แท็งก์ความคิด : สงขลาสู่มรดกโลก
กิจกรรมอย่างหนึ่งในการอบรมของวิทยาลัยพลังงานคือไปดูแท่นขุดเจาะพลังงานของไทย
แท่นขุดเจาะมีทั้งบนดินและในทะเล
วันที่ไปนั้นมีกำหนดไปแท่นปลาทอง ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ยุคโชติช่วงชัชวาล
เมื่อก่อนบริษัทต่างชาติมาสร้างไว้ ปัจจุบัน ปตท.สผ.รับสัมปทาน ดำเนินการขุดเจาะเอาก๊าซและน้ำมันขึ้นมา
แต่ปริมาณก๊าซและน้ำมันที่ไทยมีนั้น เมื่อเทียบกับที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ต้องบอกว่า ยังไม่เพียงพอ
ก๊าซที่เราสามารถขุดเจาะและนำขึ้นมาใช้เอง ยังมีแค่ 61 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่ใช้กันทุกเดือน
นี่คือสาเหตุที่ไทยต้องนำเข้าก๊าซ
ยิ่งน้ำมันยิ่งหนักกว่าก๊าซ เพราะไทยผลิตได้น้อยมาก ต้องนำเข้าถึง 90 เปอร์เซ็นต์
เราจึงต้องประหยัดพลังงาน เพราะทุกๆ การใช้งานคือค่าใช้จ่าย
เป็นค่าใช้จ่ายของประเทศและเป็นค่าใช้จ่ายของเรา
วกกลับมาทริปดูแท่นขุดเจาะพลังงาน ก่อนจะถึงวันเวลาที่ไปเยี่ยมชมดูงานกลางทะเล ได้มีโอกาสแวะเวียนไปฟังเครือข่ายคนรักสงขลาบอกเล่าการต่อสู้ของพวกเขาเพื่อให้จังหวัดได้ตราประทับจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก
มรดกโลกคือสถานที่ทางวัฒนธรรม หรือธรรมชาติ หรือธรรมชาติและวัฒนธรรม ที่มีค่า โดดเด่นเป็นสากล
หากสามารถขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว คนรุ่นต่อๆ ไปจะได้เรียนรู้คุณค่าต่างๆ
เกณฑ์การได้รับการพิจารณาให้ได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก 10 เกณฑ์ แบ่งเป็นวัฒนธรรม 6 และธรรมชาติ 4
สงขลาตรงกับเกณฑ์ทางวัฒนธรรม
หนึ่ง เป็นผลงานชิ้นเอกของมนุษยชาติ
สอง เป็นสถานที่ที่หลากหลายวัฒนธรรมมาแลกเปลี่ยนกัน
สาม เป็นประจักษ์พยานความโดดเด่นทางวัฒนธรรมที่ยังคงอยู่
สี่ ความโดดเด่นทางด้านสิ่งปลูกสร้าง หรือสถาปัตยกรรมที่สะท้อนยุคสมัยที่สำคัญ
ห้า เป็นสถานที่ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์
หก ความเกี่ยวข้องเกี่ยวกับเหตุการณ์ ความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม ที่เป็นสากล
มรดกโลกขณะนี้ มี 1,273 แห่ง อยู่ใน 173 ประเทศ เป็นแหล่งทางวัฒนธรรม 991 แห่ง ธรรมชาติ 240 แห่ง ผสม 142 แห่ง
ไทยมีด้วยกัน 9 แห่ง ประกอบด้วย อยุธยา สุโขทัย ห้วยขาแข้ง บ้านเชียง ดงพญาเย็น แก่งกระจาน ศรีเทพ ภูพระบาท และพระธาตุนครศรีฯ
สงขลาต้องการเป็นมรดกโลกเช่นกัน หากสามารถขึ้นทะเบียนได้ คนทั่วโลกจะสนใจ
สงขลาเป็นพื้นที่ที่มีผู้คนมาตั้งถิ่นฐานมากกว่า 2,000 ปี ไม่นับยุคประวัติศาสตร์นะ
ได้รับการประกาศให้สงขลาเป็นเมืองเก่า ที่เคยเป็นเมืองหลวงของรัฐ เช่นเดียวกับ เชียงใหม่ ลำพูน ลพบุรี
ปีนังได้รับการประกาศขึ้นทะเบียน 2551 ขณะที่สงขลาใกล้ชิดกับปีนัง มีสภาพไม่ต่างกัน
เมื่อปีนังขึ้นทะเบียนได้ สงขลาก็น่าจะมีโอกาสสูง
รายได้การท่องเที่ยวสงขลา พึ่งพามาเลเซีย 90 เปอร์เซ็นต์ จึงอยากให้ชาติอื่นๆ เข้าเที่ยวมากขึ้น
ยิ่งเกิดเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ทำให้โลกคิดว่าพื้นที่สงขลาอันตราย
แต่การได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลกจะช่วยให้ทั่วโลกมั่นใจมากขึ้นว่ามาเที่ยวได้
สิ่งที่ประทับใจคือกลุ่มคนที่ผลักดันให้สงขลาเป็นมรดกโลกคือคนสงขลา
การผลักดันดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก ปตท.สผ.ซึ่งเป็นภาคเอกชน
ตอนนี้รัฐบาลก็รับลูก และวางเป้าหมายที่จะทำให้ความฝันชาวสงขลาประสบความสำเร็จ
เชื่อว่าได้ร่วมมือร่วมใจกันเช่นนี้ อีกไม่นานคงประสบผล
เพราะเมืองสงขลามีของดีอยู่เต็มเมือง
เป็นพื้นที่คาบสมุทร เป็นเมืองเก่าที่มีความเป็นมา มีทะเลสาบสงขลาขนาดใหญ่
มีทั้งน้ำเค็ม น้ำกร่อย และน้ำจืด
มีวัฒนธรรมทั้งพราหมณ์ พุทธ อิสลาม
เมื่อผสมผสานกันแล้ว แม้เมืองจะเก่าแต่ยังมีจิตวิญญาณ
สิ่งสำคัญที่ต้องตอกย้ำกัน นั่นคือ พื้นที่แห่งนี้สามารถท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจ
มีความปลอดภัยเป็นปกติ
ก่อนที่เมืองสงขลาจะได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก ซึ่งคงอีกหลายปี บรรดานักท่องเที่ยวชาวไทยไม่ต้องรอ
ใครสนใจสัมผัสเมืองเก่า อยากแวะเวียนไปดูสถานที่ ไปชิมอาหาร ไปสัมผัสวัฒนธรรมผสมผสาน
ไปสงขลากันได้เลยตั้งแต่บัดนี้
จังหวัดนี้มีทั้งประวัติศาสตร์ ความเป็นอยู่ และอื่นๆ ที่น่าสัมผัส เหมาะสำหรับไปพักผ่อนไม่ใช่น้อย
นฤตย์ เสกธีระ

