หน้าแรก ประชาชื่น ประวัติศาสตร์...

ประวัติศาสตร์ที่เดินไปข้างหน้า 50 ปี 6 ตุลาฯ

9.10.26 | 13:04 น.

6 ตุลาคม 2519 ประวัติศาสตร์บาดแผลแห่งการล้อมปราบเข่นฆ่าประชาชน


หนึ่งใน ‘อาชญากรรมโดยรัฐ’ ที่ผู้กระทำผิดยังลอยนวล

แม้ผ่านพ้นไปเนิ่นนานถึงครึ่งศตวรรษ ค่อนชีวิตของคนหนึ่งคน ทว่า ความทรงจำของผู้ประสบชะตากรรมซึ่งพานพบภาพอันโหดร้ายที่ยังคงแจ่มชัดราวกับเกิดขึ้นเพียงวันวาน

Advertisement

ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่ที่ลืมตาบนโลกหลังโศกนาฏกรรมดังกล่าว เป็นที่รู้จักในฐานะประวัติศาสตร์การเมืองไทยร่วมสมัย แม้ไม่ได้ถูกให้ความสำคัญในแบบเรียน

6 ตุลาคม 2569 งานรำลึกครบรอบ 50 ปีถูกจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ ด้วยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเครือข่ายภาคประชาชน จากย่ำรุ่ง จนพลบค่ำ เน้นย้ำการ ‘ไม่ (ถูก) ลืม’ แต่ยิ่งกลับต้องจดและจำ

ย่ำรุ่ง ราว 05.30 น. ‘นาฏกรรมลำนำ’ จำลองเหตุการณ์การแสดงพลิ้วไหว กินใจ สะเทือนในอารมณ์ โดย ธีระวัฒน์ มุลวิไล ศิลปินศิลปาธร อดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา ปรากฏขึ้น ณ จุดเกิดเหตุตั้งขบวน ณ ลานโพธิ์ สู่สนามฟุตบอล หอประชุมใหญ่ ก่อนปิดท้ายหน้าประติมานุสรณ์ 6 ตุลาฯ โดยร่วมกันขับร้องบทเพลง ‘แสงดาวแห่งศรัทธา’ ผลงาน จิตร ภูมิศักดิ์ อย่างกึกก้อง พร้อมอ่านรายนามผู้สละชีพ

ก่อนตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ 19 รูป จากวัดมหาธาตุยุวราช รังสฤษดิ์ อุทิศส่วนกุศลแด่ผู้วายชนม์ ก่อนเปิดงานอย่างเป็นทางการโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ธีร เจียศิริพงษ์กุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีผู้คนหลากวงการร่วมวางพวงมาลาอาลัย พวงหรีดรำลึกหลั่งไหล

กระทั่งเข้าสู่พิธีมอบรางวัล ‘จารุพงษ์ ทองสินธุ์ เพื่อประชาธิปไตย’ โดยสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมอบแด่ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ‘ไผ่ ดาวดิน’ ซึ่งยังไร้อิสรภาพอยู่ในเรือนจำ จากคดีอาญามาตรา 112 ทรงพล สนธิรักษ์ หรือ ‘ยาใจ ทะลุฟ้า’ เป็นตัวแทนรับมอบ

ภาคบ่าย คนล้นหอประชุมศรีบูรพา ฟังชุมนุมปาฐกถาจาก ศ.ดร.ธงชัย วินิจจะกูล, ศ.ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์, รศ.ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล, ทนายด่าง กฤษฎางค์ นุตจรัส และ ชัยธวัช ตุลาธน

ช่วงเย็นย่ำถึงค่ำคืน เจน Z ล้อมลานโพธิ์ ร่วมวอล์กกิ้ง ทัวร์ ฟังประวัติศาสตร์บอกเล่าจากความทรงจำของประจักษ์พยานตัวจริง พร้อมรับชม ‘งิ้วล้อการเมือง’ อย่างเนืองแน่น

กระทั่งเข้าสู่ช่วงสุดท้าย ในกิจกรรม ‘ทบทวนมรดก 6 ตุลาฯ บอกลาคำสั่งคณะรัฐประหาร’ ร่วมส่งท้ายแคมเปญ ‘ลบมรดก รัฐประหาร 6 ตุลาฯ’ ทบทวนผลพวงจากการรัฐประหารและการแก้ไขกฎหมาย ที่แม้เวลาล่วงผ่านถึง 50 ปี แต่ยังคงส่งผลต่อสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน

ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) เปิดยอดผู้ร่วมลงชื่อในแคมเปญ ลบมรดก 6 ตุลาฯ ที่จ่อยื่นสภาให้ยกเลิกคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ซึ่งเพิ่มโทษทางอาญาในหลายมาตรา รวมถึงมาตรา 112 จากจำคุก 0-7 ปี เป็น 3-15 ปี

59,309 คือจำนวนประชาชนคนไทยที่หนุนการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวอันเป็นมรดกจากรัฐประหารในเวลาราว 6 โมงเย็นของวันที่ 6 ตุลาคม 2519 โดย พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ และคณะ

“ใครบอกว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่สนใจการเมือง คนเบื่อแล้ว ถ้าอยู่แต่ในห้องของตัวเองแล้วบอกว่าไม่เห็นเด็กอายุ 20 เลย อันดับแรกคุณต้องเข้าไปดูในทวิตเตอร์ก่อน ชวนคนลงชื่อ ลบล้างมรดก 6 ตุลาฯ คุณเข้าไปดูในไอจี เขาโพสต์ แล้วคนแชร์ แล้วลงชื่อกัน คนอีกจำนวนมากเขาก็สนใจและแคร์” ยิ่งชีพกล่าวในค่ำคืนนั้น

ก่อนที่ รศ.ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะย้ำว่า สิ่งที่จะประกาศในวันนี้ คือกฎหมายต้องมาจากประชาชน

“ถึงคนรุ่นใหม่ทุกคน รู้ว่าในหลายปีที่ผ่านมาทุกคนเหนื่อย ทุกข์ใจ ต้องจากบ้าน เห็นเพื่อนถูกขัง และเริ่มถามตัวเอง แต่ไม่อยากให้ทุกคนมองว่ามันคือความพ่ายแพ้ เพราะมีคนที่สูญเสียจริง แต่ประวัติศาสตร์คนเดือนตุลาฯ บอกเราว่าอย่าตัดสินการต่อสู้ หลายสิ่งดูเหมือนสูญเปล่า แต่เป็นรากฐานการเปลี่ยนแปลง ในอีก 10 หรืออีก 50 ปีข้างหน้า เหมือนในวันนี้ มันจะกลับมาเป็นพลังที่หลายคนคาดไม่ถึง คือประวัติศาสตร์ที่กำลังเดินไปข้างหน้า” อาจารย์รัฐศาสตร์ รั้วสามย่าน ฝากไว้ให้คิด

ก่อนปิดท้ายด้วยการร่วมกันอ่านแถลงการณ์ปิดแคมเปญ ‘ลบมรดกรัฐประหาร 6 ตุลาฯ’ และร่วมจุดเทียนรำลึกสว่างไสว ชวนให้จดจารไว้ในความทรงจำ

ทีมข่าวเฉพาะกิจ