รางวัลชมนาด ครั้งที่ 15
‘คอนโดซ่อนปริศนา’ ชนะเลิศ
เปิดพื้นที่นักเขียนหญิง จากบรรณพิภพไทยสู่ชั้นหนังสือโลก
ในโลกที่เรื่องราวมากมายถูกส่งต่อผ่านหน้าจอเพียงปลายนิ้ว ‘งานเขียน’ ยังคงทำหน้าที่เป็นพื้นที่ที่มนุษย์ได้หยุดคิด ทบทวน และถ่ายทอดเรื่องราวจากมุมมองของตัวเอง โดยเฉพาะงานวรรณกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เขียนพาผู้อ่านเข้าไปทำความรู้จักกับโลกอีกใบ ผ่านทั้งจินตนาการ ประสบการณ์ และคำถามที่มีต่อสังคม
สำหรับนักเขียนหญิงไทย พื้นที่ที่ทำหน้าที่สนับสนุนและผลักดันเสียงเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่องคือ ‘รางวัลชมนาด’ (Chommanard Book Prize) โดยความร่วมมือระหว่างธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ที่มุ่งส่งเสริมศักยภาพของนักเขียนหญิงผ่านงานวรรณกรรม พร้อมสร้างโอกาสให้ผลงานคุณภาพได้เดินทางไปถึงผู้อ่านทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ในปีนี้ รางวัลชมนาด ครั้งที่ 15 ยังคงเปิดพื้นที่ให้นักเขียนหญิงได้ถ่ายทอดเรื่องราวและมุมมองผ่านผลงานประเภทนวนิยาย (Novel) โดยเปิดรับผลงานตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568-15 พฤษภาคม 2569 ก่อนจัดงานประกาศผลเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 29 ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่สีลม โดยมี ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธี พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิในแวดวงวรรณกรรมเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
ธนาคารกรุงเทพ ซัพพอร์ต ‘ความฝัน’
รางวัลชมนาด กับหน้าที่ ‘เหนือเวทีประกวด’
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เผยว่า ธนาคารกรุงเทพมีความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนรางวัลชมนาด ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักเขียนหญิงได้ถ่ายทอดความคิด ประสบการณ์ และจินตนาการผ่านงานวรรณกรรม รวมถึงสร้างกำลังใจให้กับทั้งนักเขียนในวงการและนักเขียนรุ่นใหม่
ด้วยความเชื่อว่า การสนับสนุนนักเขียน ไม่ได้หมายถึงเพียงการสนับสนุนหนังสือหนึ่งเล่ม แต่คือการสนับสนุนความฝันและความกล้าที่จะสร้างสรรค์ผลงาน ขณะเดียวกันผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศจะได้รับโอกาสในการแปลผลงานเป็นภาษาอังกฤษ เปิดประตูให้เรื่องราวของนักเขียนไทยก้าวสู่ผู้อ่านในระดับสากล
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รางวัลชมนาดทำหน้าที่มากกว่าเวทีประกวด เพราะผลงานที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าเรื่องราวสำคัญอาจเกิดขึ้นได้จากทุกช่วงชีวิต และวรรณกรรมสามารถพาผู้อ่านไปพบกับคำถาม ความรู้สึก และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน
สิ่งที่รางวัลชมนาดต้องการเห็นคือ การที่นักเขียนทุกคนยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงาน และทำให้วรรณกรรมไทยเติบโตต่อไป เพราะพลังของตัวอักษร จุดประกายความคิด สร้างแรงบันดาลใจ และเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ได้เสมอ
“มีหนังสือหลายฉบับเปลี่ยนชีวิต ผมคิดว่าสิ่งที่เราเขียนกัน หนังสือเล่มเล็กๆ หลายคนอาจยังไม่ทันเฉลียวใจว่าสิ่งที่เราเขียนไป กลายเป็นสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตของคนคนหนึ่งได้ และเป็นเส้นทางของชีวิตเขา เป็นคำพูดเล็กๆ ที่ทำให้จิตใจเขามีพลัง เหมือนมีน้ำหล่อเลี้ยงใจตลอดเวลา
พลังของตัวอักษรสามารถจุดประกายความคิด สร้างแรงบันดาลใจ และเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ได้เสมอ ขอแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัลทุกท่าน และขอเป็นกำลังใจให้นักเขียนทุกคนเดินหน้าสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่า เพื่อให้วรรณกรรมไทยได้เติบโตและก้าวไกลต่อไป” ดร.กอบศักดิ์ทิ้งท้าย
ครบรส หลากยุค หลายมิติ
คัดเข้ม 27 ผลงาน สู่วรรณกรรม 8 เล่มสุดท้าย
สำหรับต้นฉบับที่ส่งเข้าชิงในปีนี้ มีจำนวน 27 เรื่อง ผ่านการคัดเลือกสู่รอบสุดท้าย 8 เรื่อง ความน่าสนใจไม่ได้อยู่เพียงจำนวนผลงาน หากยังอยู่ที่ความหลากหลายของโลกที่นักเขียนแต่ละคนเลือกนำเสนอ ตั้งแต่เรื่องราวแนวสืบสวนสอบสวน ฆาตกรรม แฟนตาซี ไซไฟ โรแมนติก ดราม่า ประวัติศาสตร์ ผี จิตวิทยา ผจญภัย ไปจนถึงดิสโทเปีย ยูโทเปีย และเรื่องราวความรักในรูปแบบต่างๆ ทั้ง BL (Boys’ Love) และ GL (Girls’ Love)
ทั้ง 8 ผลงาน สะท้อนให้เห็นความหลากหลายของงานเขียนที่เกิดขึ้นในรางวัลชมนาด ครั้งที่ 15 โดยแต่ละเรื่องเลือกใช้วรรณกรรมเป็นพื้นที่ตั้งคำถามต่อสิ่งรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี ความสัมพันธ์ อำนาจ ครอบครัว ความสูญเสีย หรือการเปลี่ยนแปลงของสังคม ขณะเดียวกันยังแสดงให้เห็นถึงวิธีการเล่าเรื่องที่แตกต่างกันของนักเขียนหญิงไทยในปัจจุบัน
กนกวลี พจนปกรณ์ ประธานคณะกรรมการรอบคัดเลือก เผยว่า ผลงานทั้ง 27 เรื่อง มีครบทุกรูปแบบของวรรณกรรมประเภทนวนิยาย คณะกรรมการมีหลักในการพิจารณาทั้งในแง่ของยุคสมัย ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน ไปจนถึงอนาคต ตลอดจนประเด็นที่หยิบยกมาถ่ายทอด ไม่ว่าจะเป็นสังคม เศรษฐกิจ การเมือง วิถีชีวิต ความเชื่อ ความศรัทธา ความหวัง ความฝัน และปรัชญาในการดำเนินชีวิต
กระบวนการพิจารณาจึงให้ความสำคัญกับองค์ประกอบของความเป็นนวนิยายอย่างรอบด้าน ทั้งโครงเรื่อง กลวิธีการเล่าเรื่อง การใช้ภาษาที่งดงามถูกต้อง ความสมจริงของข้อมูล รวมถึงในปีนี้ยังพิจารณาถึงผล
กระทบทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นต่อบุคคลอื่น ตลอดจนชื่อเสียง ธุรกิจ หรือเครื่องหมายการค้าต่างๆ
“เราได้รับผลงานทั้งหมด 27 เรื่องและเป็นต้นฉบับหนาพอสมควร มีครบทุกรูปแบบของประเภทวรรณกรรมนวนิยาย มีทั้งสืบสวน ฆาตกรรม แฟนตาซี ไซไฟ โรแมนติก ดราม่า ประวัติศาสตร์ รวมถึงผี ผีกำลังมาแรงและสิ่งที่กำลังตามมาคือแนววาย BL ที่เรียกว่า BL (Boys’ Love) และมี GL (Girls’ Love) มาทั้งหมดเลย นอกจากนี้ยังมีแนวจิตวิทยา แนวผจญภัย ดิสโทเปีย (Dystopia) ยูโทเปีย (Utopia)
คณะกรรมการจะมีหลักอยู่ จะดูว่านิยายเหล่านี้สะท้อนตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคต คือการนำเสนอเรื่องราวสังคม เศรษฐกิจ การเมือง วิถีชีวิตของผู้คน ความเชื่อ ความศรัทธา นิยามความคิด การดำเนินชีวิต ความหวัง ความฝัน ในรอบคัดเลือกเราจะมองถึงองค์ประกอบของนวนิยาย ว่าองค์กระกอบของนวนิยายปัจจุบันนี้กว้างและขยายความออกจากของเดิมไปอีกเยอะ เราก็จะดูตั้งแต่พล็อตเรื่อง โครงเรื่อง วิธีในการเล่าเรื่อง และที่สำคัญก็คือดูถึงเรื่องการใช้ภาษาด้วย เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำเรื่องราวทั้งหมดไปสู่ผู้อ่านเพื่อจะได้รับอารมณ์และความรู้สึกจากผู้เขียนว่ารู้สึกตรงกันไหม” กนกวลีกล่าว
เพิ่มเกณฑ์พิจารณา ‘ผลกระทบทางกฎหมาย’
โกหกได้ แต่ต้องสมจริง
จากนั้น กนกวลียังลงลึกถึงการพิจารณาซึ่งนอกเหนือจากความงาม ถูกต้อง เหมาะสมแล้ว ในปีนี้ยังมีสิ่งที่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา คือการให้ความสำคัญกับ ‘ผลทางกฎหมาย’ และการส่งผลต่อชื่อเสียงของผู้อื่น
“เราพิจารณาความงดงาม ความเหมาะสม ความถูกต้อง และอีกสิ่งหนึ่งที่คณะกรรมการพิจารณาคือข้อมูลที่นักเขียนใช้ ในข้อมูลนี้จะดูความสมจริง คือ คุณจะเขียนเรื่องโกหกก็ได้แต่ต้องมีความสมจริง ต้องทำให้ผู้อ่านเชื่อให้ได้ว่าเป็นเรื่องจริง และต้องดูว่าข้อมูลถูกต้องหรือไม่
อีกสิ่งหนึ่งที่คณะกรรมการจะตัดสินแตกต่างจากปีอื่นๆ ที่ผ่านมาคือดูถึงผลกระทบทางกฎหมาย ที่จะส่งผลต่อบุคคลอื่นและชื่อเสียง วัตถุ
ด้วยความที่โลกหมุน ที่โลกมันมีสิ่งต่างๆ อะไรเข้ามา ปัจจุบันนี้เราต้องพิจารณาประเด็นนี้ด้วย ก็เลยทำให้คิดว่า จริงๆ แล้วผู้จัดรางวัลการประกวดรางวัลชมนาดน่าจะมีการจัดงานสัมมนากับนักเขียนไหม ว่าเราจะมีวิธีการเขียนยังไงถึงจะบิดความจริงให้เป็นวรรณกรรมได้ เพราะมันต้องมีเทคนิคพอสมควรที่จะไม่ให้มีผลทางกฎหมาย” กนกวลีอธิบาย
เมื่อโลกอนาคตตั้งคำถามกับความดี
‘คอนโด
ซ่อนปริศนา’ ยืนหนึ่งชนะเลิศ
สำหรับผลงาน 8 เรื่องที่ผ่านเกณฑ์ ได้แก่ 1.คอนโดซ่อนปริศนา (Heaven Haven) โดย วีรดา ดีเป็นธรรม 2.ภาพซ้อนซ่อนเสียง โดย ภัทรพร สะลีมา 3.สืบสมองกล ฆาตกรรมในเสื้อกาวน์ โดย ชัญญา ศรีธัญรัตน์ 4.กรงกตัญญู โดย ชฎากาญ วโรดมย์กร 5.ไม่มีใครควรกินข้าวตามลำพัง โดย ชญานันท์ เอี่ยมสำอางค์ 6.รถไฟขบวนนั้นชื่อว่า ‘รักและคิดถึง’ โดย นิตยา จันฤๅไชย 7.Loves for Losers…รักเสมือนแด่ผู้แหลกสลาย โดย เสาวลักษณ์ พิพัฒนานุกูลชัย และ 8.ภาพยนตร์แห่งรัก (The Movies of love) โดย เสาวรี เอี่ยมละออ
เมื่อผ่านการพิจารณาอย่างเข้มข้น ท้ายที่สุด ‘คอนโด…ซ่อนปริศนา’ (Heaven Haven) จากปลายปากกาของ วีรดา ดีเป็นธรรม นามปากกา ‘วรีดา’ ซึ่งส่งเข้าประกวดในชื่อ ‘คอนโดคนดี’ ได้รับการคัดเลือกให้คว้ารางวัลชนะเลิศรางวัลชมนาด ครั้งที่ 15
ผลงานเรื่องนี้พาผู้อ่านเข้าสู่โลกอนาคตที่มลพิษทำให้ผู้คนต้องดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด ขณะที่ ‘คอนโดคนดี’ กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์ ‘พิมพ์ดาว’ นักข่าวสาวจึงปลอมตัวเข้าไปเพื่อค้นหาความจริง ก่อนพบว่าผู้อยู่อาศัยกำลังถูกควบคุมด้วยระบบคะแนนความดี ซึ่งสามารถกำหนดชะตาชีวิตของผู้คน
สำหรับผู้เขียนแล้ว รางวัลนี้เปรียบเสมือนความสำเร็จก้าวแรก จากเดิมที่เป็นเพียง ‘นักอยากเขียน’สู่การมีผลงานเป็นรูปเล่ม วีรดา เผยว่า ก่อนหน้านี้เขียนงานเสร็จจะให้เพียงคนในครอบครัวอ่าน และไม่เคยมีความกล้าที่จะส่งเข้าประกวด จนกระทั่งครอบครัวได้รู้จักโครงการรางวัลชมนาดและชวนให้ลองส่งผลงาน ต้นฉบับเรื่องแรกที่เคยอยู่เพียงในคอมพิวเตอร์จึงกลายเป็นหนังสือที่กำลังจะเดินทางไปถึงผู้อ่าน
‘ไม่มีใครควรกินข้าวตามลำพัง’
พัฒนาพล็อตจากประสบการณ์ชีวิตจริง
ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เป็นเรื่องราวของ ‘การดูแล’ และ ‘การจากลา’ ที่ ชญานันท์ เอี่ยมสำอางค์เจ้าของนามปากกา ‘มังคุด’ ตั้งชื่อว่า ‘ไม่มีใครควรกินข้าวตามลำพัง’ เล่าชีวิตของ ‘มะปราง’ เจ้าของร้านอาบน้ำตัดขนสัตว์ที่ต้องหารายได้เสริมด้วยการเป็นไรเดอร์ ก่อนจะเข้าไปดูแลสุนัขสูงวัยชื่อ ‘มะม่วง’ ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์ค่อยๆ เยียวยาบาดแผลในใจ และเปลี่ยนมุมมองต่อความหมายของการดูแลและการจากลา
แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งของผลงานเรื่องนี้เกิดจากการได้ติดตามผลงานของนักเขียนที่เคยได้รับรางวัลชมนาดในปีก่อนหน้า ผู้เขียนได้เห็นมุมมองต่างๆ ทั้งการเล่าเรื่อง วิธีในการนำประสบการณ์ชีวิตต่างๆ มาถ่ายทอด จนกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้เธอค่อยๆ พัฒนาพล็อตของตัวเองขึ้นมา
ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในปีนี้ไม่มีการมอบรางวัล เนื่องจากคณะกรรมการเห็นว่ายังไม่มีผลงานที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานในรางวัลดังกล่าวอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ตาม หลายต้นฉบับมีแนวคิดและศักยภาพที่ดี แต่ยังต้องปรับปรุงบางประเด็น ไม่ได้หมายความว่างานเหล่านั้นไม่มีคุณภาพ
สำหรับผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ และโอกาสจัดพิมพ์ผลงานทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ขณะที่รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมเกียรติบัตรและการตีพิมพ์ฉบับภาษาไทย
‘ประพันธ์สาส์น’ ส่งไม้ต่อ ‘รางวัลชมนาด ครั้งที่ 16’
ย่างก้าวสู่สากล Chommanard International Women’s Literary Award
เรื่องราวของรางวัลชมนาด ครั้งที่ 15 จึงไม่ได้จบลงพร้อมกับการประกาศชื่อผู้ได้รับรางวัล ทว่า กำลังเดินหน้าสู่ปีต่อไป โดย พิสุทธิ เลิศวิไล กรรมการบริหาร บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด กล่าวถึงทิศทางของรางวัลว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รางวัลชมนาดได้เติบโตจากเวทีส่งเสริมนักเขียนหญิงไทย สู่พื้นที่ทางวรรณกรรมที่เปิดโอกาสให้สตรีได้ถ่ายทอดความคิด ประสบการณ์ และมุมมองของตนเอง โดยกำหนดการเปิดรับต้นฉบับโครงการประกวดรางวัลชมนาด ครั้งที่ 16 ประจำปี 2570 จากนักเขียนหญิงไทยในทุกแนว ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
ผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดและหลักเกณฑ์การส่งผลงานได้ที่เว็บไซต์ praphansarn.com ร่วมผลักดันผลงานนักเขียนไทยสู่เวทีระดับนานาชาติ ซึ่งรางวัลชมนาดกำลังก้าวเข้าสู่ระดับสากล สู่เวทีระดับนานาชาติในชื่อ “Chommanard International Women’s Literary Award” โดยมีเงินรางวัลชนะเลิศสูงถึง 500,000 บาท
จาก ‘พื้นที่ของนักเขียนหญิง’ สู่พลังของวรรณกรรมไทย รางวัลชมนาดยังคงเปิดกว้างให้ตัวอักษรได้เติบโต สนับสนุนทุกเสียงของนักเขียนไทยให้เปล่งประกาย พร้อมส่งต่อเรื่องราวจากปลายปากกาให้เดินทางสู่ผู้อ่าน ทั้งในประเทศและบนเวทีโลก

