‘ความโง่’ นำเราไปสู่เส้นทางใหม่ : คอลัมน์ นอกลู่ในทาง

15.07.17 | 14:27 น.

มีไอเดียใหม่ สิ่งใหม่เกิดขึ้นทุกวัน และในบรรดาไอเดียทั้งหลายเหล่านั้น น้อยยิ่งกว่าน้อย หรืออาจไม่มีเลยก็ได้ที่จะเป็นสิ่ง “ใหม่” แบบที่ไม่เคยมีใครคิดมาก่อน หลายไอเดียหลายบริการล้วนมีคนเคยคิดได้มาก่อนแล้ว แต่อาจล้ำไปมาเร็วไป ยังทำได้ไม่ดีพอ หรือล้มเลิกไปก่อนที่จะเดินไปถึงความสำเร็จ

ไม่ว่าจะในยุค “ปลาเร็วกินปลาช้า” หรือ “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” บรรดาผู้ที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายต่างเคยผ่านความล้มเหลวมาแล้วทั้งนั้น

ความล้มเหลวจึงเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ

กว่า “โทมัส อัลวา เอดิสัน” จะผลิตหลอดไฟหลอดแรกสำเร็จ ต้องทำการทดลองมานับครั้งไม่ถ้วน

“เอดิสัน” มองการทดลองที่ผิดพลาดนับพันครั้งเป็นการได้เรียนรู้อีกนับพันวิธีที่ “ไม่ควรทำ”

Advertisement

ความผิดพลาดไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือ “การเรียนรู้”

คำว่า “อัจฉริยะ” ในความคิดของ “เอดิสัน” ประกอบด้วยพรสวรรค์ 1% อีก 99% คือความพยายาาม

“เอดิสัน” กล่าวว่า “ความล้มเหลวหลายสิ่งในชีวิตของคนส่วนใหญ่ เกิดจากการที่พวกเขาไม่ตระหนักว่าพวกเขาอยู่ใกล้ความสำเร็จแค่ไหน ตอนที่เขายอมแพ้”

และในยุคที่ใครๆ ก็อยากเป็น “สตาร์ตอัพ” นั้น สตาร์ตอัพรุ่นพี่ผู้บุกธุรกิจอีบุ๊กในเมืองไทย คุณหมู-ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ แห่ง “อุ๊คบี” ซึ่งทุกวันนี้ยังคงเดินหน้าขยับขยายอาณาจักรธุรกิจของตนเองไปสู่แพลตฟอร์มคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์โดยผู้ใช้ (UGC-User Generate Content) ก็คิดไม่ต่างกันว่า “ความล้มเหลว คือการเรียนรู้”

และว่า คุณสมบัติอย่างหนึ่งที่ “สตาร์ตอัพ” จำเป็นต้องมี คือ “ความอึด” ไม่ล้มเลิกความตั้งใจโดยง่าย เพราะถ้าล้มเลิกทุกอย่างก็จบ แต่ถ้าไม่เลิก ยังมีโอกาสสำเร็จ

“ประเทศไทยให้คุณค่ากับความล้มเหลวมากเกินไป จนทำให้หลายคนไม่กล้าเสี่ยง หรือหยุดความฝัน เลิกล้มความตั้งใจ เมื่อเจอกับความผิดพลาด ทั้งๆ ที่การไม่ทำอะไรเลย มีต้นทุนสูงกว่าการลงมือทำด้วยซ้ำไป และอย่าคิดว่าทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย”

ไม่ว่าจะยุคไหน “ความสำเร็จไม่เคยง่าย และต้องใช้เวลา”

การค้นหาไอเดียเพื่อสร้างธุรกิจ “สตาร์ตอัพ” ในปัจจุบันก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับการที่ “คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส” ล่องเรือออกไปค้นหาทวีปใหม่

“อย่ารอความสมบูรณ์แบบ เพราะคุณอาจเสียโอกาสให้กับผู้ที่มองเห็นช่องว่างและเร็วกว่าคุณได้ทุกเมื่อ ในการทำธุรกิจให้ยึดในส่วนที่เป็นความสามารถ หรือความถนัดของเราเป็นหลัก และส่งต่อส่วนอื่น ให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ เป็นผู้ดูแล”

กูรูสตาร์ตอัพไทยย้ำว่าคิดจะเป็นสตาร์ตอัพ “อย่ายอมแพ้อะไรง่ายๆ ให้เรียนรู้จากข้อผิดพลาดแล้วนำมาเปลี่ยนแปลงแก้ไข และจงเชื่อมั่นว่าเราทำได้ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ประสบความสำเร็จ”

ที่สำคัญ “อย่าช้า” ให้ “ท-ท-ท” (ทำทันที) เพราะความฝันยุคดิจิทัลหมดอายุเร็วมาก

เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้เขียนมีโอกาสไปนั่งฟัง คุณสาธิต กาลวันตวานิช ผู้ก่อตั้งบริษัทโฆษณา Phenomena และ Propaganda เจ้าของแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ที่มี Mr.P เป็นไอคอน ถ่ายทอดประสบกาณ์ ในคลาส ACTs (AIS Creative Talents) ซึ่งเป็นหลักสูตรอบรมพนักงานของยักษ์มือถือเอไอเอส เพื่อเตรียมองค์กรให้พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลง

เบื้องหลังความสำเร็จของบริษัทโฆษณาดัง Phenomena และแบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ Propaganda เกิดมาจากความไม่พร้อม และความไม่รู้

คุณสาธิตเล่าว่า ความไม่พร้อม และความไม่รู้ ทำให้ “Propaganda” ไม่กลัวที่จะทำสิ่งใหม่ๆ

“มิสเตอร์พี” ของ Propaganda เกิดมาจากความรู้สึกอิ่มตัวจากการทำงานดีไซน์ให้ลูกค้าที่ต้องคอยแก้งานไป-มาจึงคิดทำโปรดักส์ของตนเองขึ้นมา

“ตัวผมเองชอบความกดดัน ยิ่งหลังชนฝายิ่งชอบ เพราะจะได้สร้างเรือลำใหม่ อย่าไปมัวซ่อมเรือลำเก่า เมื่อเจอวิกฤตคนเราจะพยายามดิ้นออกไปจะเจอเส้นทางใหม่ๆ ไม่เชื่อให้ลองสังเกตุดูว่า เวลาเรามีเงินเยอะๆ เราจะคิดน้อย แต่พอมีเงินน้อย เราจะคิดเยอะ”

พร้อมยกตัวอย่างว่า “โปรดักส์ตัวหนึ่งของเราที่เป็นชามใส่ผลไม้ใบใหญ่ มีมีดปักตรงกลางที่ทำออกมาแล้วได้รางวัลมากมาย และเป็นโปรดักส์ที่ขายดีมาก ก็เกิดจากความไม่รู้ และวันนี้กลายเป็นของหายากเพราะไม่ได้ทำออกมาอีกแล้ว เนื่องจากมารู้ภายหลังว่า ไม่คุ้มค่าขนส่ง”

ดังนั้น รู้มากไปก็ไม่ดี บางครั้งจะทำให้เราเซ็นเซอร์ตนเองก่อนที่จะลงมือทำอะไร เหมือนคำกล่าวที่ว่า “More Logic, Less Magic สิ่งสำคัญคือ อย่าให้ Logic เป็นกรงขังให้เราไม่กล้าลองทำสิ่งใหม่

“คำว่า ก็ดีนะแต่ว่า…. เป็นคำที่ ฆ่าไอเดีย ในโต๊ะประชุมจึงต้องไม่มองเรื่องถูกหรือผิด เพราะการหาความถูกต้อง ไม่ทำให้เกิดไอเดีย เวลาประชุม ควรเป็นช่วงที่ช่วยกันคิด ช่วยกันหาไอเดียใหม่ แล้วมาดูว่าแต่ละไอเดียจะมีทางเดินต่อไปได้อย่างไร มากกว่า”

โลกใบเก่าเป็นโลกของการรักษาเก้าอี้ หรือ “เพลย์เซฟ” แต่โลกใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจาก “เทคโนโลยีดิสรัปชั่น” เป็นเรื่องของการลองผิดลองถูก และต้องโอบรัดความเปลี่ยนแปลง โดยต้องพยายามทำตนเองให้หลุดจากกรอบของความกลัวให้ได้

อย่ากลัวล้มเหลว อย่ากลัวว่าใครจะมองว่าโง่ แต่ให้คิดว่า “ความโง่จะนำพาเรา ไปสู่ดินแดนใหม่ๆ”