โอวาท ‘เลี้ยงส่ง’ ข้าราชการไทยรุ่น 21 รับทุนลัดฟ้า เรียนภาษา-วัฒนธรรมจีน ขอนำความรู้‘สร้างโอกาสใหม่’
สานสัมพันธ์ยาวนานผ่านทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และกิจกรรมหลากหลาย ระหว่างจีน-ไทย ส่งผลให้ 2 ชาติไม่เคยห่างไกลจากคำว่า ‘พี่น้อง’
3 กันยายนที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย จัดงานเลี้ยงส่งนักศึกษาหลักสูตรภาษาจีนกลางสำหรับข้าราชการ รุ่นที่ 21 จำนวน 40 คน ที่จะบินลัดฟ้าไปศึกษาต่อด้านภาษาและวัฒนธรรมจีน ณ สถาบันภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง (BLCC) กรุงปักกิ่ง เป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันนี้ 7 กันยายน 2569-10 กรกฎาคม 2570 บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นดังเช่นที่เคยเป็นมา

‘พินิจ’ ให้โอวาท นำความรู้ ‘พัฒนาชาติ’
สร้าง ‘โอกาสใหม่’ ไทย-จีน
พินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ นำทีมสภาฯ ร่วมงานพร้อมหน้า โดยขึ้นกล่าวโอวาทว่า วันนี้นับเป็นโอกาสที่น่าภาคภูมิใจของสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ที่ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมและสนับสนุนข้าราชการไทยให้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาภาษาจีนกลางและเรียนรู้วัฒนธรรมจีน ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นมายาวนาน และความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศก็มีความใกล้ชิดเหมือนพี่น้อง การศึกษาและการแลกเปลี่ยนบุคลากรจึงเป็นหนึ่งกลไกสำคัญที่จะช่วยสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
“ขอให้ทุกท่านตระหนักว่า เมื่อเดินทางไปอยู่ที่ประเทศจีน ท่านไม่ได้เป็นเพียงนักเรียนหรือผู้ได้รับทุนเท่านั้น แต่ท่านคือตัวแทนของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในผู้ที่จะช่วยสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนไทยกับประชาชนจีน ตั้งใจศึกษาเรียนรู้ เปิดใจรับฟังและทำความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม เคารพกฎระเบียบของประเทศจีน และใช้ทุกโอกาสในการสร้างมิตรภาพกับเพื่อนชาวจีนและนานาประเทศ
ที่สำคัญ ขอให้นำความรู้ด้านภาษาจีนกลับมาใช้ในการทำงาน โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของไทยและจีน เพราะในโลกปัจจุบัน ภาษาไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการสื่อสาร แต่เป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้าใจ สร้างความไว้วางใจ และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับประเทศ
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ได้รับทุนรุ่นนี้จะเป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมโยงประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน และจะเป็นอีกหนึ่งกำลังในการสานต่อมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคง
ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ ประสบความสำเร็จในการศึกษา เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด และกลับมาสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ เป็นทั้งนักเรียนที่ดี ผู้แทนประเทศไทยที่ดี และสะพานที่ดีระหว่างไทยกับจีน ขอให้ประสบความสำเร็จทุกประการ” พินิจทิ้งท้าย

อุปทูตจีน อำนวยพร หวังใช้ 1 ปีมีคุณค่า
ย้ำความรู้คือสมบัติสู่อนาคต
ด้าน หวู จื้อหวู่ (Wu Zhiwu) อุปทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย รักษาการแทนเอกอัครราชทูต เผยว่า ทุกครั้งที่ได้มีโอกาสร่วมสังสรรค์หรือพบปะผู้ใหญ่จากสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ‘จีน-ไทยใช่อื่นไกลพี่น้องกัน’ น่าหวงแหนและมีคุณค่าอย่างยิ่ง ขอฝากความหวังให้กับข้าราชการทั้งหลายที่กำลังจะเดินทางไปประเทศจีน หวังว่าทุกท่านจะใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ และพยายามศึกษาเล่าเรียนที่ประเทศจีนเพื่อให้เวลา 1 ปีข้างหน้าเกิดคุณค่ามากที่สุด แล้วกลับมาเอาไว้เป็นสมบัติของตนเอง ไม่ว่าอย่างไรหน้าที่การงานก็สำคัญต่ออนาคตข้างหน้า
“ยิ่งไปกว่านั้นท่านสามารถที่จะนำความรู้ที่กำลังจะไปศึกษาเล่าเรียนกลับมาใช้ในหน้าที่การงาน เพื่อสร้างผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ประเทศไทยได้เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน หลายคนอาจจะเกิดความคิดถึงบ้าน แต่อย่าลืมว่าใช้โอกาสนี้ไปเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมของประเทศที่ถือว่าประเทศท่านเป็นญาติ และเรามีความร่วมมือกันมาอย่างช้านาน
ขอให้ทุกท่านมีความสุขกายสบายใจระหว่างการศึกษาอยู่ที่ปักกิ่ง และขอให้ทุกท่านใช้ความรู้และเวลาอย่างมีคุณค่า ได้ผลประโยชน์มากที่สุด และถ้าสิ่งใดที่ทางสถานทูตจีนสามารถที่จะสนับสนุนและประสานงานให้กับทุกท่าน ทางสถานทูตก็ยินดี ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ มีความสุขระหว่างที่อยู่ปักกิ่ง” อุปทูตจีนและรักษาการแทนเอกอัครราชทูตอำนวยพร

ตัวแทนผู้รับทุน เชื่อมั่น ‘ภาษา-วัฒนธรรมจีน’
เครื่องมือต่อยอด เชื่อม 2 ประเทศ
จากนั้น จุฑามาศ ทองสอดแสง นักศึกษารุ่น 21 เป็นตัวแทนผู้ได้รับทุน ขึ้นกล่าวถึงความรู้สึกว่า ขอกราบขอบพระคุณสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย สำนักงานกิจการชาวจีนโพ้นทะเล สภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ สถาบันภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง และสถาบันพระปกเกล้า ที่ได้ร่วมมือกันจัดโครงการอันทรงคุณค่านี้ขึ้น ทั้งยังได้มอบโอกาสให้แก่นักศึกษาไทยได้เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมจีนอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นการวางรากฐานสำคัญให้แก่เยาวชนไทยในการก้าวเข้าสู่ความเข้าใจในสังคมและวัฒนธรรมของสาธารณรัฐประชาชนจีนได้อย่างแท้จริง

“ดิฉันเชื่อมั่นว่า ความรู้และประสบการณ์ที่นักศึกษาทุกคนได้รับจากโครงการนี้ ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านภาษาจีน ความเข้าใจในขนบธรรมเนียมประเพณี และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่นักศึกษาทุกคนสามารถนำไปต่อยอดได้ทั้งในเส้นทางการศึกษา การประกอบอาชีพ และการเป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจอันดีระหว่างสองประเทศในอนาคต
พวกเราตระหนักดีว่าโอกาสในครั้งนี้มาพร้อมกับหน้าที่และความรับผิดชอบ พวกเราจะนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้อย่างจริงจัง ทั้งในการศึกษาเล่าเรียน การทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ตลอดจนการเผยแพร่และถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศจีนให้แก่สังคมไทยในวงกว้างต่อไป” จุฑามาศกล่าว
‘รุ่นพี่’ เล่าประสบการณ์ มองจีนในวันสุดล้ำสมัย
ขอบคุณทุกภาคส่วนหนุนเปิดโลกทัศน์
ด้านรุ่นพี่ข้าราชการอย่าง ธนาภรณ์ เนื่องเสวก นักศึกษารุ่น 20 จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) ขึ้นกล่าวขอขอบพระคุณสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย สำนักงานกิจการชาวจีนโพ้นทะเล สภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ สถาบันภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง และสถาบันพระปกเกล้า ที่ร่วมกันสนับสนุนและมอบโอกาสอันมีคุณค่านี้ให้แก่ข้าราชการไทยมาอย่างต่อเนื่อง

“สำหรับประสบการณ์จากการเข้าร่วมหลักสูตรรุ่นที่ 20 ตลอดระยะเวลาที่ได้ศึกษาอยู่ที่กรุงปักกิ่งและใช้ชีวิตอยู่ในประเทศจีน สิ่งที่พวกเราได้รับไม่ได้มีเพียงการพัฒนาทักษะภาษาจีน ทั้งการฟัง พูด อ่านและเขียนเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่ทำให้พวกเราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และเปิดโลกทัศน์
ให้กว้างขึ้นกว่าเดิม
นอกจากการเรียนภาษาในห้องเรียนแล้ว อาจารย์ทุกท่านยังให้ความเอาใจใส่และดูแลพวกเราเป็นอย่างดี ทั้งด้านการเรียนและการใช้ชีวิต ทางสถาบันยังเปิดโอกาสให้พวกเราได้สัมผัสวัฒนธรรมจีนผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการเขียนพู่กันจีน การเล่นดนตรีกู่เจิง การปั้นดินเผา รวมถึงการเดินทางไปเรียนรู้จากสถานที่จริง ทั้งกำแพงเมืองจีน เมืองโบราณ และพิพิธภัณฑ์ต่างๆ นอกจากนี้ อาหารจีนและวัฒนธรรมการกินก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และทำให้พวกเราได้เรียนรู้วิถีชีวิตของผู้คนมากยิ่งขึ้น
อีกสิ่งหนึ่งที่ประทับใจ คือการได้เห็นประเทศจีนในมุมที่แตกต่างออกไป โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาใช้ในชีวิตประจำวัน ที่โทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียวสามารถจัดการเรื่องต่างๆ ได้แทบครบวงจรรวมถึงระบบคมนาคมที่ก้าวหน้าและทันสมัย ซึ่งทำให้การใช้ชีวิตและการเดินทางสะดวกมากยิ่งขึ้น” ธนาภรณ์เล่าประสบการณ์
นับเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับความพันธ์ระหว่าง 2 ชาติที่มั่นคง ยาวนาน และแน่นแฟ้นไม่เสื่อมคลาย
อคิรา ทองโม้

