‘คุณได้รับข้อความใหม่’
ศิลปินเจนซี มีวันนี้ด้วยพรแสวง
เมื่อ ‘หนังสือกรูมมิ่งตัวตน’
บางคำตอบที่ตามหามาทั้งชีวิต อาจซ่อนอยู่ในเล่มที่รอให้ใครสักคนหยิบขึ้นมาอ่าน
ฤดูกาลของคนรักหนังสือเวียนกลับมาอีกครั้ง มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 รอบนี้แม้ลดจำนวนวัน จาก 12 เหลือ 10 วัน แต่การันตีได้เลยว่าจัดเต็ม! เช่นเคย เพิ่มเติมคือยังยกระดับ เพื่อขับเคลื่อนวัฒนธรรมการอ่านและการเรียนรู้ให้เข้าถึงกลุ่มนิสิตและคนรุ่นใหม่
ไม่นานมานี้ สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับทางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พร้อมประกาศความพร้อมในการจัดงาน ใจกลางห้องประชุม ศ.ดร.สุดใจ เหล่าสุนทร บนชั้นสองของสำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร พื้นที่รวมตัวของเหล่าเจนซี ที่ห้อมล้อมไปด้วยหนังสือดีๆ มากมาย
ท่ามกลางศิลปินรับเชิญร่วมแลกเปลี่ยนเล่มที่ถูกจริต อ่านแล้วโดนเส้น ไม่ว่าจะเป็น ‘นิ้ง’ ชัญญา แม็คคลอรี่ย์, ‘นนน’ กรภัทร์ เกิดพันธุ์, ‘เน’ ณรัณ วิกัยรุ่งโรจน์ (เน Perses) ร่วมด้วย ผศ.ดร.ประภาภรณ์
โรจน์ศิริรัตน์ หรือ อ.กิ๊ฟท์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และ ‘โบว์’ กัญญารัตน์ ขุนเมือง นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย ตำแหน่งบอลเร็ว
หลากหลายแนว แต่ฟังแล้วน่าหามาอ่านตามเป็นอย่างยิ่ง เตรียมวิ่งค้นกอง ไปจับจองได้ในงาน
โดยในปีนี้มีพันธมิตรเข้าร่วมกว่า 319 สำนักพิมพ์และหน่วยงาน 912 บูธ บนพื้นที่ 17,314 ตารางเมตร พร้อม 18 นิทรรศการและกิจกรรมที่เชื่อมโลกหนังสือกับผู้อ่านทุกวัย ตลอด 10 วันเต็ม!

คาดคนเข้าร่วมวันละแสน
แม้น้ำท่วมกระทบ เพื่อนสำนักพิมพ์จัดเต็มโปรฯ
ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เล่าธีมงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งนี้ เป็นการสร้างพื้นที่พบปะระหว่างนักอ่าน นักเขียน นักแปล สำนักพิมพ์ และนักสร้างสรรค์ ภายใต้แนวคิด Unread Messages – คุณได้รับ ‘ข้อความใหม่’
เปรียบหนังสือทุกเล่มเป็นข้อความที่รอการเปิดอ่าน ทั้งเรื่องราว ความคิด และมุมมองใหม่ที่อาจเปลี่ยนวิธีที่เรามองโลก
ชวนสำรวจ ‘เกาะหนังสือ’ ค้นหาเล่มที่ตรงใจ รับข้อความจากนักเขียน และทำความรู้จักผู้อยู่เบื้องหลังผลงานผ่านนิทรรศการ กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การพัฒนาทักษะ การประกวด และเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้
ณัฐกรมองแนวโน้มวงการหนังสือว่า แม้ผู้อ่านรุ่นใหม่จะสนใจ e-Book เพิ่มขึ้น แต่หนังสือเล่มยังได้รับความนิยม โดยเฉพาะผลงานนักเขียนไทย หนังสือแนว Romantasy และสืบสวนสอบสวน อันเป็นแรงหนุนให้เกิดสำนักพิมพ์ใหม่ การออกหนังสือปกใหม่ และการพิมพ์ซ้ำอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่า e-Book ไม่ได้เข้ามาทดแทนหนังสือเล่มทั้งหมด แต่ช่วยขยายฐานผู้อ่านและเพิ่มทางเลือกในการอ่าน
ขณะเดียวกัน หนังสือยังเป็นของสะสมที่มีคุณค่าทางใจ ผู้อ่านให้ความสำคัญกับการออกแบบปก รูปเล่ม และคุณภาพการผลิตมากขึ้น นำมาสู่การที่ผู้จัดพิมพ์ฯ พัฒนาหนังสือให้ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มที่ต้องการฉบับพิเศษสำหรับสะสม และกลุ่มที่มองหาฉบับราคาจับต้องได้ เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อและความต้องการที่แตกต่างกัน
“สำหรับจำนวนผู้เข้าชมงาน คาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 100,000 คนต่อวัน เนื่องจากปีนี้มีการปรับลดระยะเวลาจัดงานเหลือเพียง 10 วัน จากเดิม 12 วัน จึงคาดว่านักอ่านจะเดินทางมาหนาแน่นขึ้นในแต่ละวัน” ณัฐกรกล่าว
สำหรับสถานการณ์อุทกภัย ยอมรับว่าวงการหนังสือได้รับผลกระทบทั้งด้านการผลิตและกำลังซื้อ โรงพิมพ์ขนาดใหญ่บางแห่งถูกน้ำล้อมจนต้องหยุดเดินเครื่องชั่วคราวประมาณ 5-6 วัน ทำให้หนังสือปกใหม่บางส่วนล่าช้า และต้องเร่งจัดส่งให้ทันวันเปิดงาน
ในมุมผู้บริโภค บางครอบครัวจำเป็นต้องจัดสรรงบเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ซึ่งอาจกระทบงบซื้อหนังสือ และจำนวนวันที่เดินทางมาเข้าร่วม
นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯคาดการณ์เม็ดเงินสะพัดปีนี้จะมากกว่า 500 ล้านบาท แม้ยอมรับว่ามีความกังวลเรื่องปัจจัยน้ำท่วม ที่อาจทำให้ผู้บริโภคคิดมากขึ้นในการซื้อหนังสือ
“ทางสำนักพิมพ์ต่างๆ ก็รับมือด้วยการงัดโปรโมชั่นและข้อเสนอที่แข็งแกร่งและดุเดือดเป็นพิเศษ เพื่อให้คุ้มค่ากับงบประมาณของนักอ่านมากที่สุด” คำตอบของณัฐกรกำลังบอกเป็นนัย ว่ารอบนี้คุ้มแน่นอน!

เชื่อ หนังสือกรูมมิ่งตัวตน
ด้าน ณรัณ หรือ ‘เน Perses’ สมาชิกไอดอลวงบอยกรุ๊ป เล่าถึงความทรงจำครั้งยังเด็ก บ้านญาติอยู่แถวคลองเตย จะเดินไปมหกรรมหนังสือทุกปี เวลาไม่มีอะไรทำ ก็จะขอไปซื้อหนังสือการ์ตูนมาอ่าน จนโตมาได้เขียนหนังสือ ได้ไปแจกลายเซ็นในฐานะนักเขียน ทำให้รู้สึกฟูลฟิลความฝันเหมือนกัน
“พอไปในฐานะนักเขียน แต่ละคนที่มาคือเขาอ่านงานของเรามาแล้ว ก็จะมีเรื่องมาเล่า ในฐานะนักเขียน รู้สึกว่าเป็นโอกาสที่ดีในการพบเจอกับผู้คนที่อ่านงานของเรา”
ถามถึงเล่มที่กำลังอ่านในช่วงนี้ ‘โตเกียวซ่อนกลิ่น’ ของ อุทิศ เหมะมูล ที่ผู้เขียนเขียนขึ้นตอนอยู่ที่โครงการศิลปินพำนัก ประเทศญี่ปุ่น
“ในปีต่อมา พี่เจ้ย (อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล) ผู้กำกับภาพยนตร์ ก็ได้เอามาทำเป็น workshop ในการทำหนังต่อ ความจริงเคยอ่านเรื่องนี้ในรวมเรื่องสั้นมารอบหนึ่ง แล้วเพิ่งได้เห็นว่าเขาตีพิมพ์แยกด้วย เป็น 3 ภาษา ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น และตอนนี้เรากำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วย
บวกกับมีคำนิยมของพี่เจ้ยที่หน้าปกด้วย เลยรู้สึกว่าต้องซื้อเก็บไว้หน่อยแล้ว เพราะเป็นเรื่องสั้นที่เราชอบ” ณรัณเล่าถึงเล่มโปรดด้วยตาเป็นประกาย
ถามถึงปกที่เปลี่ยนชีวิต? สำหรับ เน รู้สึกว่าหนังสือหลายเล่มมันค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเราไปทีละนิด การเจอหนังสือเล่มหนึ่ง มันทำให้เห็นมุมมองใหม่ที่อาจไม่เคยเจอมาก่อน แล้วค่อยๆ กรูมมิ่งให้เป็นเรา
“มีอะไรบางอย่างที่เราอาจจะสนใจ ณ ช่วงนั้น รู้สึกว่าถ้ามีไว้แล้วจะอุ่นใจ และปีนี้มีหนังสือการ์ตูนที่อยากได้มานานแล้ว” เน Perses เผย
หลงกลิ่นเล่มใหม่
อ่าน ‘เจ้าชายน้อย’ ซ้ำทุกปี รีเฟล็กซ์ตัวเอง
ในความทรงจำ กรภัทร์ หรือ นนน นักร้องนักแสดงในอ้อมใจของเจนซี บอกเลยว่าไปเดินงานหนังสือทุกปี
ส่วนตัวไม่ค่อยอ่านลึก อ่านเยอะเท่าคนอื่น แต่จะชอบซื้อ ของมันต้องมี
“ผมชอบคุยกับเพื่อนว่า ‘หนังท็อปทรีตอนนี้ให้อะไรบ้าง’ มันจะมีหนังเรื่องหนึ่งที่ไม่เคยหายไป ถ้าเป็นหนังสือสำหรับผมคือ ‘เจ้าชายน้อย’ ผมว่าน่าจะเป็นวรรณกรรมคลาสสิกมากๆ ในมุมผม สิ่งที่พิเศษคือ มันเป็นหนังสือที่ผมต้องหาเวลาอ่าน อย่างน้อยปีละครั้ง รีเฟล็กซ์ (สะท้อน) เราในปีนั้น ว่าเรามองโลกเปลี่ยนไปยังไง
การที่เราโตขึ้น มีองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งร่างกาย โลกที่โบยตีเราทุกปี ทำให้ความคิดบางอย่างเปลี่ยนไป จากที่อ่านทุกปี เราได้อะไรบางอย่าง มักจะได้คำนิยามตัวเองในปีนี้ ว่าเราเป็นคนประมาณไหน
ผมว่าอ่านหนังสือเล่มเดิม ไม่ได้หมายความว่าจบแบบเดิม หรือรู้สึกแบบเดิมเสมอไป
เจ้าชายน้อยมันเป็นฟังก์ชั่นนั้น ที่ทำให้เราเห็นอะไรบางอย่างในตัวเรา” กรภัทร์เล่าอีกมุมที่แฟนคลับอาจไม่เคยรู้
เขาเคยซื้อหนังสือในงานไปหมื่นกว่าบาท แล้วลืมไปด้วยว่าซื้ออะไรไปบ้าง เรียกได้ว่า เป็นตัวแทนของ ‘คนที่ชอบซื้อหนังสือ’
“แต่สุดท้าย เมื่อเราได้ซื้อแล้ว มันอยู่ในบ้านเรา เราจะหยิบมันมาอ่านได้ง่ายขึ้น อย่างน้อย 10 หน้าก็ได้ ไม่รู้ใครเป็นอย่างผมไหม ชอบดมกลิ่นหนังสือใหม่ ซึ่งผมชอบกลิ่นนั้นมาก เราจะยืนในมุมหนังสือ กรีดกรายแล้วดมไปด้วย”
เวลาเราเดินดู เราได้อะไรบางอย่างไปโดยไม่รู้ตัว อย่าง ‘กล้าที่จะถูกเกลียด’ แค่ชื่อหนังสือ มันทำให้เราคิดอะไรได้กว้างขึ้น ทั้งที่ยังไม่อ่านด้วยซ้ำ มันทำให้เราได้อะไรมากกว่าเดิม” กรภัทร์ชวนมองในอีกมุมที่น่าคิดตาม
สำหรับ นนน หนึ่งในสนามเด็กเล่น คือร้านหนังสือ
“บางเล่มผมซื้อเพราะไม่อยากให้มันหายไป อุดหนุนเพื่อให้สิ่งนี้มันมีต่อไปเรื่อยๆ เหมือนผมเป็นพรีเซ็นเตอร์โรงหนัง ไม่เคยขอโควต้า แต่ซื้อเองทุกเรื่อง เพราะไม่อยากให้โรงภาพยนตร์นั้นหายไป หนังสือก็เหมือนกัน” นนนทิ้งท้ายได้อย่างคมคาย
‘อ่านฮีลใจ’ ก้าวข้ามดราม่า
รับมือกระแสโซเชียล Toxic
ในตอนหนึ่ง กัญญารัตน์ หรือ ‘โบว์’ นักกีฬาวอลเลย์บอลทีมชาติไทย ตำแหน่งบอลเร็ว บอกตามตรงว่า ไม่ค่อยได้มีโอกาสไปสัมผัสงานมหกรรมหนังสือ แต่ตอนเด็กเนื่องจากอยู่โรงเรียนประจำ ทำให้ไม่ค่อยได้ใช้โทรศัพท์ ก็เลยได้อ่านหนังสือพวกนวนิยายแทน
“พอเก็บโทรศัพท์ แล้วไม่รู้จะทำอะไรเวลาว่างในหอ ก็จะซื้อหนังสือ การ์ตูน นิยายมาอ่าน ช่วงนี้อ่านหนังสือฮีลใจ กำลังใจในการใช้ชีวิต เพราะมันค่อนข้างตรงกับไลฟ์สไตล์ ซ้อมกีฬา หมดแพชชั่น อ่านหนังสือแนวนี้มันเหมือนมีเพื่อนที่คอยปลอบเรา เน้นหนังสือฮีลใจ ปรัชญาชีวิต ที่หาอ่านง่าย” โบว์ กัญญารัตน์เผย
ก่อนจะเล่าถึงอีกเหตุผลที่ทำให้หันมาจับหนังสือหมวดจิตวิทยาพัฒนาตนเอง เป็นเพราะเจอสิ่งรอบข้างที่ค่อนข้าง Toxic เจอกระแสโซเชียลที่ค่อนข้างแรง ในการเล่นกีฬา บางทีเราอาจเล่นไม่พอใจคนอื่น
“หนังสือแนวนี้มันช่วยให้เรารักตัวเองและเชื่อมั่นในตัวเอง ว่าเราจะทำได้ ประสบความสำเร็จได้ บางทีโซเชียลเราไม่ได้อยากเห็น แต่มันก็เข้ามาให้เราเห็น เลยหาช่องทางฮีลใจ ทำให้เริ่มอ่านหนังสือ”
ป้ายยาหนังสือเพื่อคนทำธีสิส
เปิดเคล็ดลับ เขียนวันละ 15 นาที
เป็นอีกท่านที่ไปเป็นประจำไม่เคยขาด สำหรับ ผศ.ดร.ประภาภรณ์ หรือ อ.กิ๊ฟท์ จาก มศว บอกเลยว่าประสบการณ์แน่น ตั้งแต่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ยังไม่รีโนเวต ปัจจุบันมีรถสาธารณะทำให้ไปสะดวกยิ่งขึ้น
“ด้วยความเป็นนักวิชาการสอนหนังสือมา 16 ปี และสอนกฎหมายด้วย เลยย้อนไปว่า จริงๆ เราชอบอะไร พบว่าชอบทุกแนว
สมัยก่อนตอนเด็กๆ มีความชอบนิยายที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวน ชื่อว่า ‘ยอดตุลาการราชวงศ์ซ่ง’ จากนั้นมาทำให้รู้สึกอยากเรียนกฎหมาย มีความสุขกับสิ่งเหล่านี้ อีกเล่มเรียกได้ว่าเป็นนิยายระดับครู ขั้นเทพ คือ ‘ความรักของวัลยา’ ของ เสนีย์ เสาวพงศ์ ทุกคนควรได้อ่าน”
อีกเล่มที่ อ.กิ๊ฟท์ อยากแนะนำ โดยเฉพาะคนที่ชอบความเป็นธรรมทางสังคม คือ ‘ปีศาจ’ เรียกได้ว่าเป็นตำนาน
แต่เมื่อไหร่ที่ท้อแท้ มักจะชอบหยิบ ‘Writing Your Dissertation in Fifteen Minutes a Day’ ขึ้นมาอ่าน โดยไปได้เล่มนี้มาจากอเมริกาเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เหมาะอย่างยิ่งโดยเฉพาะคนที่เรียน ป.โท ป.เอกที่ซัฟเฟอร์กับการทำวิทยานิพนธ์ คือ ทำให้ค่อยๆ เขียนไป แค่มี 15 นาทีต่อวัน เราก็เขียนจบได้
สรุปเป็นภาษาไทยคือ ‘หนังสือที่ดี คือหนังสือที่เราเขียนจบ’
“หนังสือที่ดี มันเป็นเหมือนกัลยาณมิตร บางทีเราไม่รู้หรอกจะได้คำตอบอะไรจากหนังสือหนึ่งเล่ม บางทีชีวิตช่วงนั้นมันมีปัญหานี้อยู่ พอเปิดแล้วมันมีคำตอบให้เรา เป็นเหมือน Good friend ทั้งหมดตอนนี้มีประมาณ 3,000 เล่มที่บ้าน อยู่ในสต๊อก
อย่างน้อยมันเป็นส่วนหนึ่งในเมโมรีชีวิตเรา ที่รีเฟล็กซ์ ว่าเราชอบอะไรบ้างในแต่ละช่วงชีวิต” ผศ.ดร.ประภาภรณ์ชี้
เล็งหาไอเดียปั้น ‘ซีรีส์’ ในงานหนังสือ
เสนอ ‘ตั้งจุดบริจาค’ ส่งต่อ ร.ร.น้ำท่วม
เมื่อถามถึงประสบการณ์ที่เกี่ยวกับงานหนังสือ?
ชัญญา หรือนิ้ง นักแสดงหญิงรุ่นใหม่ สร้างชื่อจากซีรีส์เด็กใหม่ ซีซั่น 2 แอบกระซิบว่า ช่วงนี้กำลังมองหาแรงบันดาลใจในการสร้างซีรีส์เอง
“ปีนี้ก็เลยมีจุดมุ่งมั่นเป็นพิเศษ จะไปเล็งในงานนี้ ถ้ามีเรื่องที่รู้สึกว่าอยากจะเล่า หรือมี passion กับมัน ก็กำลังมองหาอยู่”
ถามถึงเล่มที่เปลี่ยนชีวิต สำหรับนิ้ง ให้ ‘Grit’ เป็นเล่มแรก พูดถึงสิ่งที่คุณต้องมี เมื่อคุณไม่มีแต้มต่อในชีวิต
ด้วยความที่เธอโตมาในบ้านที่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย ส่วนใหญ่เวลาว่างที่ทำมี 2 อย่างที่จะพาให้เรามีมุมมองที่กว้างและเห็นโลกมากกว่าเดิม หนึ่งคือภาพยนตร์ สองคือ หนังสือ
“พอเราเห็นคำโปรยว่า ‘เมื่อคุณไม่มีแต้มต่อในชีวิต’ เรารู้สึกว่าโดนเส้นมากเล่มนี้ ด้วยความที่ทำงานหาเงินมาตั้งแต่เด็ก พอได้อ่านแล้วรู้สึกว่าเจ๋งดี เขากำลังพูดว่า คนเราจะประสบความสำเร็จ ต้องมีอะไรบ้าง?”
เราได้ยินเรื่อง ‘พรสรรค์’ กับ ‘พรแสวง’ ซึ่งเล่มนี้พูดเรื่องพรแสวงเป็นหลัก การมีเป้าหมายระยะยาวและไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค เลยรู้สึกว่าชอบเล่มนี้มาก ไม่ว่าจะไปพูดที่ไหนก็จะเป็นเรื่องที่แนะนำให้เด็กทุกคนได้อ่าน”
อีกเล่ม ‘Self-Searching’ ที่หน้าปกออกแบบเป็นรูปกระจก ให้เห็นหน้าเรา เกี่ยวกับเรื่องจิตวิญญาณ อยากให้ทุกคนได้อ่านกัน จะได้คำแนะนำที่ดีในเล่มนี้
“หนูชอบซื้อหนังสือให้เป็นของขวัญ และชอบวิธีที่ผู้ใหญ่เมตตาซื้อหนังสือให้เป็นของขวัญ เหมือนเขามีอะไรที่อยากให้เราได้เรียนรู้ แม้คนที่ให้จะเสียชีวิตไปแล้ว อ่านทีไรแล้วทำให้นึกถึงเขา เล่มนี้อ่านได้ทุกคน มันเกี่ยวกับการค้นหาตัวเอง ค้นหาจิตวิญญาณของเรา”
สำหรับ ‘นิ้ง ชัญญา’ นอกจากเนื้อหา ยังชอบงานดีไซน์ หน้าปกสวยๆ บางทีปกมันดึงดูดเราว่า ‘ลองดูไหม’
จากจุดเริ่มต้น คือพ่อมีหนังสือในบ้าน พอไม่มีอะไรทำก็เลยต้องอ่าน ดันเจอเล่มที่มันสนุกแค่เล่มเดียว ทำให้รู้สึกว่าอยากอ่านอีก
นิ้งยังเสนอแนวคิด จัดตั้งซุ้มรับบริจาคหนังสือภายใน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานนำหนังสือมาส่งต่อ เพื่อช่วยฟื้นฟูพื้นที่เรียนรู้ อย่างห้องสมุดในโรงเรียนที่สูญเสียหนังสือไปจากภัยน้ำท่วมอีกด้วย
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ แบ่งเป็น 6 โซน ได้แก่ โซนหนังสือทั่วไป, หนังสือนิยายและวรรณกรรม, หนังสือเด็กและการศึกษา, การ์ตูนและวัยรุ่น, หนังสือเก่า, Non-Book และบอร์ดเกม เตรียม 18 ไฮไลต์ที่น่าสนใจมากมาย ครอบคลุมทั้งการพบปะนักเขียน การส่งเสริมการอ่านในครอบครัว เปิดโอกาสให้ผู้สร้างสรรค์รุ่นใหม่ และเข้าถึงการอ่านได้อย่างเท่าเทียม
สำหรับงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม ถึง 1 พฤศจิกายนนี้ เวลา 10.00-21.00 น. ณ ฮอลล์ 5-7 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ติดตามรายละเอียดได้ที่ www.thailandbookfair.com, Facebook: Thai Book Fair (@bookthai) และ www.pubat.or.th



