มีคลิปวิดีโอคลิปหนึ่ง เผยแพร่ทางยูทูบมานานแล้ว และทุกวันนี้ก็ยังเป็นที่นิยม มีคนเข้าไปชม และบ่อยครั้งที่มีการเอากลับมาแชร์ใหม่ไม่ว่าจะเป็นทางเฟซบุ๊ก หรือไลน์
เรื่องราวของนักจิตวิทยาที่เข้าไปแก้ปัญหาให้ครอบครัวหนึ่งลูกสามคนเอาแต่ทะเลาะกัน และเฮี้ยวใส่พ่อแม่ตลอด
หลังให้พ่อกับแม่ตั้งกล้องวงจรปิดบันทึกพฤติกรรมของคนภายในครอบครัวและเอามาย้อนดู
นักจิตวิทยาวิเคราะห์แล้วจับสาเหตุได้ว่า เกิดจากพ่อกับแม่มักแสดงพฤติกรรมเข้าไปโอ๋ หรือเอาใจใส่กับลูกคนที่อาละวาด โดยคิดว่าจะแก้พฤติกรรมของลูกคนนั้นได้ ขณะที่ปล่อยให้ลูกคนที่ไม่มีปัญหาอยู่กับตัวเอง โดยคิดว่าไม่มีอะไรต้องแก้
นักจิตวิทยาวิเคราะห์ทำนองว่า การจัดการกับเด็กด้วยวิธีนี้นั่นเองที่สร้างปัญหาขึ้นมา เพราะทำให้เด็กเกิดความคิดว่าหากอาละวาด ก่อความวุ่นวายและทะเลาะกันเป็นวิธีที่ทำให้พ่อแม่ให้ความสนใจ หากไม่ก่อปัญหาจะไม่ได้รับความสนใจ
และเมื่อทำตามความคิดเช่นนั้นแล้วได้รับการยืนยันจากการแสดงออกของพ่อแม่ว่าความคิดเช่นนั้นถูกแล้ว
ทำให้เด็กเหล่าพากันดื้อ และอาละวาดกันเป็นการใหญ่ ไม่ใช่เพื่ออะไรเลย แต่เพื่อทำให้พ่อกับแม่มาให้ความใส่ใจ
เรื่องนี้ที่พ่อกับแม่ไปหานักจิตวิทยาให้มาช่วย แก้ปัญหาลูกดื้อ ให้มาช่วยจัดการกับลูกๆ ให้หน่อย แต่กลับกลายเป็นว่าคนแรกที่นักจิตวิทยาตัดสินใจจัดการก่อนกลับเป็นพ่อกับแม่
สาเหตุแห่งความยุ่งยากในรูปแบบนี้ เกิดขึ้นกับทุกเรื่องราว
การตอบโต้ของผู้คนต่างๆ หรือกระทั่งสิ่งต่างๆ เป็นไปตามที่เราสื่อสารกับคนนั้น หรือสิ่งนั้น ไม่ว่าจะเป็นความคิด คำพูด หรือการกระทำ หรือการแสดงออกให้รู้สึกได้อื่นๆ
ทุกคน ทุกสิ่งอย่าง ดำเนินไปในทางเปิดใจรับเรื่องราวในแบบที่ตัวเองชอบ และหลีกหนีที่ตัวเองไม่ชอบ
ทุกคน ทุกสิ่งอย่างจะตัดสินอยู่ตลอดเวลาว่า ชอบแบบนั้น ไม่ชอบแบบนี้ และจดจำวิธีที่ทำให้ได้สิ่งที่ชอบ และหลีกหนีสิ่งที่ไม่ชอบ
และค่อยๆ ฝึกฝนตัวเองทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัวให้ตอบสนองในทางที่ได้ผลตามคิดในวิธีการนั้น
และเมื่อตอกย้ำบ่อยๆ ว่าเป็นวิธีที่ได้ผลตามที่คิด ความคิดนั้นจะพัฒนาเป็น “ความเชื่อ” และความเชื่อนั้นจะสร้างความเคยชินขึ้นมา พฤติกรรมตอบสนองสิ่งนั้น เรื่องนี้ คนโน้น ตามที่เชื่อจะพัฒนากระทั่งเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องอาศัยความคิด
และกลายเป็นนิสัยประจำตัวที่กำหนดการแสดงออกของชีวิต ในเรื่องต่างๆ
และ “นิสัย” นั้นจะกำหนดชะตาชีวิตของคนผู้นั้น
หนทางที่จะทำให้หลุดพ้นจาก “นิสัยสะสม” หรือ “สันดาน” จะต้องทำความเข้าใจตัวเอง อย่างลึกซึ้ง ด้วยการน้อมจิตมาพิจารณาภายในตัว
ปล่อยให้ความรู้สึกนั้นดำเนินไป โดยไม่เอาความปรารถนา หรือไม่ปรารถนาใดไปปรุงแต่งด้วยอยากให้เป็นอย่างนั้น ไม่อยากให้เป็นอย่างนี้
เพื่อว่าให้ความรู้สึกนั้นค่อยๆ สะท้อนที่มาที่ไปออกมาให้เห็น ให้รู้ให้เข้าใจตามความเป็นจริง
วันเวลาที่ผ่านมา แต่ละคนสะสมเรื่องราวที่กำหนดนิสัยเช่นนี้มากมาย ดังนั้น การรื้อมาให้เห็นจึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา
ห้องหับที่ยุ่งเหยิง รกรุงรัง ย่อมต้องใช้เวลาในการจัดระเบียบ หากต้องการความเรียบร้อย ใจที่โกลาหลอยู่ด้วยเรื่องราวร้อยแปด ไม่ใช่จัดการให้ลุล่วงโดยเร็วไม่ได้
หากใครพอมีเวลา ลองไปค้นหาคลิปวิดีโอที่กล่าวข้างต้นมาดู อาจจะสะดุดนึกถึงความคิดบางอย่าง
“ทุกเรื่องราวจัดการที่ความคิดตัวเองเท่านั้น เรื่องราวต่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นผลจากการตอบสนองความคิดของเรา”
ไปดูว่า “นักจิตวิทยา” จัดการอย่างไรในเรื่องนี้ แล้วจะย้อนเอามาคิดจัดการเปลี่ยนแปลงตัวเอง
น่าจะเป็นประโยชน์ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็น “ไม้อ่อน หรือ ไม้แก่”
แต่รู้ว่าอาจจะต้องใช้เวลามากสักหน่อยในการถอดถอน ตามแต่ “นิสัย” นั้นหยั่งรากลึกแค่ไหน

