ห้องสมุดแห่งสุดท้ายในรัชกาลที่ 9

10.08.17 | 13:16 น.
สมาชิกสโมสรไลออนส์ดุสิตา กรุงเทพ ถ่ายภาพร่วมกับ องคมนตรี วิรัช ชินวินิจกุล หน้าห้องสมุดฯ

สายฝนที่โปรยสายมาตั้งแต่วันก่อนเปิดงานห้องสมุดสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด…

บรรดาครู อาจารย์ และนักเรียนยังคงก้มหน้าก้มตาจัดแต่งดอกไม้ที่หาเก็บมาจากป่าหญ้า บึงน้ำ และบริเวณโดยรอบ เพื่อให้สถานที่จัดงานสวยสมบูรณ์แบบที่สุด สำหรับรับรองแขกชุดพิเศษ รวมทั้ง ฯพณฯ วิรัช ชินวินิจกุล องคมนตรี ประธานเปิดงาน “ห้องสมุดสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ แห่งที่ 100” ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีบ้านสวนพัฒนา ตำบลบ้านข่า อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม

“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีกระแสรับสั่งว่าจะทรงสานต่อพระราชปณิธานโครงการสารานุกรมไทยต่อไป จึงนับเป็นมงคลแก่ชีวิตยิ่งแล้วสำหรับผู้ที่ดำเนินการโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯทุกท่าน อีกทั้งหากเยาวชนของชาติได้มีโอกาสศึกษาค้นคว้าจากสารานุกรมไทย จะส่งผลให้สามารถเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองได้ สอดคล้องกับพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระองค์ ที่รับสั่งว่า การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานแก่ผู้เรียน 4 ด้าน คือ มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีงานทำ-มีอาชีพ เป็นพลเมืองดี

“ซึ่งเยาวชนของชาติมีโอกาสได้ศึกษาค้นคว้าจากสารานุกรมไทย จะส่งผลให้สามารถเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองได้ ทรงรับสั่งว่า การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานแก่ผู้เรียน 4 ด้านด้วยกัน คือ 1.มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง 2.มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม 3.มีงานทำ-มีอาชีพ และ 4.เป็นพลเมืองดี”

ข้อความตอนหนึ่งที่ ฯพณฯ วิรัช ชินวินิจกุล องคมนตรี กล่าวในการเปิด “ห้องสมุดสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน แห่งที่ 100” เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา

Advertisement

กันยา สิงห์เจริญ นายกก่อตั้งสโมสรไลออนส์ดุสิตา กรุงเทพฯ และอดีตประธานสภาภาครวม 310 ประเทศไทย เล่าให้ฟังว่า ปีนี้เป็นปีที่ 100 ของการก่อตั้งสโมสรไลออนส์สากล ประจวบกับห้องสมุดนี้ก็สร้างขึ้นเป็นห้องสมุดที่ 100 พอดี ทางสโมสรไลออนส์ดุสิตา กรุงเทพฯ จึงกำหนดจะจัดงานขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ก็มีเหตุเสียก่อน การจัดงานครั้งนี้จึงมีขึ้นเพื่อเป็นการถวายอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมี ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา วงศ์โสธร เป็นประธานโครงการ

ทั้งนี้ โครงการจัดสร้างห้องสมุดสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ได้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2552 จวบจนปัจจุบัน ได้จัดสร้างห้องสมุดไปแล้วทั้งสิ้น 109 แห่ง กระจายอยู่ตามชุมชนโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ

การที่จะกำหนดให้มีการจัดสร้างห้องสมุดสารานุกรมไทยขึ้นที่พื้นที่ใดนั้น กันยาบอกว่า อยู่ที่สมาชิกสโมสรไลออนส์ของแต่ละพื้นที่จะเสนอเข้ามา และการอนุมัติให้จัดสร้างได้จะพิจารณาถึงความเข้มแข็งของสโมสรนั้นๆ ด้วย เพราะนอกจากจะต้องดูแลบริหารจัดการตั้งแต่การก่อสร้าง การจัดหาบรรณารักษ์ สถานที่อ่านหนังสือ ฯลฯ ยังรวมไปถึงการบริหารงานหลังจากนั้นด้วยและตลอดไป

“ห้องสมุดแห่งนี้ข้อดีคือ อยู่กับวิทยาลัย และเจ้าของโครงการ ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา วงศ์โสธร ก็เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยด้วย ฉะนั้น ครู อาจารย์ นักศึกษา สามารถใช้ประโยชน์จากห้องสมุดแห่งนี้ได้ รวมทั้งคนในชุมชนก็เข้ามาใช้ห้องสมุดได้อีกด้วย

เราจึงพยายามให้ห้องสมุดอยู่ใกล้ชิดคนจำนวนมาก เพราะในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชประสงค์ว่า ไม่ใช่แค่อ่านเพื่อจะสอบ แต่ความรู้ที่ได้ต้องแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้”

โดยโปรดฯให้ราชบัณฑิตมาเป็นประธานโครงการจัดทำสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และคัดสรรอาจารย์ที่เชี่ยวชาญสาขานั้นสาขานี้ เลือกเรื่องมาเขียนถวาย ฉะนั้น แต่ละเรื่องจะมาจากผู้ชำนาญพิเศษเท่านั้น และไม่มีในตำราอื่นๆ เพราะเป็นการเขียนตามความรู้ความสามารถของอาจารย์แต่ละสาขา

“สโมสรไลออนส์สนับสนุนการจัดพิมพ์ตั้งแต่ต้น เมื่อทราบว่าพระองค์ท่านทรงมีดำริที่จะทำหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนตั้งแต่พระเจ้าลูกเธอ พระเจ้าลูกยาเธอยังทรงพระเยาว์ ทรงประสงค์หนังสือคล้ายเอ็นไซโคลพีเดียของฝรั่ง แต่ของไทยไม่มี พระองค์ท่านมีดำริว่าเราต้องทำ แต่ไม่ทำตามแบบเขา ทำขึ้นมาเอง โดยลำดับเรื่องตามความต้องการ เล่มแรกอาจจะเป็นเรื่องดวงอาทิตย์ แล้วแต่ความสนใจตอนนั้นจะเป็นเรื่องอะไร ปัจจุบันถึงเล่ม 42 แล้ว แต่ละเล่มต้องใช้เวลาเป็นปี เพราะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นจริงๆ

“ปกติกลุ่มโรงเรียนที่ไลออนส์ส่งเสริมจะมี 7,000 กว่าเล่ม (ต่อการออกเล่มใหม่) แต่โรงเรียนทั้งระดับประถมและมัธยมทั้งประเทศมีจำนวนเป็นหมื่นโรง ฉะนั้น ในส่วนโรงเรียนที่ไม่ได้ เราก็ใช้กำลังความสามารถเท่าที่มี และขอให้แต่ละท้องถิ่นซื้อสนับสนุนให้โรงเรียน ฉะนั้น เมื่อมีสารานุกรมเล่มใหม่ก็จะบริจาคเติมเข้าไป”

เด็กๆ มีพื้นที่อ่านหนังสือเพิ่มขึ้น

จากห้องสมุด มารู้จักกับนโยบายของสถานศึกษาแห่งนี้ “วิทยาลัยเทคโนโลยีบ้านสวนพัฒนา” ที่ก่อตั้งโดย รศ.ดร.ทองอินทร์ วงศ์โสธร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และอดีตที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ เพื่อเป็นสถานศึกษาอาชีวศึกษาของนักเรียนนักศึกษา ตลอดจนชาวบ้านในละแวกนี้ ซึ่งอยู่ในพื้นที่รอยต่อระหว่างนครพนมและสกลนคร

“ปัญหาของเด็กไทยคือเรียนอ่อนทั้งประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ตรงนี้อยู่ในชนบท พ่อแม่โดยมากไม่อยากให้ลูกเรียนอาชีวะ พอเรียนจบมัธยม 3 แล้วก็เข้าไปในอำเภอ จึงมีความคิดว่า ถ้าเด็กๆ ได้เรียนที่นี่ก็จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่าย

“สังคมเราควรจะช่วยเด็กปลายแถว เพราะเรามักเน้นแต่ผู้ชนะ แต่เด็กที่เรียนช้า ด้อยโอกาส เราไม่ค่อยให้โอกาส หลังจากเกษียณแล้วผมจึงมาสร้างวิทยาลัยแห่งนี้ บนที่ดินของตนเอง เมื่อปี 2552 พร้อมกับนำหนังสือที่ตนเองสะสมแล้วมาไว้ในห้องสมุดของโรงเรียนเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับนักศึกษา” รศ.ดร.ทองอินทร์บอก และว่า

ทฤษฎีพอเพียงคือแก่นของการดำเนินชีวิตที่สำคัญ ทั้งโครงการพระราชดำริอีกมากมาย รวมทั้งคลังความรู้ชั้นเยี่ยมจากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน เหล่านี้ที่วิทยาลัยแห่งนี้ให้ความสำคัญและหยิบมาใช้เป็นบทเรียนให้นักศึกษา รวมทั้งชาวบ้านที่เข้ามาเรียนภาคสมทบ ได้ศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

นี่เองเป็นเหตุที่ ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา วงศ์โสธร ซึ่งเป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยคนปัจจุบัน เสนอตัวรับเป็นประธานโครงการจัดสร้างห้องสมุดสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน แห่งที่ 100