องค์กรใหญ่อาจได้เปรียบทั้งกำลังคน กำลังเงิน แต่ในยุคสมัยแห่งเทคโนโลยีดิสรัปชั่น “ขนาด” อาจไม่ใช่ความได้เปรียบอีกแล้ว เราจึงมักได้ยินคำว่า “ปลาเร็วกินปลาช้า” บ่อยกว่า “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก”
แต่จะใหญ่หรือเล็ก ไม่สำคัญเท่ากับ “กล้า” ที่จะ “ลองผิด” แค่ไหน ก็อย่างที่รู้กันว่า ทุกสิ่งเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมาก ผู้นำในหลายธุรกิจถึงกับยอมรับว่า “ไม่รู้ว่ากำลังสู้อยู่กับอะไร”
การต้องสู้กับ “อะไรก็ไม่รู้” อาจน่ากลัว เพราะเมื่อไม่รู้จักคู่ต่อสู้ก็ยากที่จะวางแผน แต่ถ้ามัวแต่กลัวไปก็เท่านั้น ในเมื่อยังไม่มีคำตอบ และไม่มีสูตรสำเร็จ “การเรียนรู้จากความล้มเหลวจึงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ”
“ททท.-ทำทันที” เป็นคำแนะนำเรียบง่าย แต่คนส่วนใหญ่มักกลัวเกินกว่าที่จะตัดสินใจลงมือทำเพื่อลองผิด
นักเขียนคนสำคัญของโลก ลีโอ ตอลสตอย กล่าวไว้ว่า “คนส่วนใหญ่มักคิดที่จะเปลี่ยนแปลงโลก มากกว่าคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง”
ในยุคที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนโลก องค์กรใด ธุรกิจใดไม่ปรับตัว จากที่เคยยิ่งใหญ่อาจไม่ใหญ่อีกต่อไปภายในไม่กี่ปีข้างหน้า เช่นกันกับที่เทคโนโลยีได้เปิดโอกาสให้ธุรกิจใหม่ๆ สร้างตนเองขึ้นมาได้ภายในเวลาไม่กี่ปี แม้ในบรรดาสตาร์ตอัพนับร้อย นับพันจะมีที่ประสบความสำเร็จแบบ “กูเกิล, เฟซบุ๊กหรืออะเมซอน” ไม่มากนัก
ธุรกิจสื่อก็ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน
คุณเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท ให้เกียรติมาบรรยายในหัวข้อ “ความท้าทายในการบริหารสื่อยุคใหม่” ให้กับ
ผู้เข้าอบรมหลักสูตร บสส.รุ่น 7 โดยบอกว่า “ความท้าทายมีอยู่เป็นวินาที”
แต่ในบริบทของแต่ละสื่อมีความแตกต่างกัน สื่อสิ่งพิมพ์มีการเปลี่ยนแปลงทั้งปิดกิจการไปด้วยปัจจัยต่างๆ และเปิดใหม่ก็มีด้วยเหตุผลต่างกัน การหายไปของสื่อสิ่งพิมพ์ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนกระดาษ, คน และเทคโนโลยี
ผมยังเชื่อว่าสิ่งพิมพ์ไม่ตาย แต่ต้องปรับทิศ และเพิ่มมิติเชิงลึกให้คนอ่านติดตามไปบนแพลตฟอร์มอื่นได้
ส่วนสื่อวิทยุเชื่อว่า ยังอยู่ได้ แม้จะไม่รุ่งเรืองเหมือนในอดีต โดยคลื่นวิทยุจะแบ่งเซ็กเมนต์ เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมาย
แตกเป็น segment และ sub segment มากขึ้น เริ่มเปลี่ยนจากคลื่นเอเอ็ม, เอฟเอ็มมาเป็น “ออนไลน์”
สำหรับความท้าทายในการบริหารสื่อยุคใหม่ โดยเฉพาะโทรทัศน์ในมุมมองของเขามีปัจจัยภายใน 5 เรื่องด้วยกัน
1.วิสัยทัศน์ และนโยบายของผู้บริหาร ควรมีทิศทางที่ชัดเจน โดยจะต้องมีการวิเคราะห์ DNA หรือ core business ของตนเองก่อน หากต้องการเปลี่ยนจากเดิมโดยสิ้นเชิงจะต้องมั่นใจว่าจะสามารถเติบโตไปกับความต้องการในการเสพสื่อของผู้บริโภคหรือไปดักรอข้างหน้าได้
2.content ต้องมีทั้ง content และ talent ที่แข็งแรง สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ถ้าองค์กรสื่อไหนไม่มีตรงนี้ ในระยะยาวจะมีปัญหามาก
3.คน เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในทุกธุรกิจ รวมทั้งธุรกิจสื่อ สถานีโทรทัศน์ที่มี “คน” มี “ครีเอทีฟ” จะไปรอดเหมือนกรณี “เวิร์กพอยต์”
“สถานีที่มีคนอายุเยอะต้องเปลี่ยนตนเองให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภค คำถามคือจะทำอย่างไง เป็นสิ่งที่ต้องย้อนกลับไปดูข้อ 1 อีกครั้ง”
4.เทคโนโลยี สถานีโทรทัศน์ และสื่อต่างๆ เผชิญกับ media disruption และกลุ่มเป้าหมายรุ่นใหม่ที่มีสิ่งเร้าเยอะกว่าเดิมมาก
และ 5. เรื่องการเงิน
“ทั้ง 5 ปัจจัยต้องสัมพันธ์กัน เป็น Internal relative factors ส่วนปัจจัยภายนอก หรือ external factors จะเป็นเรื่องกฎระเบียบต่างๆ รวมถึงด้านเศรษฐกิจ”
และสำหรับ อสมท “คุณเขมทัพ” บอกว่า จะให้ความสำคัญกับการบริหาร “คน” เป็นลำดับแรก
“กลุ่มคนเก่าต้องเทรนนิ่ง ต้องไปดูรีเสิร์ช ถ้าจะผลิตรายการใหม่ๆ จะต้องวิเคราะห์ Audience profile คือรู้จักตัวตนของผู้ชมเป้าหมายว่า คือใครบ้าง อย่าง อสมท มี 2 ช่องรายการ และมีสถานีวิทยุ ซึ่งจะต้องปรับโพสิชั่นนิ่งให้มีความชัดเจน และก้าวข้ามไปสู่ดิจิทัลแพลตฟอร์มใหม่ๆ ด้วย”
โดยโพสิชั่นนิ่งของช่อง family จะปรับให้เป็นช่องของ “เอสเอ็มอี และสตาร์ตอัพ” เพราะตลาดมีช่องว่างอยู่ และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการสนับสนุนเอสเอ็มอี เพื่อผลักดันจีดีพีของประเทศ
ส่วนช่อง 30 MCOT HD จะเป็น “wisdom TV” ที่เน้นสาระความรู้นำความบันเทิง โดย “อสมท ต้องเป็นองค์กรสื่อสารมวลชนเพื่ออนาคตคนไทย”
แต่ก่อนที่จะปรับทุกสิ่งตามที่กล่าวมาทั้งหมด คุณเขมทัตต์ได้บอกกับพนักงานภายในองค์กร
“จะต้องหยุดข่าวลือในองค์กรก่อน เพราะถ้าภายในไม่นิ่งก็คงแข่งขันกับข้างนอกไม่ได้ ดังเช่น คำกล่าวที่ว่า “Good PR begins at home”
อย่างที่รู้กันว่า การเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัลเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ทำให้สมรภูมิธุรกิจทีวีเปลี่ยนไปจากในอดีตอย่างสิ้นเชิงอย่างน้อยก็ในบริบทของการแข่งขัน จากฟรีทีวีที่เคยมีแค่ 6 ช่อง ก็เพิ่มเป็น 24 ช่อง มากกว่าเดิมถึง 4 เท่า (แม้ปัจจุบันจะหายไปแล้ว 2 ช่อง) ยังไม่นับผลกระทบจากเทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
การปรับเปลี่ยนองค์กรให้ทันกับความเปลี่ยน
แปลงจึงไม่ง่าย ยิ่งกับองค์กรที่ในยุคสมัยหนึ่งเคยได้รับสมญาว่า “แดนสนธยา” ด้วยแล้วยิ่งไม่ง่าย แต่สำหรับแม่ทัพคนใหม่ อสมท บอกว่า “ผมมองความยากเป็นเรื่องสนุก” และว่า ภายใน 1-2 เดือนนี้คงได้เห็นอะไรบ้าง
“อสมท” จะเปลี่ยนไปอย่างไร โปรดติดตาม

