มหาเสวกเอก เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ลาออกจากราชการเพื่อรับบำนาญ พ.ศ.2469 มาช่วยสอนในโรงเรียนสตรีจุลนาค ของบุตรสาวที่ลาออกจากโรงเรียนราชินีและโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยมาก่อตั้งโรงเรียนนี้ที่ถนนหลานหลวง ทั้งทำกิจการทางด้านการศึกษามาตลอด โดยเฉพาะด้านธรรมจริยาที่ใช้ในโรงเรียนทั่วประเทศ นำพลศึกษาและการกีฬาเข้าโรงเรียนสร้างลักษณะนิสัยให้เยาวชนรู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน
นอกจากจะเป็นเสนาบดีกระทรวงธรรมการ ยังเป็นผู้วางรากฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานและอาชีวศึกษา ผู้ร่วมดำริให้มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยแห่งแรก โดยใช้ที่ดินระหว่างสนามม้าราชกรีฑาสโมสร กับถนนพญาไทถึงคลองสวนหลวง คือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทุกวันนี้
ครูเทพสมรสกับท่านผู้หญิงถวิล และมีภริยาอีก 4 คน มีบุตรธิดารวม 20 คน
เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคหัวใจวาย เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2486 อายุ 67 ปี
ในส่วนของผู้ประพันธ์ทำนอง คือ ครูนารถ ถาวรบุตร ป้อม พรรณธร บันทึกไว้ในเรื่อง นักร้องและนักประพันธ์เพลงยุคก่อน พ.ศ.2500 ว่า
ครูนารถ ถาวรบุตร เกิดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2448 ที่จังหวัดราชบุรี เป็นบุตร นายจู นางเอี่ยม เข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน สนใจวิชาภาษาอังกฤษและดนตรีอย่างมาก โดยเฉพาะเปียโน ได้รับการถ่ายทอดวิชาจากครูฝรั่ง ชื่อ มิสแอนนา เบลดอลล์ ทั้งเรียนการอ่านโน้ตเพลงด้วย
อายุ 18 ปี ออกจากโรงเรียนจึงเริ่มเล่นดนตรีเป็นอาชีพในบาร์ฝรั่งย่านถนนสีลม เจริญกรุง และสาทร
ครูนารถสมัครเข้าเป็นนักดนตรีประจำวงเครื่องสายฝรั่งหลวงของพระเจนดุริยางค์ เมื่ออายุ 20 ปี และสมัครเข้าทำงานในโรงเรียนพลตำรวจด้วย
ครูนารถประพันธ์เพลง และเล่นเปียโนให้คณะละครปรีดาลัย เคยประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์ให้กับบริษัทศรีกรุง ภาพยนตร์เรื่อง กลัวเมีย เพลงหวานใจ และค่ายบางระจัน ผลงานเพลงที่ไพเราะสร้างชื่อเสียงให้กับครูนารถมากที่สุด คือเพลง ใจสนองใจ ที่ยังคงเป็นอมตะถึงทุกวันนี้
ครูนารถ ถาวรบุตร เคยเข้ารับราชการที่กรมโฆษณาการ พ.ศ.2484 เป็นผู้ประพันธ์เพลงให้วงดนตรีกรมโฆษณาการ ที่มี ครูเอื้อ สุนทรสนาน สุนทราภรณ์ เป็นหัวหน้าวง จากนั้นลาออกไปเป็นหัวหน้าวงดนตรีของสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และวงดนตรีโรงงานยาสูบ เกษียณอายุราชการ พ.ศ.2508
ครูนารถ ถาวรบุตร ได้รับการขนานนามว่า ราชาเพลงมาร์ชของประเทศไทย การประพันธ์ทำนองเพลงมีลักษณะเด่นพิเศษ เพลงที่รู้จักแพร่หลายทุกวันนี้คือ เพลงสยามานุสสติ ครูเล่าว่า
“ข้าพเจ้าได้เตร่แถวสนามหลวงในเย็นวันหนึ่ง เพื่อค้นคว้าหาอารมณ์ที่จะทำเพลงไตเติ้ลให้ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง ในเรื่องค่ายบางระจัน ขณะเดินผ่านหน้ากระทรวงกลาโหม จึงเห็นโคลงของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ตามด้วยแสงนีออนสว่างไสวสะดุดตาอยู่เหนือทางเข้าออก” คือแรงบันดาลใจให้แต่งทำนองเพลงนี้ ซึ่งต้องเป็นเพลงปลุกใจด้วย
เนื้อร้องมาจากบทกวี 2 บทหลังของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 มีดังนี้
ใครรานใครรุกด้าว แดนไทย
ไทยรบจนสุดใจ ขาดดิ้น
เสียเนื้อเลือดหลั่งไหล ยอมสละ สิ้นแฮ
เสียชีพไป่เสียสิ้น ชื่อก้องเกียรติงาม
หากสยามยังอยู่ยั่ง ยืนยง
เราก็เหมือนอยู่คง ชีพด้วย
หากสยามพินาศลง ไทยอยู่ ได้ฤๅ
เราก็เหมือนมอดม้วย หมดสิ้น สกุลไทย
ครูนารถถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2524

