ดีกว่าป๊อปปูลาร์คือหาเพื่อนสนิท : คอลัมน์มหัศจรรย์การ์ตูน

10.09.17 | 17:57 น.

สำหรับวัยรุ่น หลายคนมีความฝันว่าจะกลายเป็นคนป๊อปปูลาร์หรือคนเนื้อหอมที่เป็นที่รักของเพื่อนๆ ในระหว่างที่หลายคนก็เลิกหวังความป๊อปปูลาร์แล้วหันไปเชื่อในพลังของตัวเองตามแบบการ์ตูนฮีโร่ฉายเดี่ยวของญี่ปุ่น เด็กที่อ่านการ์ตูนบางคนมีแนวโน้มเข้าสังคมไม่เก่งอยู่แล้ว ดังนั้น จึงชื่นชอบพระเอกหรือนางเอกที่เก่งและอยู่ได้ด้วยตัวเองคนเดียว ไม่พึ่งพาเพื่อน แต่หากพิจารณาดีๆ จะพบว่าพอนานเข้า ตัวเอกเหล่านี้ก็ต้องมีเพื่อนอยู่ดีค่ะ
หนุ่มน้อยคนหนึ่งที่ดูแลกันมาตั้งแต่เป็นนักศึกษาจนตอนนี้เรียนจบทำงานแล้ว เขามีปัญหาเรื่องการเข้าสังคมเพราะสังเกตสีหน้าเพื่อนร่วมวงสนทนาไม่เป็นเอาเลย เวลาอยู่ในวงก็มักจะพูดเรื่องที่ตัวเองอยากพูดแต่ลืมฟังเรื่องที่เพื่อนอยากพูด เรียกว่าเข้าวงไหนวงก็แตก

“คุณมีเพื่อนสนิทบ้างไหมคะ คนที่สามารถพูดคุยปรึกษาเวลาไม่สบายใจทุกเรื่อง”
“หมอไงครับ”
“หมอคุยกับคุณได้อย่างมากก็เดือนละครั้ง มีเพื่อนคนอื่นอีกไหมคะ”
“งั้นก็พ่อ”
“จริงอยู่ว่าคุณพ่อยินดีรับฟังคุณเสมอ แต่มีเพื่อนคนอื่นนอกเหนือจากหมอกับคุณพ่อที่ให้คุณคุยปรึกษาอีกไหมคะ”
“อ๋อ! มีครับ เป็นเพื่อนรู้จักกันตั้งแต่เรียนประถม คุยทางเฟซ (บุ๊ก) บ้าง”
“บ่อยไหมคะ”
“ก็ 3-4 เดือนครั้งเวลาเครียดๆ”

โชคดีที่ยังมีเพื่อนสนิทที่ยังติดต่อกันอยู่และพูดคุยได้เวลาเครียดค่ะ จำนวนอาจไม่สำคัญเท่าคุณภาพ เพื่อนเยอะอาจไม่ดีเท่าเพื่อนสนิทนะคะ มาแบบนี้คงต้องกล่าวถึง “อพาร์ตเมนต์นี้ผีเพี้ยน” ที่รอเล่ม 2 แปลเป็นไทยไม่ไหวเลยไปหาอ่านเพิ่มเติมเป็นภาษาอื่นก่อนแล้ว “อินาบะ ยูชิ” หนุ่มวัย 16 ปีที่เสียพ่อแม่ไปเมื่อ 3 ปีก่อน เขาตัดสินใจย้ายออกจากบ้านญาติเพื่อไปอยู่หอพักในโรงเรียนมัธยมปลาย โชคร้ายที่หอพักไฟไหม้เสียก่อน อินาบะจึงต้องไปพักชั่วคราวที่อพาร์ตเมนต์ซึ่งมีผีน่ารักอาศัยอยู่ด้วย ในเล่ม 1 กล่าวถึงการปรับตัวเข้ากับบ้านผีของอินาบะแต่ในเล่ม 2 พูดถึงเพื่อนสนิทของเขาค่ะ “ฮาเสะ” เพื่อนวัยเด็กของอินาบะ ฮาเสะเกิดในครอบครัวมีฐานะ รูปหล่อ เรียนเก่ง แม้จะป๊อปปูลาร์แต่ฮาเสะก็ไม่เคยใช้ความป๊อปปูลาร์ในการหาเพื่อน เขาเป็นห่วงอินาบะจากใจจริงและยังคงสนิทสนมกันเสมอ เป็นเพื่อนที่มี “คุณภาพ” เพราะสามารถดูแลช่วยเหลือกันได้ในยามที่อีกฝ่ายต้องการ

ความเป็นเพื่อนที่น่ารักตามแบบการ์ตูนผู้หญิงของสองหนุ่มนี้อยู่ใต้ปกของเล่ม 1 ค่ะ ฮาเสะสังเกตว่าอินาบะมักจะสวมเสื้อตัวเดิมทุกครั้งที่เจอกัน เขาพอเดาได้ว่าอินาบะไม่อยากรบกวนเงินทองจากญาติที่อาศัยอยู่ด้วย บางครั้งเขาจึงเอาหนังสือสนุกๆ ที่อ่านจบแล้วไปให้อินาบะ แอบเลี้ยงข้าวบ้างเป็นบางมื้อ แต่เรื่องซื้อเสื้อตัวใหม่ให้ คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก จะให้เสื้อของตัวเองที่ไม่ได้ใส่แล้วก็รสนิยมการแต่งตัวไม่เหมือนกัน แต่จะซื้อตัวใหม่ให้ก็กลัวว่าเพื่อนจะรู้สึกไม่ดี ในที่สุดฮาเสะก็ได้ไอเดีย เขามอบเสื้อตัวใหม่เป็นของขวัญให้เพื่อนรักโดยอ้างว่ารับมาจากแฟนของพี่สาวอีกที เป็นของที่รับมาอีกทอดหนึ่งซึ่งอินาบะก็รับไว้ด้วยความเต็มใจ มิตรภาพที่ดีของสองคนนี้จึงยังดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นและมีโอกาสที่จะทำให้ทั้งสองคนมีความสุขมากขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ตามผลการวิจัยชิ้นนี้ด้วยค่ะ

การศึกษาของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งเวอร์จิเนียในชาร์ล็อตวิลล์พบว่าการมีความสัมพันธ์เหนียวแน่นกับเพื่อนในช่วงวัยรุ่นตอนต้นมีผลระยะยาวต่อสุขภาพจิตเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ด้วยนะคะ บทความนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Child Development และทำวิจัยโดยคุณราเชล นารร์ นักศึกษาปริญญาเอกด้านจิตวิทยา เขาศึกษาวัยรุ่นอายุ 15 ปี จำนวน 169 คน ที่มีรายรับของครอบครัวใกล้เคียงกัน สัมภาษณ์วัยรุ่นเหล่านี้ทุกปีด้วยแบบสอบถามเกี่ยวกับเพื่อนสนิทและระดับความเหนียวแน่นของความสัมพันธ์ หลังจากนั้นจึงสัมภาษณ์ความรู้สึกวิตกกังวล ซึมเศร้า คุณค่าในตัวเอง และการรับรู้ว่าเป็นที่ยอมรับจากสังคม ผลพบว่าคนที่มีความสัมพันธ์เหนียวแน่นกับเพื่อนสนิทตอนอายุ 15 ปี เมื่อเวลาผ่านไปจนอายุ 25 ปีพบว่ามีแนวโน้มจะกังวลเวลาเข้าสังคมน้อยกว่ารู้สึกว่าตนเองมีคุณค่ามากกว่าและอาการซึมเศร้าน้อยกว่า ในทางกลับกัน กลุ่มที่ป๊อปปูลาร์คือมีเพื่อนเยอะแต่ไม่ได้สนิทกันในระดับลึกกลับมีความรู้สึกกังวลเวลาเข้าสังคมมากกว่าเมื่อกลุ่มนี้เข้าสู่วัยผู้ใหญ่

Advertisement

ด้วยเหตุนี้ ทันทีที่เข้ามัธยมปลาย เราควรหาเพื่อนสนิทให้ได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนเพื่อน ขอให้สนิทกัน แลกเปลี่ยนความสุขและความทุกข์ด้วยกันได้ ในวันที่เรียนจบมหาวิทยาลัยและเข้าทำงานก็จะพบว่าเพื่อนคนนี้ช่วยลดปัญหาสุขภาพจิตของเราได้เยอะค่ะ