เรียนภาษาเพื่อนบ้านไว้ได้ประโยชน์ : คอลัมน์ เดือนหงายที่ชายโขง

12.07.17 | 14:18 น.

หลายครั้งเราอาจรู้สึกแปลกๆ บ้างที่เวลาจำเป็นต้องพูดคุยกับคนรู้จักที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่ต้องพูดเป็นภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสาร แต่โดยมากพวกเขาเหล่านั้นมักจะรู้ภาษาไทย เข้าใจ ฟัง และอ่านภาษาไทยได้ในระดับหนึ่งอยู่แล้ว ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่แรงงานที่เข้ามาทำงานในไทย ก็เรียนรู้ภาษาไทยจนใช้งานได้พอสมควร แต่พวกเราคนไทยกลับมีน้อยคนนักที่รู้ภาษาของประเทศเพื่อนบ้านในระดับดีพอที่จะสนทนา ฟัง พูดได้ อย่าว่าแต่จะอ่านเขียนเลย

ความไม่รู้เขา แต่เขารู้เราอย่างนี้ เป็นอุปสรรคในการเจรจาสนทนาและสื่อสารต่อกัน ทั้งยังเป็นช่องที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สร้างความเสียหายได้ โดยเฉพาะในยุคโซเชียลมีเดียรวดเร็วเช่นนี้ ภาพประกอบคำอธิบายที่ไม่ตรงกับภาษาต้นทาง อาจก่อวิกฤตระหว่างประเทศจากทัศนคติบวกกับความไม่รู้ภาษาได้อย่างรุนแรง เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในกรณีเอารูปพระสงฆ์และการชุมนุมในพม่ามากล่าวอ้างผิดๆ ทางการเมือง ทั้งที่มีตัวหนังสือบอกชัดอยู่แล้วว่าเป็นเหตุการณ์ใด หรือในกรณีที่เกิดการปะทะชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชาในต้นปี 2554 ซึ่งฝ่ายกัมพูชาสามารถอ่านและฟังข่าวจากสื่อไทยได้เต็มที่ ในขณะที่สื่อไทยไม่รู้เรื่องและไม่สามารถเข้าใจรายงานข่าวจากกัมพูชาได้เลย ต้องรอสำนักข่าวตะวันตกส่งข่าวมาแล้วจึงสื่อสารได้

นอกจากนี้ ในทางธุรกิจ การใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสาร แม้จะเป็นภาษากลาง (Lingua Franca) ที่สื่อสารได้เข้าใจกันเป็นสากล แต่หากสามารถใช้ภาษาเพื่อนบ้านเพื่อการสื่อสารก็จะได้รับความเป็นกันเองและความไว้เนื้อเชื่อใจในการคบหาระยะยาว ทั้งในด้านธุรกิจและชีวิตส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ยิ่งเมื่ออีกฝ่ายพูดภาษาไทยมาอย่างคล่องแคล่ว เข้าใจวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของคนไทยดี แต่เรากลับไม่รู้อะไรเรื่องของเขาเลย เป็นเรื่องที่น่าเสียดายและน่าคิดทบทวนว่า เหตุใดคนไทยถึงรู้ภาษาและเรื่องราวของเพื่อนบ้านกันน้อยนัก ทั้งที่เราสามารถรู้เรื่องราวของประเทศห่างไกลอย่างญี่ปุ่นหรืออเมริกาได้อย่างละเอียด ถ้าลองถามเด็กมัธยมว่า ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา คือใคร

และเทียบกับถามว่าประธานาธิบดีของ สปป.ลาว คือใคร คนน่าจะตอบเรื่องของอเมริกาได้มากกว่าลาวเป็นแน่แท้

แนวคิดชาตินิยมแบบยุคสงครามเย็น ที่มองประเทศเพื่อนบ้านเป็นศัตรู อาจเป็นสาเหตุหลักของอุปสรรคการเรียนรู้เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้ การมองว่าประเทศเพื่อนบ้านมีระดับการพัฒนาที่เจริญน้อยกว่าจนไม่เห็นความสำคัญในการศึกษาเรียนรู้ภาษาและเรื่องราวต่างๆ ใกล้ตัว ก็เป็นช่องว่างที่ควรเปลี่ยนทัศนคติเสียใหม่

Advertisement

ในยุคที่ประเทศเพื่อนบ้านรอบประเทศไทยกำลังพัฒนาด้วยความเร็วยวดยิ่ง GDP เติบโตไม่ต่ำกว่าปีละ 7% โดยเฉลี่ยติดต่อกันหลายปี ไม่ว่าจะเป็นลาว เมียนมา กัมพูชา เวียดนาม การเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความเติบโตนั้นมีโอกาสให้ชาวไทยที่คุ้นเคยกับงานมาตรฐานสากลเข้าไปมีส่วนร่วมกับความก้าวหน้าดังกล่าว หากอาศัยเพียงภาษาอังกฤษอย่างเดียว คนไทยก็ยากจะสู้กับชาวตะวันตกได้โดยตรง แต่หากเรียนรู้ภาษาของประเทศเพื่อนบ้านแต่ละประเทศ และเข้าใจความละเอียดอ่อนของวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกับไทยแล้ว ย่อมเป็นข้อได้เปรียบของคนไทยที่จะแทรกตัวเข้าไปมีบทบาทและส่งเสริมความก้าวหน้าทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเพื่อนบ้านไปพร้อมกัน

การเรียนรู้ภาษาเพื่อนบ้าน จึงเป็นทางเลือกเพิ่มเติมต่อเนื่องจากภาษาอังกฤษในการทำงานซึ่งเป็นช่องว่างและโอกาสที่สำคัญ มีความต้องการสูง ในขณะที่คนที่มีความรู้ยังไม่มากในตลาด ทั้งการทำงานกับบริษัทไทย หรือบริษัทญี่ปุ่น จีน ตะวันตก ที่ประกอบกิจการในประเทศเพื่อนบ้าน หรือแม้แต่โอกาสทางธุรกิจที่จะไปประกอบกิจการด้วยตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักเรียนนักศึกษาที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดชายแดน หรือมีเชื้อสาย ใช้ภาษาถิ่นที่เป็นส่วนหนึ่งของภาษาประเทศเพื่อนบ้านอยู่แล้ว ย่อมเป็นข้อได้เปรียบที่ควรฉวยคว้าเอาไว้ให้ดี