เรื่องใช้เงินเท่าไหร่มาจากคำถามว่า รัฐบาลควรทำไหม “ผมตอบว่า ควรจะทำ แต่ผมไม่เชื่อรัฐ เจ้าหน้าที่เป็นลูกจ้าง เรื่องวิธีคิดไม่เหมือนกัน มหาวิทยาลัยเองติดปัญหาเรื่องนี้ อาจต้องลงทุนแล้วจ้างเอกชนบริหาร มหาวิทยาลัยชวนผมไปเปิดเยอะ ไปถึง คุยเรียบร้อย เจอคำถามว่า ใช้เงินเท่าไหร่… 10 ล้าน สัญญาต้อง 10 ปี คือขาดทุน 10 ปีนะ”
เอนก จงเสถียร บอกว่า อยากทำให้เดินอย่างนี้ แล้วอนาคตจะเปลี่ยนยาก ถ้ามีที่นั่งดูหนังสือฟรี แล้วอยู่ๆ ไปเก็บสตางค์ นักเรียนประท้วงนะ มหาวิทยาลัยให้แค่ปีเดียว ไม่เอาหรอก เอาเงินลงทุน 10 ล้านบาทไปแจกเด็กง่ายกว่า ส่วนมหาวิทยาลัยจะได้อะไร ตอบไม่ได้ แต่ถามว่านักเรียนได้อะไร “ผมตอบได้ อาจารย์คิดเพื่อมหาวิทยาลัยหรือนักเรียน”
เอนกบอกว่า มหาวิทยาลัยหลายแห่งเรียกไป พอเข้าคณะกรรมการ (บอร์ด) ทีไรร่วงทุกที เพราะมหาวิทยาลัยต้อง 100% ค้านคนเดียวเลิก ส่วนใหญ่ไม่อยากให้เด็กดูหนังสือกลางคืน อย่างมหาวิทยาลัยล่าสุดให้ที่ดิน 4 ไร่ คุยเรียบร้อย ลงทุน 50 ล้านบาท มี Activity Hall ข้างบนเป็นที่ดูหนังสือ
ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมเสนอมหาวิทยาลัยแล้วไม่ผ่าน เอนกตอบตรงว่า ข้าราชการไม่เคยเชื่อว่า พ่อค้าทำประโยชน์เพื่อราชการ คิดว่าต้องเอาประโยชน์ เขาไม่เชื่อว่าพ่อค้าจะไม่เอากำไร มองว่าพ่อค้าจะเอาเปรียบราชการ “ตอนนี้มีมหาวิทยาลัย 5 แห่งคุยไปแล้ว ไม่ได้สักที่ ไปจนสถาปนิกเบื่อผม เงื่อนไขผมคือ เปิด 24 ชั่วโมง แอร์เย็นเจี๊ยบ ไฟสว่าง กล้องวงจรปิดเพียบ ที่นั่งสบาย ให้เหมือนลูกผมมาอยู่ ระยะสัญญาต้อง 10 ปีขึ้นไป ไม่ได้หวังกำไร จะปลูกฝังรุ่นต่อไป อาคารนี้เป็นอย่างนี้แล้ว มีใครเปลี่ยนประท้วงแน่ พอติดแล้วจบเลย” เอนกบอกต่อไปว่า
“ผมขออย่างเดียว มีที่ขายข้าวมันไก่ เพราะต้องให้เด็กมีข้าวกิน 24 ชั่วโมง มหาวิทยาลัยบอกว่า เปิดถึงเที่ยงคืนได้ไหม ผมถามว่า เที่ยงคืนแล้วไปไหน เด็กโดนไล่กลับ เขาก็ต้องไปที่อื่นต่อ ทีหลังเขาไม่มาเพราะนั่งแป๊บเดียวต้องกลับ กลายเป็นว่ามหาวิทยาลัยไม่สนับสนุนให้เด็กดูหนังสือตอนกลางคืน อยากให้ตื่นเช้ามาดูหนังสือมากกว่า” เอนกให้เหตุผล
สำหรับปัญหาที่ทำให้เกิด Too Fast To Sleep นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากฟิล์มถนอมอาหารบอกว่า เรามีพื้นที่สาธารณะที่เอื้อให้คนนั่งอ่านหนังสือ ทำงาน หรือประชุมสักกี่แห่ง หากพูดถึงห้องสมุดที่เป็นสถานที่ราชการ นอกจากเรื่องเวลาเปิด-ปิด ยังมีข้อจำกัดในการใช้เสียง เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ร้านกาแฟได้รับความนิยมสูง เพราะสามารถเป็นที่พบปะพูดคุย นั่งทำงาน และอ่านหนังสืออย่างสบายๆ ได้
ปัญหาเหล่านี้ทำให้เกิด “Too Fast To Sleep” ร้านกาแฟโด่งดังย่านสามย่าน ตามแนวคิดของร้านตั้งใจจะให้เป็น “แหล่งซ่องสุมทางปัญญา” สำหรับคนที่ต้องการหาที่นั่งอ่านหนังสือนอกบ้านยามค่ำคืน
วัยเด็ก เอนกเริ่มเรียนที่โรงเรียนเปรมฤดีศึกษา เรียน ปวช.ที่เกริกวิทยาลัย ไม่ค่อยเรียนหนังสือ พออายุ 18 ปี บิดาส่งให้ไปเรียนที่ Farnborough College of Technology เป็นมหาวิทยาลัยในเมืองเล็กๆ ตอนใต้ของสหราชอาณาจักร
“ผมเป็นคนที่สองที่เรียนที่นั่น คนแรกเรียนก่อนผม 50 ปี ผมไปเปลี่ยนนิสัยที่อังกฤษ เชื่อไหมอาจารย์สอน 3 ชั่วโมง เขียนกระดาน 3 ตัว ผมก็จดแค่นั้น เพราะไม่รู้เรื่อง เลิกเรียนเลยนั่งดูหนังสือ 6 โมงเย็นถึงเที่ยงคืนทุกวัน ดูข่าวภาษาอังกฤษแล้วกลับมาดูหนังสือต่อ ทำอย่างนี้เสาร์-อาทิตย์ไม่เว้น”
เอนกเล่าว่า ปี 2519 จบหลักสูตรเทียบระดับ ปวช.กลับมาเยี่ยมบ้าน ขณะที่ธุรกิจที่บ้านกำลังเผชิญปัญหา หัวหน้างานติดต่อต่างประเทศลาออก พ่อจึงให้กลับมาช่วยงานบ้าน ไม่ได้กลับไปเรียนที่อังกฤษอีก
หลังทำงานต่อมาหลายสิบปี กลับเข้าเรียนต่อปริญญาตรีบริหารธุรกิจเมื่ออายุกว่า 40 ปีที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และระดับปริญญาโทอีก 2 วิชา จากนั้น จึงเข้ารับการอบรมรุ่นแรกของโครงการเสริมสร้างผู้จัดการยุคใหม่ คณะพาณิชย ศาสตร์ฯ จุฬาฯ คือจุดเริ่มต้นของกิจการฟิล์มถนอมอาหาร

