“นกมุด” ส่วนใหญ่จะมีขนสีน้ำตาล เรียกว่า little brown job บวกกับพฤติกรรมส่องหายากเพราะมุดหลบเข้าพุ่มไม้ใบรก นกมุดเหล่านี้จึงไม่ค่อยเป็นนกโปรดของนักดูนกเท่าไหร่
แต่ “นกกระจิบภูเขา” หรือ Mountain Tailorbird กลับเป็นข้อยกเว้น
เพราะเป็นนกตัวเล็กแค่ 11 ซม. สีสวยสะดุดตาชนิดหนึ่ง รูปลักษณ์ของนกกระจิบ ปากยาวปลายแหลม ตัวป้อม รูปไข่และหางสั้น กระโดดไปมาตามกิ่งไม้เล็กๆ อย่างคล่องแคล่ว ขนสีส้มบนหน้าผาก ขับเน้นความขัดแย้งของเฉดสีบนใบหน้าที่มีแถบคาดตาสีเทาเข้ม ตัวสีเหลืองและอกขาวแกมเทา
ในนกกระจิบ 5 ชนิด ซึ่งทุกชนิดเป็นนกประจำถิ่น ทำรังวางไข่ในประเทศไทย โดยไม่อพยพย้ายถิ่นตามฤดูกาล เจ้ากระจิบภูเขา มีเสียงร้องแหลมเสียดหูที่สุด ฟังดูคล้ายเสียงคนผิวปาก ต่างจากเสียงของนกกระจิบทั่วไป ส่วนใหญ่จะได้ยินเสียงร้องนี้มากกว่าจะเห็นตัว ซึ่งนกอาศัยอยู่ในป่าดิบเขา หรือป่าเมฆ
เสียงร้องแหลมนี้ช่วยให้ทะลุทะลวงผ่านสิ่งกีดขวางมากมาย อาทิ ใบไม้ในป่าดิบได้เป็นอย่างดี นกกระจิบภูเขาแพร่กระจายพันธุ์ตั้งแต่อนุทวีปอินเดีย ประเทศจีนและภูมิภาคอาเซียนของเรา
“นกกระจิบภูเขา” เป็นนกกินแมลง จะงอยปากยาว ปลายแหลม ทำหน้าที่เป็นปากคีบจับเหยื่อ ที่ใช้ทิ่ม แงะเข้าไปในซอกเปลือกไม้ หรือใต้ใบไม้ที่มีหนอนแมลงซุกซ่อนอยู่ได้อย่างคล่องแคล่ว จึงเป็นที่มาของพฤติกรรมมุดไปมุดมา ยากจะเห็นตัว
ไม่นานมานี้ การวิเคราะห์สาแหรกพันธุกรรมของนกกระจิบชนิดนี้ ปรากฏว่าจากเดิมที่เชื่อว่ามันเป็นนกกระจิบ ซึ่งมีลักษณะร่วมอย่างหนึ่ง คือ จะสร้างรังด้วยความประณีต ใช้ใบไม้แห้งสานขัดกัน และถักทอด้วยใยแมงมุมหรือสายใยจากใบไม้แห้งยึดรังไว้กับใบไม้ แอบรังไว้ในอ้อมกอดของใบไม้ โดยดึงขอบใบโน้มลงมาปิดรังไว้อย่างแนบเนียนพิสดาร ทำให้นกกระจิบมีชื่อว่า “นกเย็บผ้า” หรือ Tailorbird
จริงๆ แล้ว นกกระจิบภูเขากลับมีสายเลือดใกล้ชิดไปทางนกกระจ้อย สกุล Cettia เรียกว่า ไม่ใช่นกกระจิบแท้ เพียงแต่จะด้วยปัจจัยขับอะไรก็ยังไม่ทราบ ตะล่อมให้เจ้ากระจิบภูเขาวิวัฒน์เสียงร้องและรูปลักษณ์มาคล้ายนกกระจิบ มากกว่านกกระจ้อยที่จัดเป็นจอมมุดตัวท็อป เพราะทั้งเนื้อทั้งตัวมีขนสีน้ำตาลเฉดเดียว จะมีเด่นโดดก็แค่เสียงร้องที่ไพเราะเสนาะหูเท่านั้นเอง
เมื่อพิจารณาลักษณะของรังนกกระจิบภูเขา จึงถึงบางอ้อว่าข้อมูลใหม่เรื่องสาแหรกสายเลือดของมัน ควรจะไปอยู่ในวงศ์นกกระจ้อย ดูจะมีน้ำหนักมากขึ้น เพราะนกกระจิบภูเขา สร้างรังด้วยใบไม้แห้งเหมือนกับนกกระจิบก็จริง แต่สร้างเป็นตะกร้าปากกว้างทรงกลม ขัดคาไว้ในพุ่มไม้ หรือกอไผ่แคระ เตี้ยๆ ไม่ได้เย็บรังเข้ากับใบไม้แม้แต่น้อย ลักษณะรังคล้ายของนกกระจ้อยหรือนกกระติ๊ดสร้างมากกว่านกกระจิบแท้ๆ
ดังนั้น ในโลกของนก ภาพลักษณ์ภายนอก อาจจะหลอกตามนุษย์อย่างเราได้อย่างแนบเนียน ต้องอาศัยการวิเคราะห์พันธุกรรมในระดับดีเอ็นเอ พฤติกรรมหรือเสียงร้อง ถึงจะรู้ได้ถึงต้นตอของนกว่าวิวัฒน์มาด้วยกันจริงๆ หรือแค่ต่างสาแหรก
หนังคนละม้วนหากแต่พานมาเหมือนกันเพราะวิวัฒนาการจัดสรรให้คลับคล้ายคลับคลาอย่างหลอกๆ ที่เรียกว่า convergent adaptation

