‘มติชน’ น้อมถวายอาลัย รัชกาลที่ 9 เสริมสร้างความรู้เรื่อง ‘พระเมรุมาศ’ ก่อนถึงงานพระราชพิธี

2.10.17 | 13:20 น.

การสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทย เนื่องจากในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ

ขณะที่บรรยากาศเวลานี้ถูกปกคลุมด้วยความโศกเศร้า พสกนิกรต่างพร้อมใจถวายความอาลัยเพื่อน้อมส่งเสด็จฯพระองค์สู่สวรรคาลัย ซึ่งตามคติความเชื่อของชาวพุทธไทยแต่โบราณ การจัดงานฌาปนกิจให้ผู้เสียชีวิต ถือได้ว่าเป็นการแสดงความเคารพและไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

ดังนั้น “พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม จึงเป็นพระราชพิธีสำคัญ ที่จะแสดงถึงความอาลัย และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

Advertisement

ด้วยตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) จึงเตรียมพร้อมเผยเเพร่ความรู้เกี่ยวกับ “พระเมรุมาศ” สู่สาธารณชนหลากหลายรูปแบบ ผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์สื่อ

สื่อออนไลน์ รวมถึงกิจกรรมพิเศษ อย่างการเปิดเวทีเสวนาแบบเจาะลึกจากนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

ปานบัว บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการสายการตลาด บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้เครือมติชนมีโครงการซึ่งวางแผนได้ละเอียดเป็นเวลา 3 เดือน ครอบคลุมตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงพฤศจิกายน เพื่อปูพื้นเรื่องขององค์ความรู้ให้กับสาธารณชน โดยเฉพาะองค์ความรู้พระเมรุมาศในรัชกาลที่ 9 ให้ประชาชนคนไทยได้เข้าใจ

“เรากำลังอยู่ในยุคสมัยที่มีงานพิธีสำคัญที่สุดและถือเป็นพระราชพิธีที่เป็นประวัติศาสตร์ ดังนั้นเราจึงพยายามถ่ายทอดเรื่องราวความหมายทางคติสัญลักษณ์และประวัติต่างๆ ของพระเมรุมาศเท่าที่เครือมติชนจะจัดทำได้ออกไปในทุกช่องทาง จะเห็นว่าตั้งแต่เดือนกันยายน เราเริ่มไปแล้ว คือการเปิดเว็บไซต์ ‘สู่ฟ้าเสวยสวรรค์’ (https://rama9.matichon.co.th/) ซึ่งรวบรวมข้อมูลข่าวสารความคืบหน้าเกี่ยวกับพระเมรุมาศในทุกด้าน รวมถึงบทสัมภาษณ์ คลิปและภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและพระเมรุมาศ จากสื่อทั้งหมดในเครือ ได้แก่ มติชน, ข่าวสด, ข่าวสดอิงลิชที่นำเสนอเป็นภาษาอังกฤษ, ประชาชาติธุรกิจ, เส้นทางเศรษฐี, เทคโนโลยีชาวบ้าน, ศิลปวัฒนธรรม และมติชนสุดสัปดาห์” ปานบัวอธิบาย

ไม่เพียงเท่านี้ยังมีไฮไลต์สำคัญที่ปรากฏบนสื่อโลกออนไลน์ในรูปแบบ “สารคดี” ด้วย

ปานบัวเล่าว่า สกู๊ปสารคดีมีทั้งหมด 12 ตอน เป็นสารคดีที่นำเสนองานเบื้องหลังทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับพระเมรุมาศ ตั้งแต่เรื่อง บุคคลเบื้องหลังการรังสรรค์พระเมรุมาศ ทวยเทพและสรรพสัตว์รอบพระเมรุมาศ ประติมากรรมสัตว์หิมพานต์ รวมใจจิตอาสา โครงการพระราชดำริในภูมิทัศน์พระเมรุมาศ ฯลฯ โดยเผยเเพร่สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ทุกวันจันทร์และพฤหัสบดี เวลา 15.52 น. ทางเฟซบุ๊กข่าวสด และจะจบในช่วงก่อนงานพระราชพิธีพอดี

“การสร้างความเข้าใจในเรื่องพระเมรุมาศ ในช่วงต้นโครงการเราพยายามเน้นผ่านสื่อออนไลน์ทุกแบบ ทั้งเว็บไซต์สู่ฟ้าเสวยสวรรค์ รวมถึงเฟซบุ๊กในเครือทั้งหมด ที่ปลุกความสนใจของคนด้วยออนไลน์ เพราะเข้าถึงง่าย แชร์ง่าย และสามารถส่งต่อง่าย จากนั้นนำสาระสำคัญตัดต่อเป็นคลิปซึ่งแต่ละคลิปมีความยาวประมาณ 5-7 นาที สำหรับกลุ่มที่ไม่ชอบอ่านเนื้อหาก็สามารถดูคลิปเพื่อความเข้าใจในพระเมรุมาศได้ แล้วคลิปตัวนี้ก็จะนำมาบันทึกลงแผ่นซีดี เพื่อแจกฟรีในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22 ระหว่างวันที่ 18-29 ตุลาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อให้ประชาชนและคนที่อยากได้นำไปฉายต่อได้เพราะเราตั้งใจทำสารคดีชุดนี้มาก ถ้าได้รับการเผยแพร่ก็จะต่อยอดองค์ความรู้ตรงนี้ไปได้ นอกจากสารคดีก็ยังมีคลิปสั้นๆ ที่จะทยอยออก สำหรับคนรุ่นใหม่ซึ่งคลิป 5 นาทีก็อาจจะยาวไป ก็จะทำคลิปความยาว 2 นาที ออกในเดือนตุลาคมด้วย”

ปานบัว บุนปาน


ปานบัวอธิบายอีกว่า มติชนพยายามกระตุ้นว่าพระเมรุมาศองค์นี้สำคัญมาก ก่อนที่จะถึงวันงานต้องรู้ความหมายบ้างในฐานะประชาชนคนไทยที่อยู่ในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ซึ่งส่วนใหญ่จะดูว่าสวยงาม แต่ยังไม่ทราบว่ามีความพิเศษและสำคัญอย่างไร

“ที่เราพยายามทำทั้งหมดเพื่ออธิบาย แนวคิด ที่มา ความหมาย และความสำคัญที่ปรากฏในพระเมรุมาศองค์นี้ มีหลายสิ่งหลายอย่างซึ่งถูกจัดสร้าง ‘เป็นครั้งแรก’ ‘ไม่เคยปรากฏมาก่อน’ ‘สมพระเกียรติที่สุด’ เป็นการรวมศิลปะและศิลปินทุกแขนงในประวัติศาสตร์ไทยให้มาอยู่ที่เดียวกัน เพื่อสร้างสรรค์พระเมรุมาศถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้าย”

เป็นส่วนหนึ่งที่เริ่มต้นมาแล้วตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังปูพื้นความรู้แบบจัดเต็มผ่านสื่อออนไลน์ ก็รุกต่อในส่วนของ “สื่อสิ่งพิมพ์”

“เดือนตุลาคมเราจะเริ่มแจกโปสเตอร์พระเมรุมาศขนาดเท่าหนังสือพิมพ์จริง จำนวน 13 แบบ ตั้งแต่วันที่ 2-16 ตุลาคม ในหนังสือพิมพ์มติชนและหนังสือพิมพ์ข่าวสด โดยจะยกเว้นในวันที่ 6 ตุลาคม และวันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งจะแจกฟรีก๊อบปี้ โดยฟรีก๊อบปี้ฉบับแรกชื่อ ‘พระเมรุมาศ ศิลปกรรมล้ำเลิศแห่งยุคสมัย’ ซึ่งจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับพระเมรุมาศและสาระสำคัญทั้งหมด พร้อมภาพเบื้องหลังที่หลายคนยังไม่เคยเห็นมาก่อน จัดพิมพ์จำนวน 120,000 เล่ม 4 สี จำนวน 60 หน้า แจกในหนังสือพิมพ์มติชนและหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 6 ตุลาคม และหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 9 ตุลาคม ส่วนวันที่ 13 ตุลาคม หนังสือพิมพ์มติชน หนังสือพิมพ์ข่าวสด และหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ จะมีการจัดทำฉบับพิเศษครบรอบ 1 ปีการสวรรคตของแต่ละฉบับแจกฟรีในหนังสือพิมพ์ด้วย นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 25-29 ตุลาคม หนังสือพิมพ์ในเครือมติชนจะมีการออกแบบจัดหน้าพิเศษในช่วงพระราชพิธี และหลังจบช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพจะมีการจัดทำฟรีก๊อบปี้อีกฉบับ รวบรวมภาพที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ โดยจะแทรกฟรีในหนังสือพิมพ์มติชน หนังสือพิมพ์ข่าวสด และหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 10 พฤศจิกายนด้วย” ปานบัวอธิบาย

และว่า นอกจากส่วนของหนังสือพิมพ์ ในวันที่ 18 ตุลาคม จะมีหนังสือ “สู่ฟ้าเสวยสวรรค์” ซึ่งเป็นหนังสือเล่มพิเศษที่ตั้งใจทำมาก หนังสือเล่มนี้จะเป็นเสมือนคู่มือที่ช่วยอธิบายถึงความหมายและความสำคัญของพระเมรุมาศในรัชกาลที่ 9 ได้ดีที่สุดเล่มหนึ่ง โดยจะออกวางจำหน่ายในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ในราคา 499 บาท

“หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่อธิบายเกี่ยวกับพระเมรุมาศในทุกด้าน ตั้งแต่สถาปัตยกรรม ภูมิสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรมและศิลปกรรม โดยมีความหนา 320 หน้า ให้เป็นคู่มือของคนไทย เพื่อจะเข้าใจพระเมรุมาศและพระราชพิธีที่จะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม ในงานครั้งนี้มีหนังสือสำคัญเกี่ยวกับพระเมรุมาศอีกเล่มหนึ่ง เป็นหนังสือรวมบทความสำคัญเกี่ยวกับพระเมรุมาศ โดย อาจารย์เกรียงไกร เกิดศิริ รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นำเสนอบทความเกี่ยวกับพระเมรุมาศในมิติต่างๆ ตั้งแต่พระเมรุมาศในอุษาคเนย์, พระเมรุมาศสมัยอยุธยา และพระเมรุมาศในยุคสมัยต่างๆ จะเป็นองค์ความรู้เกี่ยวกับพระเมรุมาศตั้งแต่ประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน เป็นหนังสือเล่มสำคัญที่จะสร้างองค์ความรู้เรื่องพระเมรุมาศให้กับคนไทย ซึ่งปัจจุบันมีเพียงประเทศไทยที่จะสร้างพระเมรุมาศได้แบบนี้ เราจึงให้ความสำคัญกับการทำหนังสือพระเมรุมาศมาก เรามีหนังสืออย่างน้อย 2 เล่มที่จะเน้นเรื่องพระเมรุมาศ และยังมีหนังสือ ‘ธรรมเนียมพระบรมศพและพระศพเจ้านาย’ ของ นนทพร อยู่มั่งมี ที่เป็นหนังสืออ้างอิงที่ดีที่สุด ก็จะถูกนำกลับมาทำเวอร์ชั่นใหม่เพื่อให้องค์ความรู้เกี่ยวกับพระเมรุมาศอย่างครบถ้วน” ปานบัวอธิบาย

ยังมีกิจกรรมเสวนาที่จัดขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้ความรู้กับประชาชนเรื่องพระเมรุมาศอีก 2 ครั้งด้วยกัน ปานบัวระบุว่า ในวันที่ 19 ตุลาคม จะมีการจัดเสวนาครั้งใหญ่เรื่องพระเมรุมาศที่นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ โดยสโมสรศิลปวัฒนธรรมเสวนาจัดเสวนาพิเศษนอกสถานที่ มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ อาจารย์ธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, รศ.ยุวดี ศิริ อาจารย์จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมี คุณธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ นักวิชาการอิสระ เป็นผู้ดำเนินรายการ และในวันที่ 23 ตุลาคม จะมีการจัดเสวนาเรื่องพระเมรุมาศในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ โดยกิจกรรมครั้งนี้มติชนจับมือกับสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เปิดเวทีเอเทรียมในงาน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ใช้เวลา 2 ชั่วโมงเต็มในการอธิบายเรื่องพระเมรุมาศให้กับคนในงานได้ฟัง

ปานบัวบอกอีกว่า พระเมรุมาศครั้งนี้มีความงดงามสมพระเกียรติ เป็นพระเมรุมาศองค์สำคัญที่สุดแห่งยุคสมัย สิ่งที่อยากจะสื่อออกมาให้คนไทยได้ทราบคือ ขณะนี้มีเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เกิดขึ้นตรงหน้า มีพระเมรุมาศองค์สำคัญที่สุดตั้งอยู่กลางใจเมือง จะตั้งอยู่ในระยะเวลาสั้นๆ แต่สำคัญที่สุดในช่วงชีวิตของพวกเราทุกคน จึงอยากให้ทุกคนทราบความหมายของพระเมรุมาศให้มากที่สุด

“ในการทำสื่อครั้งนี้ทีมงานตั้งใจมาก พยายามสร้างองค์ความรู้และอธิบายให้ประชาชนเข้าใจว่าครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในชีวิตของทุกคน และเชื่อว่าช่วงเดือนตุลาคมนี้ ความเศร้าความเสียใจของทุกคนจะทวีคูณ เพราะเป็นการส่งเสด็จครั้งสุดท้ายจริงๆ หลังจากนี้ไม่สามารถถวายความอาลัย ไม่สามารถกราบถวายบังคมพระบรมศพในพระบรมมหาราชวังได้อีกแล้ว จึงคาดการณ์ว่าความอาลัยในเดือนตุลาคมจะสูงที่สุด คนจะรู้สึกเศร้ามาก”

“ขณะเดียวกันก็หวังว่าทุกคนจะเก็บความทรงจำตรงนี้ให้ดีที่สุด ทั้งในแง่ของความทรงจำส่วนบุคคลเท่าที่ตัวเองทำได้หรือบันทึกได้ รวมถึงหนังสือและสิ่งของต่างๆ ที่จะช่วยบันทึกความทรงจำนี้ เพื่อให้นำเรื่องราวของรัชสมัย พระเมรุมาศ และงานพระราชพิธีไปเล่าต่อในอนาคตได้ด้วยความระลึกถึงในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9” ปานบัวทิ้งท้าย

สโมสรศิลปวัฒนธรรมเสวนา