นับถอยหลัง เปิด ‘สกายวอล์กราชวิถี’ เฟสแรก
รีโนเวตใหญ่ใน 2 ทศวรรษ
หลังตัดริบบิ้นดำเนินการมานานกว่า 1 ปี ‘ทางเดินลอยฟ้าราชวิถี (Rajavithi Skywalk)’ ช่วงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-แยกตึกชัย 1.341 กิโลเมตร เตรียมแกรนด์โอเพนนิ่งอย่างยิ่งใหญ่ด้วยรอยยิ้มประชาชนคนกรุงเทพฯ ทั้งตามบัตรประชาชนและประชากรแฝง ผู้อิงอาศัย ใช้ชีวิตในเมืองฟ้าอมร
ย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2568 กรุงเทพมหานครเปิดเผยถึงรายละเอียดโครงการดังกล่าว ซึ่งเริ่มต้นสัญญาไปตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2568 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 13 เมษายน 2569 ระยะเวลาดำเนินการ 360 วัน โดยก่อนหน้านั้น กทม.ได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง (UDDC) คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกลุ่ม BIG TREES ดำเนินการสำรวจสุขภาพต้นไม้พื้นที่ก่อสร้าง รวม 197 ต้น พร้อมแผนล้อมย้าย-ตัดแต่ง-ถอนต้นป่วย เพื่อเตรียมความพร้อมในการก่อสร้างสกายวอล์ก โดยยังคงอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ก่อสร้างโครงการ
ตุลาฯมาแน่ เตรียมวอล์กรอบอนุสาวรีย์ชัยฯ
สำหรับโครงการทางเดินลอยฟ้าราชวิถี (Rajavithi Skywalk) มีกำหนดการเริ่มต้นก่อสร้างในแต่ละจุด รอบพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เกาะพหลโยธิน เกาะราชวิถี รพ.ราชวิถี-สถาบันโรคผิวหนัง รพ.เด็ก-ม.มหิดล องค์การทหารผ่านศึก ศูนย์แพทย์พระมงกุฎฯ-มูลนิธิช่วยคนตาบอด ให้เดินได้เดินดี เดินถึงกันได้อย่างสะดวก ปลอดภัย
ตัดภาพมายังปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้าล่าสุดของโครงการดังกล่าวซึ่งนับเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี เติมเต็มโครงข่ายทางเดินเท้าในย่านการแพทย์ และเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ ณ แลนด์มาร์กสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด ‘สะดวก ปลอดภัย มีร่มเงา’ โดยตั้งเป้าอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่ก่อสร้างโครงการไว้มากที่สุด มีการจับมือภาคีฯสำรวจสุขภาพต้นไม้พื้นที่ก่อสร้าง รวม 197 ต้น พร้อมล้อมย้าย ตัดแต่ง ถอนต้นป่วย
จ่อเปิดใช้งานสกายวอล์กเกาะราชวิถีและเกาะพหลโยธินในต้นเดือนตุลาคมนี้


เฟสแรกจ่อพร้อมใช้
‘โซนราชวิถี-พหลโยธิน’
พร้อมปรับสะพานลอยเดิมเชื่อมไร้รอยต่อ
สกายวอล์กราชวิถี บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิถึงแยกตึกชัย ประกอบด้วยหลังคาทางเดิน ทางขึ้น-ลง ลิฟต์ ทางเชื่อม ระบบระบายน้ำ ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง รวมถึงป้ายและเครื่องหมายจราจร โดยภายในต้นเดือนตุลาคมนี้เตรียมเปิดใช้งานสกายวอล์กบริเวณโซน A เกาะราชวิถี และโซน B เกาะพหลโยธิน เชื่อมต่อทางเดินจากสถานีรถไฟฟ้า BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งหัวมุมโรงพยาบาลราชวิถี วนไปบรรจบกับปลายทางของสกายวอล์กเดิมบริเวณแนวใต้รถไฟฟ้า ซึ่งอยู่บริเวณหัวมุมทางแยกเข้าถนนพหลโยธิน
สำหรับจุดเชื่อมต่อระหว่างสกายวอล์กทั้ง 2 เกาะ จะใช้โครงสร้างบันไดเดิมของสะพานลอยคนข้ามถนนราชวิถี โดยปรับปรุงด้วยวัสดุที่ใช้ในสกายวอล์กใหม่ เพื่อให้มีรูปแบบและภาพรวมเป็นเนื้อเดียวกัน การเปิดใช้งานในครั้งนี้จะช่วยเติมเต็มอีกครึ่งหนึ่งของทางเดินลอยฟ้ารอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งมีเพียงครึ่งวงกลมมาเป็นเวลามากกว่า 20 ปี ให้เชื่อมต่อเป็นวงกลมสมบูรณ์ ช่วยให้ประชาชนสามารถเดินทางเชื่อมต่อโดยรอบพื้นที่ได้สะดวกยิ่งขึ้น


Universal Design จัดเต็มทางเดินกว้าง 4 เมตร
โรยทรายกันลื่น ปูพื้นอักษรเบรล
สำหรับการออกแบบสกายวอล์กราชวิถีมุ่งเน้นหลัก Universal Design เพื่อรองรับการใช้งานของประชาชนทุกกลุ่ม เนื่องจากเส้นทางดังกล่าวเป็นจุดเชื่อมต่อไปยังสถานพยาบาลหลายแห่ง จึงออกแบบทางเดินให้มีความกว้าง 4 เมตร พร้อมเว้นพื้นที่ให้โล่ง โดยไม่ปลูกไม้ประดับ เพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งานและอำนวยความสะดวกแก่รถเข็นและเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ให้สามารถสัญจรได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
นอกจากนี้ ยังติดตั้งลิฟต์สาธารณะ 4 จุด ได้แก่ บริเวณเกาะราชวิถีและเกาะพหลโยธิน ฝั่งละ 1 จุด และบริเวณถนนราชวิถีอีก 2 จุด

ส่วนพื้นผิวทางเดินใช้วัสดุเคลือบผิวคอนกรีตด้วยระบบโพลียูรีเทนไร้รอยต่อ หรือ PU (Polyurethane Floor System) พร้อมโรยทรายกันลื่น ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกับที่ใช้ในโครงการสะพานเขียว มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนทานต่อความชื้นและการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิได้ดี ใช้โทนสีที่กลมกลืนกับภูมิทัศน์ ดูแลรักษาง่าย พร้อมติดตั้งบล็อกปูพื้นอักษรเบรลตลอดเส้นทาง
เชื่อม ‘ย่านการแพทย์’ จากรถไฟฟ้าสู่โรงพยาบาล
สะดวก ปลอดภัย ไวมาก
โครงการสกายวอล์กราชวิถีมีหัวใจสำคัญคือการเติมเต็มโครงข่ายทางเดินเท้า เชื่อมโยงย่านการแพทย์เข้ากับระบบขนส่งสาธารณะ โดยอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ และเป็นศูนย์รวมสถานพยาบาลชั้นนำหลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โรงพยาบาลราชวิถี สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี สถาบันโรคผิวหนัง และโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน ซึ่งมีประชาชนเดินทางมาใช้บริการและสัญจรในพื้นที่เป็นจำนวนมาก


สกายวอล์กดังกล่าวจึงมีส่วนช่วยยกระดับความปลอดภัยในการเดินทาง พร้อมเชื่อมต่อเส้นทางจากสถานีรถไฟฟ้าไปยังโรงพยาบาลและสถานพยาบาลต่างๆ ได้อย่างสะดวก ราบรื่น และไร้รอยต่อ
ชาวกรุงปักหมุดรอสัมผัสทุกย่างก้าวในเดือนตุลาคมนี้
ทีมข่าวเฉพาะกิจ
/////////////////////////
ผ่านเจรจาทุกภาคส่วน หวังกรุงเทพฯ ‘เดินได้เดินดี’
เอกวรัญญู อัมระปาล ครั้งดำรงตำแหน่งโฆษกของกรุงเทพมหานคร ในยุค ‘ชัชชาติ 1’ เผยว่า การออกแบบ ‘ทางเดินลอยฟ้าราชวิถี’ ดำเนินการภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมอย่างรอบด้าน ทั้งแบบทวิภาคีและพหุภาคี มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดความร่วมมือร่วมใจอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านราชวิถี-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูง ประกอบด้วยโรงพยาบาลหลักหลายแห่ง เช่น รพ.ราชวิถี รพ.พระมงกุฎเกล้า รพ.รามาธิบดี และยังเป็นที่ตั้งของโรงเรียนสอนคนตาบอด การออกแบบจึงให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการทางสายตาและกลุ่มเปราะบางอื่นๆ โดยเน้นความสะดวกปลอดภัยตลอดเส้นทาง
ที่สำคัญคือเสาของสกายวอล์กทั้งหมดจะไม่ปักลงบนทางเท้าสาธารณะเลย เพื่อไม่ให้กระทบต่อการสัญจรของประชาชนโดยรวม แต่จะวางในรั้วตลอดแนวทางเท้า ซึ่งเป็นผลจากกระบวนการเจรจาสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และเมื่อโครงการแล้วเสร็จจะสามารถใช้เป็นหลังคาบังแดดบังฝนให้กับผู้เดินเท้าได้ตลอดแนว เพื่อให้กรุงเทพฯเป็นเมืองเดินได้ เดินดี น่าเดินอย่างแท้จริง
สำหรับโครงการดังกล่าว แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 ช่วงแยกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-แยกตึกชัย เชื่อมทางเดินลอยฟ้า โรงพยาบาลรามาธิบดี ระยะทาง 1 กิโลเมตร และช่วงที่ 2 ช่วงเกาะราชวิถีและเกาะพหลโยธิน ระยะทาง 341 เมตร

