขตบางพลัด 7.5 กิโลเมตรในเขตบางพลัด ตั้งแต่ปลายปี’68 มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้เข้ามาสนับสนุน จัดเวทีพูดคุยกัน และที่ผ่านมาทาง กทม.พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทางชุมชน ได้มีการบันทึกข้อเรียกร้องต่างๆ ไว้ รวมทั้งทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยผู้ว่าฯกทม.ได้รับเรื่องไว้ในช่วงวันสุดท้ายก่อนหมดวาระการดำรงตำแหน่ง หลังจากนั้นมีการติดตามเรื่องเพราะหนังสือที่ยื่นไปไม่ได้รับการติดต่อกลับมา
ต่อมาเมื่อผู้ว่าฯกทม.และทีมบริหารกลับมาดำรงตำแหน่งอีกสมัย ก็มีการประสานอย่างไม่เป็นทางการ ได้ข่าวว่าโครงการนี้จะระงับแล้วทางประชาชนเองก็ดีใจ แต่ยังไม่มีหนังสืออะไรตอบกลับมา ทางกลุ่มได้ตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบของ กทม. พบว่ายังมีแผนดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าว และมีข้อมูลข่าวสารว่าจะดำเนินการเฉพาะบางพื้นที่ที่มีบ้านเรือนไม่หนาแน่น

“ในฐานะตัวแทนกลุ่มคัดค้านทั้ง 12 บล็อก ยืนยันว่าในทุกพื้นที่มีบ้านเรือนประชาชนอาศัยอยู่ โดยเฉพาะบล็อก 12 คาดว่าจะมีการปรับแผนดำเนินการ ก็ยังมีบ้านเรือนประชาชนอยู่เช่นกัน จุดยืนของเราคือต้องการให้ยุติการดำเนินการทั้งหมดในพื้นที่ 12 บล็อก เขตบางพลัด เพราะทุกบ้านเรือนมีความสำคัญต่อการทำงานของภาคประชาชน และเป็นสิทธิที่เราต้องออกมาปกป้อง
กลุ่มได้ดำเนินการคัดค้านมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังเกิดความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวทางว่าสุดท้ายแล้วจะดำเนินการอย่างไร เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีหนังสือ หรือเอกสารอย่างเป็นทางการแจ้งมายังกลุ่ม มีเพียงข้อมูลจากข่าวเท่านั้น โดยตอนนี้ผ่านมา 3 เดือนแล้ว ยื่นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ตอนนี้เดือนสิงหาคมซึ่งเกิน 60 วันมาแล้ว ชาวบ้านกังวลในแง่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เช่นมีการฟ้องว่าเลย 60 วันแล้ว ทำไมคุณไม่ทวงถาม มันก็จะมีปัญหา” นิศานาถกล่าว

มอบ 8 เอกสารถึงมือ กมธ. ขอช่วย ‘เฝ้าระวัง’
ชาวบ้านหวังปกป้อง ‘พื้นที่อัตลักษณ์’
นิศานาถย้ำว่า ประเด็นสำคัญวันนี้คือ ขอให้ช่วยเฝ้าระวังโครงการนี้ เป็นการสอดส่องช่วยดูแลไปพร้อมกัน ทั้งฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ พวกตนมาในฐานะประชาชนที่ต้องการปกป้องสิทธิพื้นฐานของประชาชน ในเอกสารทั้งหมดที่แนบมี 8 ชิ้นด้วยกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ค่อนข้างสลับซับซ้อน และบางเรื่องสาธารณะไม่เคยทราบมาก่อน พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรมในการค้าขายมาตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน ซึ่งต้องใช้เวลาในการศึกษา ก่อนอื่นคือต้องการให้ข้อมูลทั้งหมดถึงมือทุกฝ่ายของหน่วยงานรัฐ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายบริหาร ฝ่ายบริหารท้องถิ่น กทม. และฝ่ายนิติบัญญัติ ทุกฝ่ายต้องมีข้อมูลเพื่อที่จะได้ทราบว่าพี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาจากเรื่องอะไรบ้าง มีรายละเอียด และเราจะได้ตรวจสอบเช็กข้อมูลว่าที่เรานำส่งมาทางกรรมาธิการถูกต้องแล้วหรือยัง



“ในข้อมูลทั้ง 8 ชิ้น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จนกระทั่งเป็นหนังสือ นำเสนอวัตถุประสงค์ว่าอยากจะรบกวนทางกรรมาธิการเฝ้าระวัง ติดตามข้อมูลที่ได้นำยื่นเอาไว้ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นที่เราเพียงที่เดียว แต่เป็นผลจากโครงการแผนแม่บทการพัฒนาริมฝั่งเจ้าพระยาแผนใหญ่ ซึ่งมีแผนย่อยอยู่ในนั้น 12 แผน และแผนแรกที่ทำคือถนนในแม่น้ำ ซึ่งถูกระงับไปแล้วโดยศาลปกครอง และนี่ก็คืออีกโครงการหนึ่งในแผนใหญ่ สิ่งเหล่านี้พอเกิดขึ้น ปรากฏว่าตามหนังสือขาดขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็น ขั้นตอนของการมีส่วนร่วมก็หายไปในกระบวนการ และขาดการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย สังคมและวัฒนธรรม รวมถึงผลกระทบต่อที่ดินริมน้ำซึ่งพอชี้ว่าเป็นพื้นที่สาธารณะที่เป็นริมน้ำ ตรงนี้ไม่จริง จะต้องมาพิสูจน์ต่อไป แต่วัตถุประสงค์จริงคือ เราต้องการพิทักษ์พื้นที่ทั้งหมดของเขตบางพลัดที่อยู่ริมน้ำ งบประมาณที่ใช้ 264 ล้านบาทนี้เพื่อปั่นจักรยานเหรอ ซึ่งเราอยากให้ทบทวนตรงนี้” นิศานาถอธิบาย
‘โรม’ รับเรื่อง จ่อเรียกทุกฝ่ายแจง
ย้ำ ยึดประโยชน์ประชาชน
ด้าน รังสิมันต์ โรม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน รับหนังสือพร้อมกล่าวขอบคุณ โดยเผยตามหลักการว่าจะรับฟังทุกฝ่ายเพื่อความเป็นธรรม
“การมายื่นหนังสือของพี่น้องประชาชนที่เข้ามายังสภาแห่งนี้ต้องอาศัยความกล้าหาญ เพราะการรวบรวมข้อมูล หลักฐาน เอกสารทั้งหมดมาได้ถึงขนาดนี้ เชื่อว่าต้องมีความเพียรพยายามเป็นอย่างมาก ด้วยความเดือดร้อน ความลำบากใจ และความกังวลเป็นห่วงชุมชนเป็นเรื่องสำคัญที่พวกเราในฐานะสภาผู้แทนราษฎรไม่อาจเพิกเฉยได้ เราจะรับเรื่องร้องเรียนนี้ด้วยความเต็มใจ และดำเนินการตรวจสอบโครงการต่อไป และเท่าที่ทราบรายละเอียดจากหนังสือ ได้มีการดำเนินการไปพอสมควร เรียกได้ว่าร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั้งในส่วนของ กทม.และ กสม. ดังนั้นจะรวบรวมข้อมูล และตามที่ทางกลุ่มคัดค้านได้ร้องขอให้มีการจับตาโครงการนี้ พวกเรายืนยันว่าจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการเฝ้าระวัง

ขณะเดียวกันต้องพูดด้วยความเป็นธรรมว่า เราต้องฟังทุกฝ่าย เพื่อที่จะได้เอาข้อมูลทั้งหมด ทั้งในส่วนของพี่น้องประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบ และในส่วนของภาครัฐว่ามีเหตุผล มีความจำเป็นในการดำเนินการอย่างไร แต่แน่นอนว่าถึงที่สุด เรายึดผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญสูงสุด เพราะคงไม่มีประโยชน์อะไรถ้าสุดท้ายโครงการของรัฐนำไปสู่การทำลายชุมชน
ดังนั้น เชื่อว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในการปกป้องสิทธิชุมชน สิทธิประชาชนต่างๆ จำเป็นที่จะต้องได้รับความสำคัญสูงสุด เป็นสิ่งที่เราจะดำเนินการ หลังรับเรื่องแล้ว จะนำเข้าสู่ระบบ เพื่อให้มีเอกสารแจ้งหน่วยงานว่าเรื่องดังกล่าวได้ส่งเข้ามายังคณะกรรมาธิการแล้ว จากนั้นจะตรวจสอบเบื้องต้นเพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินการต่อไป โดยการให้ทุกฝ่ายเข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการตามที่มีการร้องเรียนมา ถือเป็นสิ่งแรกที่สามารถดำเนินการได้ และจะมีการแจ้งความคืบหน้าต่อไป” รังสิมันต์เผย ก่อนทิ้งท้ายว่า
เชื่อว่าเรื่องนี้จะมีความคืบหน้าโดยไม่ชักช้า
อคิรา ทองโม้


