ตีโจทย์ใหญ่
‘ไทยในสมการอำนาจอาเซียน’
ปิติ-จักรี เฉลย ยุทธศาสตร์ไหนคือคำตอบ?
จบไปแล้วหมาดๆ สำหรับ มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 (Book Expo Thailand 2026) ภายใต้แนวคิด Unread Messages-คุณได้รับ ข้อความใหม่ ระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม-1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งบูธสำนักพิมพ์มติชน J02 คึกคักไม่แผ่ว ทั้งวันธรรมดา และช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่จำนวนผู้แวะเช็กอินพุ่งในระดับพีค
เล่มมาแรงแซงโค้งท้ายไต่อันดับจากท็อป 10 สู่ท็อป 5 ก่อนเข้าท็อป 3 และจบที่อันดับ 2 ของชั้นหนังสือขายดียอดรวม 10 วัน คือ Amidst the Mainland Geopolitics ไทยในสมการอำนาจอาเซียนภาคพื้นทวีป โดย ปิติ ศรีแสงนาม และจักรี ไชยพินิจ
เป็นรองเพียง ‘ความไม่รู้ คือ ความรู้อย่างหนึ่ง (ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจลำดับที่ 37)’ ผลงาน ‘หนุ่มเมืองจันท์’ ซึ่งมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่น
ขณะที่อันดับ 3 คือ ‘IR IS US การเมืองโลกหมุนรอบเรา’ โดย ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ที่มาแรงต่อเนื่องหลายวัน
บ่ายวันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของมหกรรมหนังสือ ณ ชั้น LG ฮอลล์ 5-7 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม และ รศ.ดร.จักรี ไชยพินิจ เจ้าของผลงานมาแรงแซงในโค้งท้าย นั่งประจำการ ณ บูธมติชน แจกลายเซ็นและพูดคุยหลากหลายประเด็นในกิจกรรม Meet & Read
นับถอยหลัง ปี 2028 ไทยนั่งประธานอาเซียน
ย้ำ มองเพื่อนบ้านเป็นศัตรู สร้างปัญหาระยะยาว
เริ่มต้นด้วยคำถามแรกที่ว่า อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจศึกษาเรื่องภูมิรัฐศาสตร์อาเซียนภาคพื้นทวีป จนกลายมาเป็นหนังสือเล่มนี้?
รศ.ดร.ปิติเผยว่า หลักๆ คือ ค.ศ.2028 ประเทศไทยจะเป็นประธานอาเซียน เพราะฉะนั้นใน ค.ศ.2027 เราจะต้องทำงานหนักมากในการที่จะต้องกำหนดวาระว่าจะผลักดันเรื่องอะไรให้สำเร็จในปี ค.ศ.2028 และในการที่จะกำหนดวาระสำคัญเหล่านี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราจะต้องรู้ไม่ใช่แค่สถานการณ์โลก แต่ต้องรู้ด้วยว่าเพื่อนบ้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประชาคมอาเซียนที่มีพรมแดนติดกับเรา ไม่ว่าจะเป็นเมียนมา ลาว กัมพูชา รวมถึงเวียดนาม เขาคิดอะไร มีประเด็นอะไรและเราจะดึงเขาเข้ามาเพื่อที่จะร่วมกันผลักดันเรื่องสำคัญในประชาคมอาเซียนอย่างไร จึงกลายเป็นที่มาของหนังสือเล่มนี้
“รวมถึงว่านาทีนี้ความเข้าใจผิดในการปลุกกระแสชาตินิยมโดยมองประเทศเพื่อนบ้านเป็นศัตรูมันรุมเร้ามาก และจะสร้างหลายๆ เรื่องที่เป็นปัญหาระยะยาวในอนาคต เพราะฉะนั้นความเข้าใจที่ถูกต้อง กับเรื่องราวของเพื่อนบ้านจึงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่สุดในการเขียนหนังสือเล่มนี้” รศ.ดร.ปิติเผยที่มา

จากนั้น กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาไทย ‘หลีกเลี่ยงการที่จะเลือกข้าง’ แต่นาทีนี้สิ่งที่สำคัญกว่าคือเราควรจะต้องเล่นบทบาทนำ ในฐานะมหาอำนาจกลาง และการที่เราจะเป็นมหาอำนาจกลางได้ ประเทศไทยอาจจะเล็กเกินไปเพราะฉะนั้นเราเองจะต้องทำงานใกล้ชิดมากขึ้นกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะฉะนั้นจุดที่สำคัญที่สุด คือ อะไรที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน ที่เรากับประเทศเพื่อนบ้านควรจะเดินหน้าไปพร้อมกันได้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรามองไปที่ สปป.ลาว มีนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจตั้งแต่ยุค 1985 เรียกว่าจินตนาการใหม่ ในหนังสือของเล่มนี้เลยบอกว่า ‘มันอาจจะต้องถึงยุคที่เรากับ สปป.ลาว ร่วมมีจินตนาการใหม่ 2.0 ด้วยกัน แล้วมอง สปป.ลาว เป็นลาวส์ โลจิสติกส์ ลิงก์, ลาวส์ เอ็นเนอร์จี้ ลิงก์, ลาวส์เดต้า ลิงก์ และลาวส์ ไฟแนนเชียล ลิงก์’
“ถ้าสามารถเป็นมิตรที่ดีกับประเทศลาว พัฒนาแบบนี้กันไปได้ ประเทศลาวก็ได้ประโยชน์และประเทศไทยก็ได้ประโยชน์ การมีประโยชน์ร่วมกันจะทำให้ทั้ง 2 ประเทศมีซอฟต์พาวเวอร์ มีพลังอำนาจมากยิ่งขึ้นในการที่จะกำหนดกฎกติกาในเวทีโลก ลักษณะแบบนี้เราเสนอไว้ในหนังสือ” รศ.ดร.ปิติเล่า
ถึงเวลา ‘ปฏิสัมพันธ์ (ใหม่)’ กับ ‘เมียนมา’
นโยบายต้องชาญฉลาด ดึงหลากประเทศเป็นมิตรด้วย
นอกจากนี้ รศ.ดร.ปิติยังยกตัวอย่างกรณีเวียดนาม ซึ่งเราพูดถึงนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจที่มีมาตั้งแต่ในปี 1986 ตอนนี้ถึงเวลาที่จะต้องพูดถึง โด๋ย เม้ย 2.0 และในกรณีของเมียนมา ซึ่งมีสงครามกลางเมือง ที่ผ่านมาถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากทุกประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะมหาอำนาจ

“มันถึงเวลาที่จะต้อง Renewed Engagement กลับไปมีปฏิสัมพันธ์ใหม่กับเมียนมา เพราะผลเสียจากการผลักเมียนมาออกไป มันมากจนเราไม่สามารถจะรับผลเสียแบบนั้นได้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการค้ามนุษย์ การค้าอาวุธเถื่อน การค้ายาเสพติด ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ทำให้เราต้องวางนโยบายอย่างชาญฉลาด ในการที่จะเป็นมิตรกับเมียนมา และดึงประเทศอื่นๆ ให้เป็นมิตรด้วย
ตอนนี้สิ่งที่เห็นคือหลายๆ ประเทศที่เคยปฏิเสธเมียนมา อย่างเช่นมาเลเซีย หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกาเองก็กลับมามีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมา เพราะฉะนั้นไทยจะเอาอย่างไร และแน่นอนที่สุดกับประเทศที่เรามีข้อพิพาทด้วยอย่างในกรณีของกัมพูชา มันกำลังจะร้าวลึกลงไปเป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับประชาชน ซึ่งเราไม่อยากเห็นแบบนั้น แล้ววิธีคิดที่ถูกต้องกับกัมพูชาควรจะเป็นอย่างไร เราก็กำลังพยายามจะหาทางออกอยู่ในเล่มนี้” รศ.ดร.ปิติชี้เป้าประเด็นสำคัญ
ยิ่งนาน ยิ่งชัด ‘โลกแบ่งเป็น 3 ก๊ก’
โจทย์ใหญ่ของไทย ยุทธศาสตร์ไหนคือคำตอบ?
เมื่อถามว่า ท่ามกลางการแข่งขันระหว่างสหรัฐกับจีน ราชอาณาจักรไทยควรวางตัวอย่างไร เพื่อรักษาสมดุลและผลประโยชน์แห่งชาติ?
คำถามนี้ ถึงคิว รศ.ดร.จักรีเป็นผู้ให้คำตอบ โดยเผยว่า โลกเรากำลังแบ่งออกเป็น 3 ก๊ก ที่ชัดเจน ที่เราเรียกว่า 3 ก๊ก มหาอำนาจแห่งศตวรรษที่ 21 เราเห็นก๊กที่เป็น Global North นำโดยสหรัฐ เราเห็นก๊กที่เป็น Global South นำโดยจีนบวกรัสเซีย เราเห็นปรากฏการณ์ที่ใน 3 ปีก่อนอาจจะยังไม่ชัดเจนมาก คือ Pax Islamica จนกระทั่งปัจจุบันเราเห็นรูปแบบการรวมตัวของกลุ่มโลกมุสลิมที่เหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น ล่าสุด เราเห็นการผนึกกำลังระหว่าง Mega Agreement กับอิหร่าน ซึ่งหลายๆ คนก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเห็นการรวมตัวของ ‘ซุนนี’ กับ ‘ชีอะฮ์’ ได้ ดังนั้นสมมุติฐานที่เราวางไว้คือน่าจะเกิด 3 ก๊ก มันก็ชัดเจนมากยิ่งขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

“โจทย์ที่สำคัญ คือ ถ้ามันจะมีสมรภูมิใดก็ตามที่ขยับขยายจากความขัดแย้งในยุโรป ในตะวันออกกลาง ก็มีความเป็นไปได้ที่จะขยับขยายมาสู่สิ่งที่เรียกว่า Indo-Pacific และเมื่อพูดไปถึง Indo-Pacific ก็จะกลายมาเป็นอาเซียน และเมื่อพูดถึงอาเซียนประเทศไทยก็อยู่ตรงกลางชัยภูมิตรงนั้น
ดังนั้นโจทย์ของไทย ณ วันนี้เราคงไม่ได้ใช้ยุทธศาสตร์ไผ่ลู่ลมแบบเดิมแบบที่เราเคยใช้แล้ว วันนี้เรากำลังประเมินแต่ละย่างก้าวอย่างใกล้ชิด และพยายามทำสิ่งที่เรียกว่าการดำเนินยุทธศาสตร์ที่เป็น Strategic Hedging (การสร้างสมดุล) ที่ในขณะเดียวกันเราจะรู้ว่าจะวางตัวอย่างไร แต่การที่เราจะวางตัวอย่างไรได้นั้นเราต้องเข้าใจก่อนว่าโลกในแบบเพื่อนบ้านของเรามีจุดเด่นอะไรบ้าง แทนที่เราจะมองในเรื่องของความเป็นชาตินิยม อย่างกับกัมพูชา แทนที่เราจะมองในเรื่องของการเป็นคู่แข่งอย่างเวียดนาม แทนที่เราจะนึกถึงเพียงแค่ว่าประเทศลาวไม่มีทางออกทะเล วันนี้ประเทศลาวก็พัฒนาไปไกลแล้ว มีท่าเรือน้ำลึก
ดังนั้น หนังสือเล่มนี้จะทำให้ผู้อ่านได้เห็นภาพว่า ไทยจะมีภูมิเศรษฐศาสตร์อย่างไรบ้างในการดำเนินนโยบายในอนาคตได้” รศ.ดร.จักรีทิ้งท้าย
นับเป็นอีกเล่มที่พลาดไม่ได้ สำหรับคอหนังสือสายวิชาการเข้มๆ ที่ขายดีติดอันดับเบสต์เซลเลอร์
อคิรา ทองโม้ – เรื่อง
สมจิตร์ ใจชื่น – ภาพ
สั่งซื้อและติดตามโปรโมชั่นของสำนักพิมพ์มติชนได้ที่
www.matichonbook.com
Line : @matichonbook
Youtube : @MatichonBooks
Tiktok : @matichonbook
Twitter : @matichonbooks
Instagram : matichonbook
โทร 0-2589-0020 ต่อ 3350-3360



