‘สายไหมไม่ใช่เขตกระจอก’
สมชาย เวสารัชตระกูล
ส.ก.คนพื้นที่ นอนตี 2 สู้มหาอุทกภัย
ใกล้จบ แต่ยังไม่จบ
สำหรับสาธารณภัยในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกที่ประสบเหตุอย่างหนักหน่วง
หนึ่งในเขตท่วมสูง คือ ‘สายไหม’ ที่มี สมชาย เวสารัชตระกูล เป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ประจำเขต
ถือเป็น ส.ก.ใหม่ ที่ไม่ใช่หน้าใหม่ รับไม้ต่อจาก รัตติกาล แก้วเกิดมี ส.ก.สมัยที่แล้ว
ควงคู่ลุยช่วยชาวบ้านทั้งวันทั้งคืน
โอดกลางสภากรุงเทพมหานคร ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมวิสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 2) ประจำปี 2569 เมื่อ 30 กันยายนที่ผ่านมาว่า ตี 1 ตี 2 ยังไม่ได้นอน
ลุกยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้กรุงเทพมหานครมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาและเร่งแก้ไขปัญหาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมในกรุงเทพมหานคร
บอกเล่าถึงสภาวะที่เข้าข่ายวิกฤต พร้อมตั้งคำถามถึงการทำงานของผู้บริหารกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะผู้ว่าฯกทม.
เน้นย้ำว่า ‘สายไหม ไม่ใช่เขตกระจอก’ ครัวเรือนเยอะ คนอยู่อาศัยเพียบ ทั้งตามทะเบียนบ้านและประชากรแฝง
แต่กลับไม่ได้รับความใส่ใจเท่าที่คาดหวัง ทั้งที่กาเบอร์ 9 เลือก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มากับมือ ในการลงสมัครรับเลือกตั้งสมัย 2 นับหมื่นคะแนน
ย้อนกลับไปที่เส้นทางการเมืองของ ส.ก.สายไหมท่านนี้ เดิมเคยดูแลชาวบ้านในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ในฐานะ ส.ก. ทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งรองประธานสภากรุงเทพมหานครมาแล้ว
อย่างไรก็ตาม ช่วงหนึ่งของชีวิตได้เบนเข็มจากสภา กทม. มุ่งหน้าสภาผู้แทนราษฎร ตั้งใจขยับจากการเมืองท้องถิ่น สู่การเมืองระดับชาติ แต่ไม่เป็นไปตามที่หวัง
เคยสังกัดมาแล้วหลายพรรค ทั้งประชาธิปัตย์ ในยุคอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นหัวหน้าพรรค ครั้งนั้น สมชายลงสมัครชิงเก้าอี้ ส.ส.เขตสายไหม ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ พ.ศ.2562
ก่อนจะเปลี่ยนไปสวมแจ๊กเก็ตพรรคไทยสร้างไทย ลงสมัคร ส.ส.เขตเดิมอีกครั้งในการเลือกตั้งเมื่อ พ.ศ.2565 ชูแก้ไขปัญหาปากท้อง ดูแลผู้สูงวัย และต่อสู้กับการเอาเปรียบของกฎหมาย

แต่ทั้ง 2 ครั้งก็ไม่อาจคว้าชัยชนะมาครอบครอง
การเมืองท้องถิ่น จึงกลับมาเป็นคำตอบ
ในการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม.และ ส.ก.ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา
สมชาย เวสารัชตระกูล กลับมาในสังกัด ‘เพื่อไทย Life ลงตัว’
ชาวสายไหมเข้าคูหากาเลือกสมชาย เบอร์ 2 ถึง 51,874 คะแนน สูงสุดในกรุงเทพฯ
“เชื่อว่าการพัฒนาที่ดี ต้องเริ่มจากการเข้าใจประชาชนจริงๆ และลงมือทำอย่างต่อเนื่อง สายไหมไม่ควรเป็นเพียงพื้นที่ที่เติบโตทางกายภาพ แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมองเห็นอนาคตที่มั่นคงร่วมกัน” คือคำประกาศในวันเปิดตัวหวนชิงเก้าอี้ ส.ก.สายไหม
วางแนวทางการพัฒนาเขตสายไหมที่เน้น ‘คุณภาพชีวิตของประชาชน’ เป็นศูนย์กลาง ไม่ว่าจะเป็นประสานและผลักดันการแก้ปัญหาจราจรและพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อในพื้นที่, ประสานและผลักดันการบริหารจัดการน้ำและป้องกันปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน, ประสานและผลักดันการเพิ่มพื้นที่สีเขียว พื้นที่ออกกำลังกาย และพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับทุกวัย, ประสานและผลักดันการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เด็ก เยาวชน และครอบครัว และประสานและผลักดันการสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชน และสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ในพื้นที่
เป็นที่รู้จักในฐานะคนทำงานจริง ลงพื้นที่จริง ด้วยประสบการณ์การทำงานด้านชุมชนและการพัฒนาคุณภาพชีวิตในเขตสายไหมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเป็นบุคคลที่มีความพร้อม ทั้งด้านวิสัยทัศน์ ความเข้าใจปัญหา และความสามารถในการประสานงานเพื่อผลักดันการพัฒนาให้เกิดขึ้นได้จริง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีบทบาทในการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมในพื้นที่ ทั้งการดูแลผู้สูงอายุ การสนับสนุนกิจกรรมเยาวชน การสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน รวมถึงการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยยึดแนวคิด ‘การพัฒนาที่เข้าถึงคนทุกกลุ่ม’ เป็นหัวใจสำคัญในการทำงาน ผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ที่สัมผัสได้จริง
เฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘สายไหมบ้านเรา ดร.สมชาย เวสารัชตระกูล’ คือช่องทางสุดแอ๊กทีฟที่ใช้ในการสื่อสารกับคนพื้นที่ รับเรื่องร้องเรียน ทุกข์ชาวบ้าน ประกาศข้อมูลที่ควรทราบ ฯลฯ
รวมถึงภัยน้ำท่วมหนักครั้งนี้ ที่กลายเป็นหนึ่งในแหล่งรวมข่าวสาร และเหตุการณ์สำคัญ อัพเดตความคืบหน้า อีกทั้งการแจ้งเตือน
ช่วงสายของการประชุมสภา กทม.สมัยแรก (ครั้งที่ 2) ณ อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง ซึ่งมีเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 1 เป็นประธานการประชุม ในระเบียบวาระที่ 7 เรื่องที่เสนอใหม่ ในระเบียบวาระที่ 7.1 ญัตติด้วยวาจาของ ส.ก.สายไหม เดือดดาล เข้มข้น เชือดเฉือน จนต้องบันทึกไว้ในใจความสำคัญ ดังนี้
“สายไหมเป็น 1 ใน 50 เขต ที่พี่น้องประชาชนฝากมาเยอะ ตนเอง ตี 1 ตี 2 ยังไม่ได้หยุดเลย ท่วมเกือบ 100% ก็ไม่ทราบผู้บริหารประกาศไปได้อย่างไรว่าสาธารณภัยน้ำท่วมทั้ง 50 เขต บางเขตน้ำแค่ครึ่งเซนติเมตรก็ประกาศร่วม แต่เขตที่เดือดร้อนกลับไม่สนใจ
วันนี้ประชาชนฝากมามากมายมหาศาลว่า ถ้าอภิปรายแล้วยังปล่อยไว้เหมือนเดิมกรุงเทพฯชั้นในต้องเจอบ้าง เพราะปี 2554 เราเจอน้ำเหนือมา เขตสายไหมก็ยอมรับเต็มๆ 2 เดือน มาครั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพมหานคร รู้ว่าฝนจะตกติดต่อกัน แต่ปริมาณน้ำไม่แม่น ไม่มีการเตรียมการ ไม่มีการแจ้งประชาชน 5 วัน 5 คืน 300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คิดดูว่าอะไรที่เกิดขึ้น ท่วมชนิดที่เสียหาย
ท่านทราบหรือเปล่าไม่รู้ ประชาชนฝากบอกว่าเขตสายไหมเป็น 1 ใน 50 เขตที่เลือกท่านผู้ว่าฯ คะแนนมากที่สุดของกรุงเทพมหานคร แต่ท่านกำลังเอาเขตสายไหมเป็นคันกั้นน้ำ หรืออะไรก็ตาม
ถนนทุกเส้นในเขตสายไหมท่วมหมดโดยเฉพาะคลอง ขณะนี้คลองสองเป็นคลองสายหลักท่วมล้นตลิ่งคลองขึ้นมา 80 เซนติเมตร
หลายท่านหัวเราะ อุ้ย! เขตฉันไม่มีน้ำสักหยดหนึ่ง เดี๋ยวผมจะไปช่วยเปิดให้ดีไหม จะได้แบ่งเบาให้ครบ 50 เขต ตามที่ท่านผู้ว่าฯประกาศว่าสาธารณภัยทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร ท่านประกาศได้อย่างไร

ถนนวัชรพล ท่านวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม. ไปทำแอสฟัลต์ใหม่ ฟุตปาธ ปูยางมะตอยใหม่ วางท่อ 2 ชั้น ขนาดนี้ยังท่วม 40-50 เซนติเมตร รถเล็กไม่ต้องเข้ากันแล้ว ภาพเพิ่งถ่ายเมื่อช่วงเช้า (วันที่ 30 ก.ย.) เริ่มลดนิดหน่อย เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ที่ผ่านมา ไปตั้งเครื่องสูบน้ำให้ 2 เครื่อง ถนนสุขาภิบาล 5 ถนนวัดเกาะ ขยะไม่ได้เก็บ ช่วยตนเองก็ไม่ได้แล้ว เคหะออเงินด้านในท่วม 80 เซนติเมตร
ถนนสายไหม 43 และตามชุมชนต่างๆ น้ำเน่าแล้ว ขอน้ำยากัดเท้า ท่านรองผู้ว่าฯที่ดูแลสำนักอนามัย ผมขอไปก็บอกว่าไม่มี ท่านรองผู้ว่าฯที่นั่งอยู่ไม่เอ่ยชื่อท่านแล้วกัน ไม่มีให้ พี่น้องแช่น้ำมา 3-4 วัน ขานี่เน่าหมด ผมเองก็ขาเน่า คัน ขอน้ำยากัดเท่าไม่ได้ คิดดู ผมถามสำนักอนามัยบอกว่าแจกไปหมดแล้ว แจกให้ใคร เขตที่ท่วมจริงๆ มีไม่กี่เขตแต่ไม่แจก เอาไปแจกเขตที่ไม่ท่วม กลัวของไม่หมดหรือยังไง ตอนนี้เห็นกรุงเทพมหานครตั้งชื่อว่า สายไหมพื้นที่รับน้ำ พื้นที่หน่วงน้ำ พื้นที่ระหว่างการระบาย หรือคันกั้นน้ำ ผมเริ่มสงสัย
นายสมชายกล่าวไปต่อว่า ท่านผู้ว่ากรุงเทพมหานคร วันนี้บอกว่าทำงานเพื่อพี่น้องคนกรุงเทพฯแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นอย่างไร
ผมต้องพูดเพราะว่าถ้าผมไม่พูด ไม่ถ่ายทอดแทนพี่น้องประชาชน ผมกลับไปเดี๋ยวผมก็ถูกด่าอีกแล้วว่า ทำไมท่านไม่ทำ ที่บอกว่าเขตสายไหมโดนแบบเต็มๆ แล้วอีก 3-4 วันข้างหน้าน้ำเหนือมา ใครจะช่วยผม แล้วถ้ามันท่วม 2 เดือนจะอยู่ได้อย่างไร
ปกติผมไม่เคยตำหนิสำนักการระบายน้ำ ครั้งนี้ท่านปกป้องทางผู้บริหารมากเกินไป โทรไปประสานบอกให้ช่วยเปิดประตูระบายน้ำให้น้ำเข้า ก็หลอกผมว่าได้ ให้น้ำลงวันละ 1 เซนติเมตร แต่ขึ้นมาที 3-4 เซนติเมตร น้ำในริมคลองสองยังสูงจากเขื่อน 70-80 เซนติเมตร แล้วน้ำจะลงได้อย่างไร ถ้ายังปกป้องกันแบบนี้
ผมถึงบอกว่าชาวบ้านเขากำลังรวมตัวว่าจะมาพังประตูระบายน้ำไปถึงบางซื่อ อุโมงค์ระบายน้ำบางซื่อ อุตส่าห์ใช้เงินมากมาย ใช้เงินภาษีพี่น้องประชาชนจำนวนมากมายมหาศาล แต่วันนี้ไม่ได้ประโยชน์เลย คนสายไหมเสียภาษีทุกคน ไม่ใช่ไม่เสีย ทั้งภาษีที่ดิน ภาษีทุกอย่างที่เก็บมาจ่ายเหมือนกันหมด แต่เรากลายเป็นคนกรุงเทพฯชั้นสอง
สายไหมไม่ใช่เขตที่กระจอก เรามีพื้นที่กว่า 40 ตารางกิโลเมตร มีบ้านกว่า 1 แสนหลัง มีประชากร 210,000 คน ยังไม่รวมประชากรแฝง แล้วทุกคนเดือดร้อนหมด ท่านผู้ว่าฯกำลังทำอะไรอยู่ ทุกวันได้นอนแค่ 2 ชั่วโมง แล้วต้องไปลุยน้ำอย่างหนักสายตัวแทบขาด
ผมไม่ใช่อายุน้อยๆ อายุมากแล้ว แต่ด้วยความตั้งใจที่เราเป็นตัวแทนประชาชนเขาเลือกมาแล้ว เราต้องสู้ให้เขา ถ้าไม่สู้ประชาชนจะไปพึ่งใคร พึ่งหน่วยงาน หน่วยงานก็เอาผักชีโรยหน้า
สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้บอกตรงๆ ผมรับไม่ได้ ผมไม่ไว้วางใจแล้ว
อคิรา ทองโม้

