หน้าแรก ประชาชื่น แท็งก์ความคิด...

แท็งก์ความคิด : รับมือ‘นิว นอร์มอล’

3.10.26 | 11:07 น.

แท็งก์ความคิด : รับมือ‘นิว นอร์มอล’


รู้สึกว่า “เรนบอมบ์” และ “ฝนแช่” เหล่านี้คือ นิว นอร์มอล สำหรับคนไทยแล้วล่ะ

หลังจากที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ประสบกับน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปีที่แล้ว และกรุงเทพฯ รวมถึงภาคกลาง และตะวันออก เผชิญหน้ากับน้ำท่วมใหญ่ในปีนี้

คำว่า นิว นอร์มอล หรือภาษาอังกฤษเขียนว่า New Normal แปลว่า ความปกติใหม่

Advertisement

ราชบัณฑิตให้ความหมายคำว่า New Normal ว่า คือความปกติใหม่

ขยายความได้ว่า นิว นอร์มอล หมายถึงสถานการณ์หรือปรากฏการณ์ที่แต่เดิมเป็นสิ่งไม่ปกติ แต่ต่อมามีเหตุเกิดขึ้น ทำให้สถานการณ์นั้นกลายเป็นสิ่งที่ปกติ

คำนี้เดิมมี บิลล์ กรอส (Bill Gross) ผู้ก่อตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ชาวอเมริกัน นำมาใช้เป็นคนแรก

ตอนนั้น บิลล์ กรอส อธิบายถึงสภาวะเศรษฐกิจโลก หลังจากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ในอเมริกา ค.ศ.2007-2009

เพราะเดิมมองว่า เมื่อเศรษฐกิจประสบวิกฤตแล้วจะฟื้นกลับคืนสู่ปกติโดยเร็ว แต่ปรากฏว่าเศรษฐกิจระยะนั้นหลังเมื่อเกิดวิกฤตแล้ว กลับยังไม่ดีขึ้น

เศรษฐกิจที่ถดถอยนั้น กลับถดถอยลง และคาดว่าจะไม่กลับมาเติบโตในระดับเดิมอีก

หลังจากนั้นเกิดวิกฤตโรคระบาด คือ โควิด-19 ทำให้โลกหยุดกิจกรรม พฤติกรรมใหม่ของผู้คนเกิดขึ้น คำว่า นิว นอร์มอล กลับมาได้ยินอีก

นิว นอร์มอล ในขณะนี้อธิบายการใช้ชีวิตของผู้คนที่ต้องเปลี่ยนแปลงไปเพราะโรคระบาด

เป็นชีวิตที่ใช้ชีวิตอยู่กับบ้านมากขึ้น ออกไปนอกบ้านน้อยลง

การทำงานแบบ WFH หรือ Work From Home เกิดขึ้นและได้รับความนิยมขึ้นมาในช่วงเวลานั้น

การใช้ชีวิตด้วยการประชุมแบบ WFH นี้ทางธุรกิจภายหลังพัฒนาไปสู่การทำงานแบบ Work From Everywhere ทำงานได้ทุกที่

เฉกเช่นเดียวกับการเรียนหนังสือที่เปลี่ยนจากเรียนออฟไลน์ เข้าสู่การเรียนออนไลน์

และได้ขยายกลายเป็นสโลแกนของกระทรวงศึกษาธิการระยะหนึ่ง

นั่นคือ Any Where Any Time

การใช้ชีวิตเช่นนั้นได้ พฤติกรรมของคนได้เปลี่ยนไปพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น

ธุรกิจด้านเทคโนโลยีกลายเป็นธุรกิจแห่งอนาคต อุตสาหกรรมใหม่จึงเกี่ยวพันกับดิจิทัล

เมื่อย้อนมองกลับมาที่ภัยพิบัติ การเปลี่ยนแปลงของภัยธรรมชาติที่นานๆ เกิดครั้งเริ่มไม่ใช่

น้ำท่วมใหญ่ ที่เดิมนานๆ จะเกิดให้เห็น แต่ระยะหลัง รู้สึกว่าเกิดถี่

อุทกภัย จากเดิมที่เกิดจากน้ำฝนที่ไหลรวมเป็นมวลน้ำไหลบ่าท่วมไล่จากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ

เคยทำให้ภาคกลางและ กทม.ประสบมหาอุทกภัยมาแล้วเมื่อปี’ 54

หลังจากนั้นก็เชื่อว่ามหาอุทกภัยจะเกิดขึ้นอีกครั้งคงไม่เร็ววัน

แต่ที่ไหนได้ อุทกภัยล่าสุดเกิดจากน้ำฝนที่ “ตกแช่” ด้วยปริมาณมากๆ เป็นเวลานานๆ

เหตุที่สร้างความตะลึง และสร้างความเสียหาย เพิ่งเกิดขึ้นที่ อ.หาดใหญ่ เมื่อปลายปีที่แล้ว

ผ่านข้ามปีไปไม่กี่เดือน เกิดเหตุที่สร้างความเสียหายที่กรุงเทพฯฝั่งตะวันออก

ไม่แน่ใจว่าปลายปีนี้ ฝนลักษณะนี้จะไปอาละวาดในพื้นที่ภาคใต้อีกหรือไม่

ไม่มีใครรู้ว่าฝนลักษณะเดียวกันจะกลับมาทำให้กรุงเทพฯท่วมอีกหรือเปล่า

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกระตุ้นให้ทุกคนต้องตื่นตัว

เพราะสิ่งที่เคยผิดปกติ กำลังจะกลายเป็นเรื่องปกติ

นี่อาจเป็น นิว นอร์มอล ด้านภัยพิบัติ ที่เกิดขึ้น และรอให้มนุษย์หาวิธีรับมือ

ดังนั้น ไหนๆ เราก็ต้องปรับตัวกับเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง

ต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกดิจิทัล ต้องปรับตัวให้เข้ากับนิว นอร์มอล จากโรคติดต่อ

เราก็น่าจะปรับตัวให้เข้ากับภัยพิบัติที่โหมกระหน่ำใส่

ไม่ว่า “เรนบอมบ์” ไม่ว่า “ฝนแช่” กระทุ้งให้เราต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

เพิ่มทักษะเพื่อเอาตัวรอดจากภัยพิบัติ

ด้วยการสนใจข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ตระเตรียมบ้านช่องให้พร้อม

พร้อมกันนั้นต้องเรียนรู้วิธีปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุ

ถือเป็นการรับมือกับสิ่งที่เราเคยคิดว่านานๆ จะเกิดครั้ง

แต่ดูเหมือนว่าภัยเหล่านั้นมีโอกาสที่จะเป็น “ความปกติใหม่” ของคนในยุคปัจจุบัน

นฤตย์ เสกธีระ