บุญชัย ทองเจริญบัวงาม เบื้องหลัง…งานเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน

1.10.17 | 17:43 น.

ถ้าเป็นงานเครื่องสด ชื่อ “บุญชัย ทองเจริญบัวงาม” จะมาเป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากเป็นหนึ่งในผู้ถวายงานมานานกว่า 20 ปี

นับตั้งแต่เป็นหัวหน้าควบคุมเครื่องสด (งานช่างแทงหยวก) ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นต้นมา

รวมทั้งดูแลการจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อีกสิ่งสำคัญที่ถือเป็นเครื่องประกอบพระอิสริยยศ มีกฎเกณฑ์ระเบียบแบบแผนในจารีตราชสำนักที่ยึดถือปฏิบัติสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน เป็นการรวมงานช่างฝีมือ 3 แขนง คือ งานช่างแทงหยวก งานช่างแกะสลักของอ่อน และงานช่างดอกไม้สด

ที่สำคัญคือ เป็นครั้งแรกที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีกระแสพระราชดำรัสให้ตัวแทนช่างฝีมือเครื่องสด ช่างแทงหยวก 4 ภูมิภาค เข้าร่วมถวายงานด้วย

“…ของทุกอย่างอยู่ในพระเนตรพระกรรณทั้งหมด ทำไมของบางอย่างดูเรียบง่าย ทำไมของบางอย่างดูวิจิตรพิสดาร ทำไมของบางอย่างดูสมพระเกียรติ ตรงนี้ถ้าเราทำวิธีพิสดารอย่างเดียวแล้วคนอื่นทำกับเราไม่ได้ ถือว่างานนั้นไม่ประสบความสำเร็จ จึงต้องมีการบูรณาการร่วมกัน ให้งานออกมาสมพระเกียรติที่สุด”

Advertisement

บุญชัย นักจัดการงานในพระองค์ชำนาญการ สำนักพระราชวัง และอาจารย์โรงเรียนช่างฝีมือในวังชาย ผู้ดูแลการจัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน อธิบายถึงเบื้องหลังการบริหารจัดการระหว่างช่างหลวงและช่างพื้นถิ่น 4 ภูมิภาค

เป็นคนอีสานโดยกำเนิด เกิดวันที่ 20 พฤศจิกายน 2515 ที่จังหวัดอุบลราชธานี เมืองดอกบัวงาม จบการศึกษาโรงเรียนช่างฝีมือในวังชาย ปี 2533 ปริญญาตรีสาขาเอกนิเทศศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ปี 2538

อาจารย์พิเศษโรงเรียนจิตรลดา (มัธยม) และโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ อาจารย์พิเศษวิชาไทยศึกษา คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอำนวยการขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ที่ปรึกษาด้านผ้าจกของพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง

กับการเตรียมการในครั้งนี้ บุญชัยบอกว่า หลังจากรับนโยบายมาลงมาเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ทุกอย่างก็เริ่มดำเนินการ ตั้งแต่ระดมความคิด จนตกผลึกออกมาเป็นรูปแบบงานเครื่องสด เพื่อ “ให้สมพระเกียรติตามจารีตประเพณี” ดังที่ทรงมีรับสั่ง

ทั้งนี้ ในรายทางของการดำเนินการ จัดหา มีเรื่องราวเรื่องเล่าประทับใจมากมาย โดยเฉพาะขั้นตอนของการจัดหาวัตถุดิบเพื่อจัดทำ “ดอกปาริชาต” ดอกไม้ในตำนานจากสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น บุญชัยบอกว่า “ของบางอย่างไม่ได้ซื้อหาด้วยเงินตรา”

ถามว่าภาคภูมิใจกับการทำหน้าที่นี้ตรงไหน ตรงที่เป็นสะพานบุญที่พสกนิกรในพระองค์ได้ร่วมถวาย ได้ทำเพื่อพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย

เป็นครั้งแรกที่ช่างหลวงทำงานร่วมกับช่างพื้นบ้าน 4 ภาค?

องค์ประธานในการดูแลการจัดงาน คือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ท่านทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตัวแทนช่างแต่ละภูมิภาค ซึ่งก็ล้วนแต่เป็นพสกนิกรของพระองค์ ท่านที่มีฝีไม้ลายมือ มีความสามารถ ทุกคนอยากจะร่วมเป็นจิตอาสา ทุกคนอยากจะร่วมถวายงาน แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น ราชสำนักเป็นคนประสานงานคัดเลือก เพราะช่างที่จะเข้ามาถวายงานจะต้อง 1.มีฝีมือ 2.มีความรับผิดชอบ 3.มีการสืบงานมาโดยสายช่าง แล้วมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างราชสำนักกับตัวช่างเองกับตระกูลของเขา ซึ่งบางตระกูลเคยร่วมงานกันมาตั้งแต่สมัยพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ งานสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ งานสมเด็จย่า เราก็เริ่มมีการติดต่อกันในสายช่าง ได้เห็นฝีมือไม้ลายมือ เห็นความสามารถของช่างตรงนั้น ก็คัดเข้ามา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องทำงานกับช่างหลวงได้ ต้องทำงานแล้วออกมาเป็นชิ้นงานเดียวกันได้

การแทงหยวกที่ผ่านมาเรารู้จักแค่ช่างเมืองเพชร กับภาคอื่นเป็นอย่างไร?

ช่างแทงหยวกมีเกือบจะทั่วทุกภูมิภาค เพราะเรามีจารีตประเพณีการเผาศพ ฉะนั้นภาคอีสานก็มี ภาคใต้ก็มี เราจะเจอในสงขลา นครศรีธรรมราช และพัทลุง ในศาสนาของไทยพุทธ ซึ่งเขาก็ทำกันในชุมชนของเขา

อย่างภาคใต้ จะมีประเพณีการไหว้ครูโนราโรงครู การแทงเข้ ก็จะใช้การแทงหยวกประดับ การรดน้ำไหว้ครู หรือการทำปะรำต่างๆ แล้วก็มีการเผาศพในป่าช้า ภาคอีสานจะมีในฮีต 12 คอง 14 ในงานปราสาทผึ้ง เราก็พอได้เห็น แล้วก็ได้เห็นในจังหวัดหนองคาย ในดินแดนที่อยู่ตามตะเข็บริมแม่น้ำโขง

สำหรับภาคกลาง สมัยก่อนมีช่างแทงหยวกตามวัดต่างๆ มากมายเหลือเกิน วัดไหนช่างฝีมือแทงหยวกฝีไม้ลายมือดีก็จะมีงานเผาศพมาก เพราะงานเผาศพที่ประดับประดาด้วยงานแทงหยวก ถือเป็นวิมานของคนตายครั้งสุดท้าย ต่อมาเริ่มมีเมรุเผาศพเข้ามา การแทงหยวกก็เริ่มลดน้อยลง เหลืออยู่ที่เพชรบุรี มีการเผาศพด้วยลูกโกศต่างๆ มีช่างอยู่ในชุมชนต่างๆ ที่ขึ้นชื่อก็มี คุณครูประสม สุสุทธิ คุณครูเลี่ยม เครือนาค

เมื่องานถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อปี 2539 เราก็ได้ติดต่อขอช่างเข้ามาช่วยงานแทงหยวก เป็นงานแรกเลยก็คือ คุณครูประสม สุสุทธิ ตอนนั้นมีช่างเข้ามา 24 คน ก็เริ่มเป็นที่รู้จักกัน

มีการหยิบเอกลักษณ์ของแต่ละภาคมาประสานงานช่างราชสำนักในงานแทงหยวก?

ไม่เลยครับ เรียนตรงๆ ว่า แม้กระทั่งลายแทงหยวกเราจะขอใช้คำว่า “จารีตประเพณีของราชสำนัก” อยู่ เพราะว่าเราจะดำรงความเป็น “กฎเกณฑ์ของราชสำนัก” ถ้าเอาเอกลักษณ์ของแต่ละภาคเข้ามา คนรุ่นใหม่จะสืบไม่ได้เลยว่านี่คือลายราชสำนัก นี่คือลายพื้นถิ่น แล้วจะกลายเป็น “ร่วมสมัย” นั่นคือราชสำนักไม่มีตัวตนคงอยู่แล้ว ชาวบ้านร้านตลาดเห็นลายราชสำนักก็เอาลายไปใช้ในงานศพทั่วไป ซึ่งจริงๆ กฎเกณฑ์ตรงนี้จะไม่สามารถเอาไปใช้ในสามัญชนได้เลย

ตรงนี้คือกฎเกณฑ์ที่ถูกระบุไว้ ถ้าช่างหลวงไม่รักษากฎเกณฑ์ ไม่รักษาประเพณีไว้ ชนรุ่นใหม่จะสืบไม่ได้เลยว่างานถวายพระเพลิงพระบรมศพครั้งนี้จะเป็นอย่างไร

ความยากง่ายในการทำงาน?

บอกตรงๆ ว่า หนักใจมากถึงมากที่สุด นับตั้งแต่อดีตงานเครื่องสดประดับพระจิตกาธานจะใช้ช่างราชสำนักทั้งหมด ซึ่งมีระบุอยู่ในจดหมายเหตุ ในหมายรับสั่ง คือปฏิบัติหน้าที่โดยกรมพระคลังส่วนนอก กรมพระคลังใน ฝ่ายสนมพลเรือน กรมพระตำรวจหลวง ซึ่งคนเหล่านี้อยู่ในราชสำนักทั้งหมด ที่ใกล้ชิดสถาบัน แล้วในสมัยก่อนช่างในราชสำนักมีมากมาย และการประดิษฐ์เครื่องสดประดับพระจิตกาธาน เจ้านายทรงดูแลรายละเอียดทั้งหมด

ฉะนั้นของทุกอย่างที่จะทำขึ้นถวาย หรือทอดถวายตรงนั้นถวายเป็นราชสักการะครั้งสุดท้าย ถวายพระเกียรติยศสูงสุด ใช้ช่างหลวง แต่ต่อๆ มาช่างหลวงเริ่มลดน้อยลง เริ่มปฏิบัติหน้าที่หลายหน่วยงานหลายความรับผิดชอบ ก็เริ่มมีการเปิดโอกาสให้ช่างพื้นบ้านเข้ามาช่วย แต่งานที่ผ่านๆ มา ขอยกตัวอย่างงานพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระญาณสังวร อดีตสมเด็จพระสังฆราช ใช้ช่างหลวงทั้งหมดทำงานเครื่องสด เป็นการ

บูรณาการร่วมกันของวิทยาลัยอาชีวศึกษาในส่วนของช่างกรองดอกไม้ของราชสำนัก แต่ครั้งนี้ในส่วนของงานเครื่องสด นี่เป็นครั้งแรกที่เป็นการรวมช่าง 4 ภาคและช่างหลวง

คำว่า ‘งานเครื่องสด’ ประดับพระจิตกาธาน ครอบคลุมแค่ไหน?

งานเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน แบ่งได้เป็น 3 ส่วน 1.งานแทงหยวก 2.งานแกะสลักของอ่อน ใช้พิมพ์ทองเหลืองกดลงไปในเปลือกมะละกอ แล้วซ้อนชั้นขึ้นมา เรียกว่า “ลายหยวกถม” มี 3 ลาย คือลายประจำยาม ลายดอกจอก และลายใบเทศ ปฏิบัติกันมานานแล้ว แต่ไม่ได้เผยแพร่

งานนี้จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่เคยเห็นไม่เคยสัมผัสว่า พิมพ์โบราณที่เราได้ทำขึ้นมาและใช้เฉพาะในงานพระบรมศพเท่านั้น จะไม่มีการแกะเป็นดอกเป็นดวงเหมือนงานศพทั่วไป

3.งานกรองดอกไม้ ทั้งสามส่วนรวมกันเรียกว่า “เครื่องสดประดับพระจิตกาธาน”

ส่วนงานประดิษฐ์เทวดาประดับชั้นเรือนไฟ เป็นสิ่งที่ช่างของกองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง ได้ระดมความคิดแล้วก็ทำถวายขึ้นมา ซึ่งแต่เดิมโบราณราชประเพณีไม่มี เพราะลักษณะองค์พระจิตกาธานมีความสูงใหญ่ เราคิดว่าทำอย่างไรจะปิดช่องว่างได้ ส่งให้องค์พระจิตกาธานมีความสง่า มีความงดงาม และเพิ่มความวิจิตรพิสดารเข้าไป แต่ในสมัยโบราณไม่มี

ความพิเศษของงานเครื่องสดครั้งนี้?

ดอกไม้ส่งเสด็จที่ประดับบนพระจิตกาธานได้รวบรวมบรรดาช่างที่มีความคิด มีฝีมือในการกรองดอกไม้ เราก็เลยได้ดอกไม้ชนิดหนึ่งขึ้นมา ออกนามว่า “ดอกปาริชาต” ซึ่งจะพ้องกับตำนานดาวดึงส์ เราจะพบตำนานดอกปาริชาตในเทศน์มหาชาติ ในตำนานดาวดึงส์ ในตำนานไตรภูมิ ว่าต้นปาริชาตเกิดอยู่บนสรวงสวรรค์ ใกล้กับพระเจดีย์จุฬามณี อยู่ในสวนของท้าวอัมรินทรา

ธิราช ซึ่งเมื่อครั้งใดที่ดอกปาริชาตบาน กลิ่นของดอกปาริชาตสามารถหอมไปได้ไกลถึง 5,000 โยชน์ มนุษย์เทพเทวดานาคา จตุโลกบาลเมื่อได้กลิ่นนี้จะสามารถระลึกชาติได้ นั่นคือนามธรรมที่บรรจุในพระพุทธศาสนาในไตรภูมิ

“…ทุกคนมารวมกันเหมือนเส้นไหมหลายๆ เส้นมารวมกันอยู่ใน
กระสวยทอผ้าอันเดียวกัน แล้วทอออกมาเป็นผ้าผืนเดียวกัน
นี่คือความงามของงานช่างที่ทำถวายกับคนหมู่มากทั้งหมด…”

การถ่ายทอดดอกไม้ในตำนานเป็นรูปธรรม?

เราไม่เคยเห็นดอกปาริชาต เราไม่เคยเห็นสีของดอกปาริชาต ช่างจึงระดมความคิดกัน ใช้ “สีเหลือง” ซึ่งเป็นสีของวันพระราชสมภพของรัชกาลที่ 9 “สีชมพูอมแดง” คือสีของกำลังวัน เราก็ดึงตรงนั้นมาทำเป็นกลีบดอก

เกสรเราได้เมล็ดธัญพืช เช่น ข้าวเปลือก จากอำเภอธวัชบุรี จากทุ่งกุลาร้องไห้ จ.ร้อยเอ็ด เราได้เมล็ดข้าวโพดจากกาญจนบุรี จากเพชรบูรณ์ จากเชียงใหม่ รวมทั้งเมล็ดถั่วเขียวถั่วแดง ซึ่งของเหล่านี้เป็นเมล็ดพันธุ์พระราชทาน เรานำกลับมา มาคัดเลือกและประดิษฐ์เป็นเกสรใน

ต่อมา “กลิ่น” คือการอบร่ำจาก “น้ำปรุง” เป็นการผลิตพระสุคนธ์ คือเครื่องหอมของคนโบราณในราชสำนัก ฉะนั้นกลิ่นตรงนี้เป็นกลิ่นโบราณที่ราชสำนักเคยได้คุ้นกันมา ถือเป็นกลิ่นของสรวงสวรรค์ เป็นกลิ่นของดอกไม้นานาพรรณที่รวมกัน สกัดจากแอลกอฮอล์ ทำขึ้นมา 300 ลิตร เพื่อเอามาอบร่ำดอกปาริชาต ทำให้ดอกไม้มีกลิ่นหอมในตำนาน นี่คือ การผูกเรื่องราวนามธรรมให้เป็นรูปธรรม

เกสรในสุดเป็นนพรัตน์ 9 ดวง?

มันมีที่มาที่ไปว่า มณีธาตุที่อยู่ในพื้นปฐพีถือว่าเป็นแก้ววิเศษ เพชร ทับทิม มรกต บุษราคัม โกเมน เพทาย ไพฑูรย์ นิลกาฬ มุกดาหาร

ผมเดินทางไปจันทบุรีไปค้นหาไม้ระกำมาทำก้านดอกที่ อ.ท่าใหม่ คุณยายเจ้าของสวนระกำถามว่าจะเอาไปทำอะไร พอทราบว่าจะเอาไปทำก้านดอกไม้ประดับในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ คุณยายก็โยนมีดให้ บอกว่าตัดเอาไปทั้งสวนก็ได้ ยายอยากทำบุญกับพระองค์ท่าน นั่นคือที่มาว่าทำไมต้องมาจากจันทบุรี

แล้วก็ถามกับคนเมืองจันท์ว่า อยากได้ “พลอยอัด” 9 ดวง เขาก็ถามว่าเอาไปทำอะไร เอาไปทำเกสรดอกไม้ในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ ได้คำตอบว่า “เอาของปลอมถวายเหรอ ทำกับพระเจ้าแผ่นดินทำไมใช้ของปลอม” จำได้ว่าเป็นคุณสุดเขตต์ พัฒนรังสรรค์ บอกว่า เอาขนาดมาได้มั้ย ผมก็ส่งเหรียญ 50 สตางค์ไป บอกว่า ผมขอขนาดเท่ากับเหรียญ 50 สตางค์ แต่ขอตรงกลางเป็นเพชร ล้อมด้วยพลอย 8 ชนิด เป็น 9 ดวง ใช้ 70 ดวง เท่ากับจำนวนปีครองราชย์ เขาทำถวายหมดเลยโดยไม่คิดมูลค่าใดๆ ทั้งสิ้น บอกว่าขอพื้นที่ให้คนเมืองจันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอัญมณีขึ้นชื่อที่สุดในประเทศได้ทำถวายพระองค์ท่าน

การขึ้นตัวเรือนก็ใช้ช่างจากเมืองจันท์ทั้งหมด วัสดุเป็นเงินกะไหล่ทอง เฉพาะมูลค่าของพลอยทั้งหมดที่ทำ 5 แสน 5 หมื่นบาท

ความรู้สึกที่ได้ถวายงานครั้งนี้?

ผมเองก็ไม่ใช่ว่าผมทำคนเดียว เป็นคนประสานงาน แต่ความคิดเป็นของช่างฝีมือหลายๆ คน ครูบาอาจารย์ที่ท่านเคยประสานงาน เคยรู้จักกัน ผมเชิญท่านมา ทั้งน้องๆ ที่มีฝีมือทางด้านร้อยกรองดอกไม้ ที่มีฝีไม้ลายมือ มารวมกัน ระดมความคิดถูกผิดนับเป็นสิบครั้ง คนที่จะได้เข้ามาถวายงาน เราดูเลยว่าคนที่ทำมีความทุ่มเทขนาดไหน ไม่ใช่มีฝีมืออย่างเดียว จะต้องมีความรับผิดชอบ มีความอดทนต่อระยะทางต่อการลองถูกลองผิด ด้วยอัตตาของช่างเองเป็นสิ่งที่ทำยากที่สุด

ต้องมีการคุยกันก่อน?

คุยกันแล้วครับ ทุกอย่าง โดยผ่านกองศิลปกรรม ของทุกอย่างอยู่ในพระเนตรพระกรรณทั้งหมด แล้วเราไม่ได้คิดขึ้นมาเอง แล้วเอาขึ้นมาทำ ทำไมของบางอย่างดูเรียบง่าย ทำไมของบางอย่างดูวิจิตรพิสดาร ทำไมของบางอย่างดูสมพระเกียรติ ตรงนี้ถ้าเราทำวิธีพิสดารอย่างเดียวแล้วคนอื่นทำกับเราไม่ได้ ถือว่างานนั้นไม่ประสบความสำเร็จ มันจึงต้องมีการบูรณาการร่วมกัน เพราะคนมาจากต่างถิ่น การเรียนการสอน การถ่ายทอดมาจากครูบาอาจารย์ต่างกัน แต่เราจะปรับจะจูนอย่างไรให้ทำร่วมกันได้ แล้วงานออกมาสมพระเกียรติที่สุด

ผมเองมองตรงที่ว่าทุกคนมารวมกันเหมือนเส้นไหมหลายๆ เส้นมารวมกันอยู่ในกระสวยทอผ้าอันเดียวกัน แล้วทอออกมาเป็นผ้าผืนเดียวกัน นี่คือความงามของงานช่างที่ทำถวายกับคนหมู่มากทั้งหมด ตรงนี้คือหัวใจ แล้วสิ่งที่สร้างสรรค์ออกมามีความหมาย มีความหมายแฝง มีนัยยะ มีที่มาและที่ไป แต่กว่าจะให้เห็นว่าเป็นของสำเร็จ มันเปลี่ยนมานับสิบครั้ง ดอกบานไม่รู้โรยเปลี่ยนย้อมไม่ต่ำกว่า 5-6 ครั้ง

การหาวัตถุดิบ?

เราเดินทางไป เราไม่อยากบอกเลยว่าเรามาหาวัตถุดิบใช้ในงานนี้ เราอยากให้เป็นความลับ แต่เมื่อโดนซักถาม เราโกหกไม่เป็น แต่ก็บอกว่าผมขอสิ่งที่ดีที่สุด สิ่งที่งามที่สุด

ไปขอซื้อถั่วทองที่พาหุรัด ร้านแขก เป็นแขกขายถั่ว น้องที่ไปซื้อบอกขอถั่วเมล็ดที่สวยที่สุด ดีที่สุด เกรดเอที่สุด อาบังถามจะเอาไปทำอะไร เอาไปทำดอกไม้ถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 เอามากมั้ย เอาไปทั้งกระสอบก็ได้นะ ต่างเชื้อชาติต่างภาษา เขารักและเทิดทูนพระองค์ ยังบอกว่าถ้าไม่พอ ให้ไปเอาใหม่ นี่เป็นการรวมจิตรวมใจทั้งหมด

ได้ลงมือทำประดิษฐ์เอง?

ผมเป็นคนนั่งทำไปจนถึงเก็บขยะ แม้กระทั่งเอกสารที่กรองมาให้โดยการถ่ายทอดและสั่งสมมา โดยการอ้างอิงจากหอจดหมายเหตุ และเราเก็บข้อมูลมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ช่างทุกคนที่มานั่งที่นี่ผ่านงานมาทั้งหมด มีปัญหาในงานเราก็จดไว้ ความผิดพลาดในงานนั้นก็จดไว้ ผนวกรวมมาในงานนี้เพื่อให้มีความผิดพลาดน้อยที่สุด

เพราะนี่คือครั้งสุดท้ายในการถวายแด่พระองค์ท่าน โดยกองศิลปกรรมเป็นแม่งาน เราเป็นแค่นายช่างตัวเล็กๆ ในการประสานงานตรงนี้ ถือเป็นงานที่่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว